ทริปวุ่นลุ้นรัก ฉบับคนแปลกหน้าที่ไม่คิดจะโคจรมาเจอกัน•ตอนที่ 10

ก้าวแรกของความเข้าใจ

ผลงานโดย แบกเป้ท่องโลก
กานพลูกล่องฟิล์มสัญชาติญี่ปุ่นรุ่นเก๋าในมือผม มันหมุนเลยเลขสามสิบห้ามาไกลแล้วครับ แต่รินรดากลับยังดึงดันจะกดชัตเตอร์ใส่วิวข้างทางที่ฝนเพิ่งขาดเม็ดเมื่อครู่ซ้ำอีกรอบด้วยฟิล์มหมดอายุที่เธอแอบซุกไว้ในกระเป๋าเสื้อกันหนาว "ธันวา นายขยับไปทางซ้ายอีกนิดสิ... เออ นั่นแหละ ตรงหน้าต่างร้านกาแฟไม้เก่า ๆ นั่น แสงมันกำลังตกกระทบไหล่เสื้อแจ็กเก็ตยีนส์ตัวเก่งของนายพอดีเลยนะ ภาพนี้ต้องคลาสสิกสุด ๆ เชื่อฉันเถอะน่า" เสียงใส ๆ ของเธอเจือรอยหัวเราะร่าเริง ท่ามกลางกลิ่นอายดินหลังฝนตกและกลิ่นกาแฟคั่วบดอบอวลในเมืองเล็ก ๆ ชายเขาแห่งนี้ นี่คือตอนที่สิบของบันทึกการเดินทางที่พวกเราต่างฝ่ายต่างสาบานว่าจะไม่มีวันร่วมทางกันอีกตั้งแต่ออกสตาร์ทที่สนามบิน แต่ดูตอนนี้สิครับ... เธอกำลังยืนเล็งกล้องมาที่ผมด้วยดวงตาเป็นประกายระยิบระยับแบบที่ผมมักจะเผลอยอมแพ้ให้อยู่ร่ำไป ผมถอนหายใจยาว พยายามทำหน้าดุใส่ตามวิสัยสถาปนิกผู้ยึดมั่นในแปลนและตารางเวลา แต่ริมฝีปากเจ้ากรรมดันกระตุกยิ้มมุมปากเสียได้ "นี่คุณรินรดาครับ ทริปนี้เราตกลงกันไว้แล้วนะว่าเราจะเดินตามตารางที่ผมจัดไว้เป๊ะ ๆ ไม่ใช่แวะถ่ายรูปก้อนหินข้างทางทุก ๆ ห้าเมตรแบบนี้ แผนการเดินทางวันนี้ของเราพังไม่เป็นท่าเพราะกล้องฟิล์มหมดอายุของคุณไปสามสิบเปอร์เซ็นต์แล้วรู้ตัวไหมครับ" "โถ่ ธันวาพ่อคนเนียบ! ชีวิตคนเรามันไม่ได้มีแค่เส้นตรงกับบล็อกคอนกรีตสี่เหลี่ยมหรอกนะนายสถาปนิก บางครั้งความสวยงามมันก็ซ่อนอยู่ตรงรอยต่อของความผิดพลาดนี่แหละ เหมือนที่นายกับฉัน... เอ่อ ช่างมันเถอะน่า ยิ้มหน่อยสิ!" เธอแกล้งทำเป็นเสมองไปทางอื่นเพื่อกลบเกลื่อนคำพูดที่เกือบหลุดปากเมื่อครู่ แต่ปลายนิ้วที่หมุนฟิล์มกลับสั่นไวกว่าปกติอย่างเห็นได้ชัด ผมมองท่าทีเก้ ๆ กัง ๆ นั้นแล้วก็ได้แต่ลอบยิ้มในใจ ตลอดเก้าตอนที่ผ่านมา เราผ่านการเถียงเรื่องเลือกที่พัก การแย่งกันถือแผนที่ และการปะทะฝีปากชนิดไม่มีใครยอมใครมานับครั้งไม่ถ้วน รินรดาผู้รักอิ스ระสุดขั้วกับผมผู้เคร่งครัดในระเบียบวินัย เปรียบเสมือนน้ำกับน้ำมันที่พยายามจะเข้ากันในขวดเดียว แต่วันนี้... ณ จุดพักครึ่งของการเดินทาง ความต่างเหล่านั้นกลับไม่ได้ผลักไิศพวกเราออกจากกันเหมือนเก่า ตรงกันข้าม มันกลับกลายเป็นฟันเฟืองเล็ก ๆ ที่หมุนเข้าหากันได้อย่างน่าประหลาด เราเดินเคียงกันไปตามทางเดินหินกรวดที่ทอดยาวไปยังสะพานไม้ข้ามลำธารใสสะอาด รินรดาลดกล้องลง ปล่อยให้สายลมเย็น ๆ พัดเส้นผมสีน้ำตาลเข้มของเธอให้ปลิวไสว เธอสูดหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะหันมามองผมด้วยแววตาที่จริงจังกว่าทุกครั้ง "ธันวา..." น้ำเสียงของเธอเบาลงจนแทบจะกลืนไปกับเสียงสายน้ำไหล "ขอบคุณนะ... ที่วันนั้นนายไม่หันหลังกลับตอนที่ฉันทำกระเป๋าเงินหาย และขอบคุณที่ยอมเปลี่ยนแผนพาฉันมาที่นี่ ทั้งที่มันไม่ได้อยู่ในตารางเป๊ะ ๆ ของนาย" ผมชะงักฝีเท้า หันไปมองใบหน้าด้านข้างของหญิงสาวที่มักจะซ่อนความอ่อนแอไว้ใต้รอยยิ้มกวน ๆ เสมอ หัวใจข้างซ้ายกระตุกวูบอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านขึ้นมาในอกจนน่าตกใจ "ผมไม่ได้ยอมใครง่าย ๆ หรอกนะครับริน..." ผมเว้นจังหวะ มองลึกเข้าไปในดวงตากลมโตคู่นั้น "แต่ถ้าคน ๆ นั้นคือคุณ... การยอมแหกกฎบ้าง มันก็ไม่ได้แย่อย่างที่คิดหรอกครับ" ระยะห่างระหว่างเราลดลงเหลือเพียงแค่คืบเดียว บรรยากาศรอบตัวเงียบสงบลงราวกับโลกทั้งใบหยุดหมุน เหลือเพียงเสียงหัวใจสองดวงที่เต้นเป็นจังหวะเดียวกัน ท่ามกลางแสงแดดอ่อน ๆ ที่ส่องทะลุผ่านกลุ่มเมฆลงมาอาบไล้เรือนร่างของเราทั้งคู่ มือของผมเผลอยื่นออกไปโดยไม่ทันตั้งใจ ปลายนิ้วโป้งเกลี่ยปอยผมที่ปลิวมาบดบังแก้มเนียนของเธอออกให้อย่างแผ่วเบา รินรดาไม่ได้ถอยหนี เธอกลับเงยหน้าขึ้นรับสัมผัสนั้นด้วยแววตาไหวระริก ปลายจมูกของเราเกือบจะชนกันอยู่รอมร่ออยู่แล้วเชียว ถ้าจู่ๆ... *ติ๊ง!* เสียงแจ้งเตือนข้อความจากสมาร์ทโฟนในกระเป๋าเสื้อแจ็กเก็ตของผมดังขึ้นทำลายบรรยากาศสีชมพูฉับพลัน รินรดาสดุ้งโหย่ง ผงะถอยหลังไปสามก้าวทันทีด้วยใบหน้าที่ขึ้นสีแดงก่ำลามไปจนถึงใบหู เธอกระแอมไอแก้เขินแล้วรีบเบือนหน้าหนีไปมองแม่น้ำเบื้องล่างทันที "เอ่อ... เสียงโทรศัพท์นายดังน่ะ รีบ... รีบหยิบมาดูสิ เผื่อมีเรื่องด่วนอะไรจากทางบริษัท" เธอพูดเสียงตะกุกตะกักโดยไม่ยอมหันกลับมามองผมเลยสักนิด ผมลอบถอนหายใจด้วยความเสียดายแกมเอ็นดู ควักโทรศัพท์มือถือออกมาด้วยมือข้างเดียว ดวงตาก้มลงมองหน้าจอเพื่อจะกดปิดเสียง แต่แล้วนิ้วที่กำลังจะปัดหน้าจอกลับต้องหยุดชะงักกึก เมื่อชื่อบนหน้าจอแจ้งเตือนไม่ใช่ไลน์กลุ่มงานสถาปนิกอย่างที่คิด มันคือข้อความจาก "พี่กรณ์" อดีตแฟนเก่าของรินรดาคนที่เธอพยายามหนีหน้ามาตลอดทริปนี้ และข้อความสั้น ๆ ประโยคเดียวที่ปรากฏเด่นหรหลาบนหน้าจอนั้น ทำเอาเลือดในกายผมเย็นเฉียบลงในพริบตา— *“ธันวา... ฝากบอกรินด้วยนะว่าพี่ตามมาถึงเชิงเขาแล้ว เตรียมตัวเคลียร์กันให้จบได้เลย”* แบกเป้ท่องโลกขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้คู่กัดคู่นี้มาจนถึงตอนที่สิบลักกี้นะครับ
สารจากนักเขียน (แบกเป้ท่องโลก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทริปวุ่นลุ้นรัก ฉบับคนแปลกหน้าที่ไม่คิดจะโคจรมาเจอกัน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%