"คุณรินรดาครับ... นี่เรากำลังจะไปเที่ยวญี่ปุ่นสbิตต์ (ไม่ใช่ญี่ปุ่นผสมสวิตเซอร์แลนด์นะ แต่หมายถึงไปสติแตกที่ญี่ปุ่น) หรือคุณกำลังจะย้ายสำมะโนประชากรหนีหนี้ก้อนโตกันแน่ครับเนี่ย?"
เสียงทุ้มต่ำติดจะเอือระอานิดๆ ของธันวา ดังขึ้นแทรกเสียงรูดซิปกระเป๋าเดินทางใบยักษ์ที่ดัง *แคว่ก* ยาวเหยียด สถาปนิกหนุ่มผู้เนี้ยบทุกองศายืนกอดอกพิงขอบประตูห้องพักในโรงแรม ชำเลืองมองกองสมบัติมหาศาลที่ถูกเทกองอยู่บนเตียงนอนราวกับตลาดนัดคลองถม
รินรดาหันขวับมาค้อนควับใส่ แววตาเอาเรื่องฉายชัดผ่านกรอบแว่นสายตา เธออยู่ในชุดเสื้อยืดเซอร์ๆ กับกางเกงเลสไตล์แบกเป้ลุยเดี่ยว มือข้างหนึ่งกำลังยัดเสื้อกันหนาวตัวหนาลงไปในช่องว่างสุดท้ายอย่างเอาเป็นเอาตาย จนใบหน้าเนียนใสเริ่มมีเหงื่อซึม
"มันเรียกว่า 'ความพร้อมระดับสูงสุด' ต่างหากล่ะคุณธันวา คนเราจะไปต่างประเทศทั้งที มันต้องเผื่อเหลือเผื่อขาดสิคะ... เอ้ย! เผื่อขาดสิครับ!" รินรดาเผลอหลุดปากใช้สรรพนามคุ้นชิน แต่รีบแก้เกี้ยวด้วยการกระแทกเสียงใส่ท้ายประโยคเพื่อกลบเกลื่อนความเขินที่เกือบโป๊ะแตก
"ครับ... เผื่อขาดจนกระเป๋าคุณจะปริแตกออกมาเป็นโกโก้ครั้นช์อยู่แล้วนะครับนั่น" ธันวาเดินเข้ามาใกล้ ก้มลงมองกระเป๋าเดินทางล้อลากสีแดงสดของเธอที่บวมเป่งราวกับกลืนหมอนข้างลงไปทั้งใบ นิ้วเรียวยาวหยิบสิ่งของชิ้นหนึ่งขึ้นมาพิจารณาด้วยสีหน้าเอือมระอาขั้นสุด "แล้วนี่... อะไรครับเนี่ย? หม้อต้มมาม่าไฟฟ้าพกพา?"
"ก็เผื่อหิวตอนดึกไง! คุณก็รู้ว่าอาหารญี่ปุ่นมันเลี่ยน จะให้กินแต่ซูชิราเมนทุกมื้อ ไตวายพอดี ฉันเป็นสายเรียลโลคัลแต่ก็รักความเป็นไทยนะเว้ยเฮ้ย"
"เรียลโลคัลตรงไหนก่อนครับ หิ้วหม้อหุงข้าวไซส์มินิกับพริกเผแม่ประนอมสามกระปุกเนี่ยนะ? นี่เราไปโตเกียวและเกียวโตครับ ไม่ได้ไปติดเกาะร้างไม่มีเซבן-อีเลฟเว่น แล้วดูนี่..." ธันวาหยิบซองยาขนาดเท่าฝ่ามือขึ้นมาอีกซอง "ยาธาตุน้ำขาวตรากระต่ายบิน? ยาหอมอินทจักร? คุณริน... คุณพกยาสามประจำบ้านของร้านขายยาเภสัชชุมชนมาครึ่งร้านแล้วมั้งเนี่ย"
"ก็ฉันเป็นคนขี้กังวลและรอบคอบไงเล่า! ไม่เหมือนคุณหรอก..." รินรดาชี้หน้าคาดโทษ สเต็ปเท้าก้าวเข้ามาประชิดตัวพระเอกหนุ่มจนระยะห่างลดลงเหลือเพียงคืบเดียว จนธันวาต้องเผลอถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว "คุณน่ะมีแค่กระเป๋าเป้ใบเดียวกับกระเป๋าใส่แล็ปท็อปบ้าบออะไรนั่น พกเสื้อผ้าไปแค่สามชุด มั่นหน้ามากมั้งว่าจะไม่ซักผ้ากลางทาง หรือกะจะไปซื้อใหม่เอาดาบหน้า?"
"เขาเรียกว่าการบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลและสิ่งของอย่างมีประสิทธิภาพครับคุณรินรดา" ธันวาตอบกลับด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นบางเบา แววตาสื่อความหมายกวนประสาทที่ทำเอารินรดาอยากจะหยิกแขนเขาสักที "เสื้อผ้าผมซักและอบแห้งได้ในโฮสเทล ส่วนกระเป๋าใบเล็กเพราะผมไม่ต้องแบก 'ความวิตกกังวล' ของคนทั้งหมู่บ้านใส่กระเป๋าเดินทางแบบคุณ"
"นี่คุณว่าฉันภาระเหรอ!"
"ผมยังไม่ได้พูดคำนั้นเลยสักคำนะครับ คุณคิดไปเองทั้งนั้น" ธันวายักไหล่อย่างไม่ยี่หสอ ก่อนจะยื่นมือหนามาแตะซิปกระเป๋าที่ติดขัดเพราะยัดของแน่นเกินไปของเธอ "หลบไปครับ เดี๋ยวซิปแตกคามือ ผมช่วยรูด... แต่บอกไว้ก่อนนะว่าถ้ากระเป๋าคุณน้ำหนักเกินพิกัดที่สนามบินสุวรรณภูมิพรุ่งนี้เช้า ผมจะไม่ช่วยแบกส่วนเกินให้เด็ดขาด"
รินรดาย่นจมูกใส่หมั่นไส้ แต่ก็ยอมถอยหลังหลีกทางให้อย่างจำยอม เพราะลำพังแรงเธอกลัวว่าซิปราคาแพงจะขาดคามือจริงๆ แผ่นหลังกว้างของสถาปนิกหนุ่มก้มลงจัดการกับสัมภาระของเธออย่างคล่องแคล่ว แม้ปากจะบ่นอุบอิบเรื่องความไม่เป็นระเบียบ แต่เรียวนิ้วนั้นกลับจัดเรียงเสื้อผ้าในกระเป๋าของเธอใหม่ให้เข้าที่เข้าทางอย่างน่าประหลาด จากความโกลาหลเมื่อครู่ ตอนนี้มันกลับดูเป็นระเบียบขึ้นมาทันตาเห็น
บรรยากาศในห้องเงียบลงชั่วขณะ เหลือเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศเบาๆ กับกลิ่นน้ำหอมจางๆ จากตัวธันวาที่ลอยมาแตะจมูก รินรดายืนกอดอกมองภาพนั้นด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดในอก ความอุ่นวาบแผ่ซ่านขึ้นมาโดยไม่ได้รับเชิญ ผู้ชายคนนี้... ปากจัด เจ้าระเบียบ และกวนประสาทเป็นที่หนึ่ง แต่ทำไมเวลาเขาตั้งใจทำอะไรสักอย่าง มันถึงได้ดูมีเสน่ห์จนละสายตาไม่ได้เลยนะ
"เสร็จแล้วครับ" ธันวายืดตัวขึ้นปัดมือเบาๆ แล้วหันมาสบตากับเธอในระยะกระชั้นชิด ดวงตาคมเข้มคู่นั้นมองลอดผ่านกรอบแว่นสายตาลงมาตรงๆ ทำเอารินรดาต้องรีบเบือนหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อซ่อนใบหน้าที่เริ่มขึ้นสีแดงเรื่อ "คราวหน้าคราวหลัง จัดกระเป๋าให้มันน้อยลงครึ่งหนึ่งนะครับ จะได้ไม่ต้องมานั่งเหนื่อยตอนแพ็คกลับ"
"ยุ่งน่า!" รินรดาแหวใส่แก้เขิน เดินดุ่มๆ ไปคว้าโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะหัวเตียงเพื่อเช็กข้อความในกรุ๊ปแชตทริปเที่ยว แต่สายตากลับเหลือบไปเห็นหน้าจอแจ้งเตือนแอปพลิเคชันแชตส่วนตัวที่เผลอเปิดค้างไว้กับห้องแชตของธันวา
นิ้วเรียวบางชะงักกึก เมื่อเห็นว่าข้อความล่าสุดที่พิมพ์ค้างไว้ในช่องแชตของธันวายาวเหยียด เป็นประโยคสารภาพความในใจที่เธอพิมพ์ระบายความรู้สึกงี่เง่าของตัวเองลงไปตอนเมาเมื่อคืนนี้... และบรรทัดล่างสุดแสดงสถานะชัดเจนว่า
*(คุณได้ส่งข้อความนี้เมื่อ 2 นาทีที่แล้ว)*
"เฮ้ย!" รินรดาอุทานลั่นห้องหน้าซีดเผือดราวกับเจอผีกลางวันแสกๆ รีบใช้นิ้วรัวกดปุ่มลบข้อความอย่างลนลานจนโทรศัพท์แทบหลุดมือ แต่จังหวะนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนไลน์จากโทรศัพท์ในกระเป๋าเสื้อของธันวาก็ดังขึ้น *ติ๊ง!*
สถาปนิกหนุ่มก้มลงหยิบโทรศัพท์ของตัวเองขึ้นมาเปิดดูหน้าจอด้วยความสงสัย สีหน้าเรียบเฉยเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นชะงักค้าง ดวงตาคมกริบเบนกลับมามองบล็อกเกอร์สาวสายลุยที่ยืนตัวแข็งทื่อ เหงื่อกาฬแตกพลั่กอยู่ตรงหน้า
"เอ่อ... คือว่า... ลมมันพาไปค่ะ... เอ้ย! ลมมันพาไปครับคุณธันวา!"
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางโบ๊ะบ๊ะไปด้วยกันในตอนนี้ แล้วเราไปลุ้นต่อในตอนหน้ากันนะครับ!
ทริปวุ่นลุ้นรัก ฉบับคนแปลกหน้าที่ไม่คิดจะโคจรมาเจอกัน•ตอนที่ 3
โบ๊ะบ๊ะสไตล์
ผลงานโดย แบกเป้ท่องโลก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบกเป้ท่องโลก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทริปวุ่นลุ้นรัก ฉบับคนแปลกหน้าที่ไม่คิดจะโคจรมาเจอกัน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!