เซฟโซนของนายสถาปนิกหน้าตายกับยัยนักแก้ปัญหาจอมดีเดือด•ตอนที่ 3

เมื่อเส้นตรงเจอกับทางโค้ง

ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
รอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปากของพิมพ์มาดาในวินาทีนั้น ไม่ได้ทำให้รณภพรู้สึกสะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย หากแต่มันกลับเป็นเชื้อเพลิงชั้นดีที่สุมเข้ากองไฟแห่งความหงุดหงิด ซึ่งเขาก่อขึ้นไว้ตั้งแต่เช้าตรู่ บนโต๊ะประชุมตัวใหญ่ที่รายล้อมด้วยกองกระดาษไขและพิมพ์เขียวขนาด A0 กลิ่นอายของความตึงเครียดลอยอบอวลเสียยิ่งกว่าคาร์บอนไดออกไซด์ในห้องทึบ "คุณหมายความว่ายังไงที่บอกว่า ‘ดีไซน์นี้ใช้งานจริงไม่ได้’ ครับ คุณพิมพ์มาดา" เสียงทุ้มต่ำติดจะห้วนจัดดังขึ้นทำลายความเงียบ รณภพดันแว่นสายตาขอบโลหะขึ้นเล็กน้อย นัยน์ตาคมกริบมองลอดผ่านเลนส์ไปยังหญิงสาวที่ยืนกอดอกพิงพนักเก้าอี้ด้วยท่าทีสบายๆ ทว่าแววตากลับคมปลาบไม่แพ้กัน "แปลตรงตัวตามพจนานุกรมเลยค่ะคุณสถาปนิกมือหนึ่ง" พิมพ์มาดาตอบกลับทันควัน น้ำเสียงราบเรียบแต่เชือดเฉือนโดยไม่ต้องลับคม "เส้นสายที่คุณวาดมาเนี่ย มันสวยจนหยดย้อย เหมาะสำหรับเอาไปตั้งโชว์ในแกลเลอรีศิลปะร่วมสมัยดีแท้ แต่ถ้าให้ผู้สูงอายุหรือคนนั่งรถเข็นมาใช้งานในตึกนี้จริง... ฉันเกรงว่าคุณจะได้ออกแบบ ‘ทางลาดสู่นรก’ มากกว่าทางสัญจรปลอดภัยนะคะ" คำว่า *ทางลาดสู่นรก* หลุดออกมาพร้อมเสียงหัวเราะในลำคอเบาๆ ที่ชวนให้เส้นเลือดข้างขมับของรณภพเต้นตุบๆ ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ เขายันมือทั้งสองข้างลงบนโต๊ะโน้มตัวไปข้างหน้า คุกคามด้วยส่วนสูงและรัศมีกดดันที่มักทำให้ผู้รับเหมาหน้าซีดมานักต่อนัก "โครงสร้างเหล็กโค้งรับน้ำหนักตัวนั้น ผมคำนวณด้วยหลักวิศวกรรมขั้นสูงผ่านมาตรฐานสากลสามรอบแล้วครับ และผมก็เกลียดที่สุดคือพวกที่ไม่รู้จริงแต่ชอบออกความเห็นขัดขาชาวบ้าน" "อ๋อเหรอคะ?" พิมพ์มาดายืดตัวตรง ก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะทำงานโดยไม่เกรงกลัวรัศมีของเขาแม้แต่น้อย ดวงตากลมโตจ้องลึกเข้าไปในนัยน์ตาของสถาปนิกหนุ่ม "แล้วไอ้หลักวิศวกรรมขั้นสูงเนี่ย มันรวมถึงการเว้นพื้นที่หน้าลิฟต์แคบจนรถเข็นหมุนตัวไม่ได้ด้วยหรือเปล่าคะคุณรณภพ? หรือว่าในโลกอันสมบูรณ์แบบของคุณ คนพิการเขาถอดล้อแล้วเดินเหินกันได้เอง?" ฉับพลัน... บรรยากาศรอบตัวก็เหมือนถูกแช่แข็ง รณภพชะงัก คำพูดที่เตรียมจะสวนกลับติดอยู่แค่ลำคอ เมื่อก้มมองลงไปยังจุดที่เธอนิ้วเรียวชี้ลงบนแปลนพิมพ์เขียว มันคือจุดบอดที่เขาพลาดไปจริงๆ เนื่องจากถูกความงามของเส้นโค้งสถาปัตยกรรมดึงดูดสายตาจนมองข้ามความสะดวกสบายขั้นพื้นฐานของผู้ใช้งานไปเสียสนิท ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ รณภพเม้มปากเป็นเส้นตรง ใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะนิ่งสนิทเริ่มมีร่องรอยของความกระอักกระอ่วน แต่ด้วยศักดิ์ศรีของสถาปนิกหนุ่มผู้ไม่เคยยอมจำนนใครง่ายๆ เขาจึงเลือกที่จะเชิดหน้าขึ้นแล้วสวนกลับด้วยน้ำเสียงเยਨชา "ผมแค่ร่างแบบแรก... ยังไม่ใช่เวอร์ชันสุดท้ายที่คุณต้องมานั่งจู้จี้" เขากล่าวเสียงลอดไรฟัน พยายามซ่อนความจริงที่ว่า *เธอพูดถูก* เอาไว้ใต้มาדเย่อหยิ่ง "อีกอย่าง คนที่ชอบจับผิดคนอื่นแบบคุณ คงไม่มีปัญญาคิดงานที่ดีกว่านี้หรอก" พิมพ์มาดาเลิกคิ้วสูง รอยยิ้มท้าปรากฏขึ้นที่มุมปากอีกครั้ง เธอหัวเราะเบาๆ ในลำคออย่างนึกขัน "งั้นเรามาเดิมพันกันไหมล่ะคะ?" รณภพหรี่ตาลง "เดิมพันอะไรของคุณ?" "ถ้าฉันแก้แบบแปลนจุดนี้ให้ผ่านและใช้งานได้จริง โดยที่ความงามสถาปัตยกรรมของคุณไม่เสียทรง... คุณต้องเลี้ยงกาแฟพรีเมียมฉันติดต่อกันหนึ่งเดือนเต็ม" พิมพ์มาดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงท้าทาย พร้อมยื่นมือเรียวบางออกไปตรงหน้า "แต่ถ้าฉันทำไม่ได้ ฉันจะเป็นคนแบกหน้าไปขอโทษคุณกลางห้องประชุมใหญ่ และยอมทำตามที่คุณสั่งทุกอย่าง... ว่าไงคะ กล้าพอไหม หรือว่าเก่งแต่ปาก?" คำว่า *เก่งแต่ปาก* ทำเอาสถาปนิกหนุ่มผู้รักความสมบูรณ์แบบถึงกับคิ้วกระตุก รณภพแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบมองมือเรียวที่ยื่นมาตรงหน้าสลับกับใบหน้ามั่นอกมั่นใจของเธอ หัวใจดวงที่เคยสงบนิ่งมาตลอดกลับเต้นรัวขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยกับความดื้อรั้นที่แสนจะน่าหมั่นไส้นี้ "รับคำท้าครับ" รณภพยื่นมือหนาออกไปกุมมือเธอไว้แน่น อุณหภูมิจากฝ่ามือที่สัมผัสกันส่งกระแสความร้อนวูบวาบผ่านผิวเนื้ออย่างประหลาด "แต่จำคำพูดของคุณไว้ให้ดี เพราะผมไม่เคยออมมือให้ใคร... โดยเฉพาะคนปากเก่งอย่างคุณ" พิมพ์มาดายิ้มรับแรงบีบที่กระชับแน่นขึ้นเล็กน้อยโดยไม่ยอมถอนมือออกทันที เคมีบางอย่างที่ทั้งดุดันและร้อนแรงระเบิดขึ้นในระยะประชิด ทั้งคู่สบตากันเนิ่นนานราวกับกำลังวัดรอยเท้าและประลองกำลังภายในผ่านความเงียบงัน ทว่า ในจังหวะที่หัวใจของทั้งสองคนเริ่มเต้นผิดจังหวะและระยะห่างระหว่างใบหน้าค่อยๆ ลดลงตามแรงดึงดูดประหลาด... *แกร็ก!* เสียงเปิดประตูกระจกบานเลื่อนด้านหลังดังขึ้นอย่างกะทันหัน พร้อมกับร่างสูงใหญ่ของประธานบริษัทที่ก้าวเข้ามาพร้อมเอกสารกองโตในมือ "อ้าว รณภพ พิมพ์มาดา อยู่กันพร้อมหน้าพอดีเลย... ผมมีโปรเจกต์ด่วนตัวใหม่เข้ามาให้พวกคุณช่วยกันดูหน่อย" ทั้งคู่ผละออกจากกันราวกับถูกไฟช็อต รณภพรีบดึงมือกลับแล้วกระแอมไอเบาๆ เพื่อกลบเกลื่อนอาการประหม่า ขณะที่พิมพ์มาดาหันไปยิ้มรับผู้บริหารด้วยท่าทีปกติ ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นเมื่อครู่นี้ ทว่าสายตาที่รณภพแอบชำเลืองมองเธอกลับเต็มไปด้วยประกายระยิบระยับบางอย่าง... เกมนี้ ดูท่าทางจะไม่ได้จบลงแค่การดื่มกาแฟฟรีเสียแล้วครับ ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับตัวละครด้วยกันเสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของนายสถาปนิกหน้าตายกับยัยนักแก้ปัญหาจอมดีเดือด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%