เซฟโซนของนายสถาปนิกหน้าตายกับยัยนักแก้ปัญหาจอมดีเดือด•ตอนที่ 4

กาแฟขมกับคำพูดเผ็ดร้อน

ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
"ถ้าคุณคิดว่าการเอาเอกสารกองโตมาฟาดบนโต๊ะทำงานของผม แล้วจะทำให้ตารางงานที่อัดแน่นเป็นปลากระป๋องมันขยับได้ล่ะก็... เลิกฝันกลางวันแล้วกลับไปนั่งทบทวนสมองส่วนหน้าเสียใหม่เถอะครับ คุณพิมพ์มาดา" เสียงทุ้มต่ำที่เจือกระแสความเยียบเย็นดังขึ้นทำลายความเงียบของห้องพักผ่อนพนักงานชั้นสิบห้า รณภพไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองคู่สนทนาด้วยซ้ำ เขายังคงงبيกอยู่กับการใช้ปลายปากกาหมึกซึมราคาแพงร่างเส้นสายโครงสร้างอาคารลงบนกระดาษไข ท่าทางสุขุมเยือกเย็นราวกับรูปปั้นหินอ่อนสลัก แต่ทว่าทุกถ้อยคำที่พ่นออกมากลับคมกริบราวกับใบมีดโกนที่เคลือบด้วยน้ำตาลทรายแดง พิมพ์มาดายืนกอดอก ริมฝีปากบางเฉียบเคลือบลิปสติกสีส้มอิฐเหยียดยิ้มหยัน ดวงตากลมโตคู่สวยฉายแวววาววับอย่างท้าทาย เธอก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะกาแฟตัวเตี้ยที่คั่นกลางระหว่างเขากับเธอ โดยไม่สนใจเลยว่าไอความกดดันรอบตัวสถาปนิกหนุ่มจะแผ่ซ่านออกมารุนแรงขนาดไหน "ตารางงานจะขยับหรือไม่ขยับ มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าฉันฝันกลางวันหรอกค่ะ—เอ๊ย... ครับ" พิมพ์มาดาชะงักไปนิดเมื่อเผลอใช้สรรพนามคุ้นชิน แต่เธอก็แก้เกมได้อย่างรวดเร็วด้วยการยกมุมปากขึ้นข้างหนึ่ง "มันขึ้นอยู่กับว่า 'สถาปนิกผู้สูงส่ง' แถวนี้ จะยอมเปิดหูเปิดตาแล้วเลิกทำตัวเป็นเด็กอมมือที่หวงพื้นที่ส่วนตัวเสียทีต่างหากล่ะครับ" รณภพหยุดมือที่กำลังลากเส้นทันที เขาเงยหน้าขึ้นช้าๆ แววตาสีเข้มคมปลาบจ้องมองหญิงสาวตรงหน้า นัยน์ตาคู่นั้นไม่ได้มีความโกรธเกรี้ยวเจืออยู่เลย มีเพียงความหงุดหงิดระคนระอุที่ซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากากความนิ่งเรียบ "เด็กอมมือ?" รณภพทวนคำ เสียงหัวเราะในลำคอดังขึ้นเบาๆ เป็นเชิงเยาะหยัน "คนที่วิ่งวุ่นแก้ปัญหาหน้างานแบบหัวซุกหัวซุนเพราะจัดการเวลาไม่เป็น กำลังใช้คำนี้เรียกคนที่คุมโปรเจกต์ระดับพันล้านอย่างผมอยู่หรือครับ น่าขันสิ้นดี" "ถ้าการจัดการเวลาของฉันมันแย่ อย่างน้อยฉันก็ไม่เคยปล่อยให้แบบแปลนโครงสร้างดีเลย์ไปสามวันเต็มๆ เพียงเพราะ 'อารมณ์สุนทรีย์' ของใครบางคนที่อยากนั่งจิบกาแฟมองตึกรามบ้านช่องหรอกนะคะ—เอ๊ย! ครับ!" พิมพ์มาดากล่าวสวนกลับทันควัน ดวงตาคู่สวยประกายวาวโรจน์ เธอโน้มตัวลงไปข้างหน้าเล็กน้อยเพื่อกดดัน "กาแฟแก้วโปรดของคุณนี่คงรสชาติดีมากสินะคะ ถึงได้ทำให้คุณลืมความรับผิดชอบไปหมดสิ้น" บรรยากาศรอบตัวราวกับมีประจุไฟฟ้าสถิตวิ่งพล่าน กลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟอาราบิก้าคั่วเข้มจากแก้วเซรามิกบนโต๊ะดูเหมือนจะไร้ความหมายไปถนัดตา เมื่อเทียบกับสงครามประสาทที่กำลังคุกรุ่นอยู่ระหว่างคนทั้งสอง รณภพขบกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นรอยนูน เขาค่อยๆ วางปากกาลงบนโต๊ะอย่างใจเย็น ทว่าทุกการเคลื่อนไหวกลับแฝงไปด้วยความกดดันมหาศาล เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนเผยให้เห็นกล้ามเนื้อสมส่วนและเส้นเลือดปูดโปนตามท่อนแขนที่แสดงถึงความแข็งแรง รณภพก้าวเข้าไปหาพิมพ์มาดาก้าวหนึ่ง จนระยะห่างระหว่างคนทั้งคู่ลดลงเหลือเพียงแค่คืบเดียว ลมหายใจอุ่นร้อนเจือกลิ่นกาแฟจางๆ ปะทะเข้ากับใบหน้าของหญิงสาว "คุณอยากรู้จริงๆ หรือครับ... ว่าทำไมผมถึงช้า" เสียงกระซิบของรณภพต่ำทุ้มและแหบพร่าลงอย่างกะทันหัน แววตาที่เคยแข็งกร้าวเมื่อครู่กลับเปลี่ยนเป็นลุ่มลึกจนน่ากลัว "เพราะผมกำลังแก้ปัญหาในจุดที่คุณมองไม่เห็นต่างหากล่ะครับ พิมพ์มาดา... คุณเห็นแค่ความล่าช้า แต่ไม่เคยคิดจะมองลึกลงไปเลยว่า ทำไมผมถึงต้องรื้อโครงสร้างตรงนั้นใหม่ทั้งหมด" พิมพ์มาดาชะงักไปเล็กน้อย หัวใจเจ้ากรรมกระตุกวูบไปชั่วขณะเมื่อถูกสายตาคู่นั้นตรึงไว้ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมผสานกับกลิ่นกายสะอาดๆ ของเขาลอยเข้ามารบกวนประสาทสัมผัสจนเธอเกือบจะลืมบทพูดที่เตรียมมา แต่ด้วยสัญชาตญาณของการเป็นนักแก้ปัญหาจอมดีเดือด เธอจึงรีบตั้งสติแล้วเชิดหน้าขึ้นสู้ทันที โดยไม่ยอมถอยหลังหนีแม้แต่น้าวเดียว "ต่อให้เหตุผลของคุณจะยิ่งใหญ่คับฟ้าแค่ไหน..." พิมพ์มาดาพยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่น เธอกลืนน้ำลายลงคออึ้งๆ เมื่อระยะห่างระหว่างใบหน้าของพวกเขานั้นใกล้กันเกินไปจนปลายจมูกแทบจะชนกัน "แต่วิธีการสื่อสารของคุณมันแย่มาก รณภพ... คุณเป็นพวกปากร้ายที่ไม่มีใครอยากเข้าใกล้ รู้ตัวบ้างไหมครับ" รณภพแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ ดวงตาคมกริบกวาดมองริมฝีปากที่ขยับเถียงฉอดๆ นั้นแวบหนึ่ง ก่อนจะเลื่อนกลับมาประสานสายตากับเธอตรงๆ "ปากร้ายเหรอครับ?" เขาทวนคำ น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นทุ้มนุ่มและอันตรายขึ้นกว่าเดิม "ถ้าผมปากร้ายจริงๆ คุณคงไม่ได้มายืนเถียงผมฉอดๆ อยู่ตรงนี้หรอกครับ... ผมคงจัดการปิดปากคุณด้วยวิธีอื่นไปนานแล้ว" ประโยคกำกวมนั้นทำให้ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะ พิมพ์มาดาเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย เลือดในกายสูบฉีดจนใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างพวยพุ่งขึ้นมาในอก ทั้งโกรธ ทั้งเขิน และทั้งสับสนจนแทบตั้งตัวไม่ติด เธอยกมือขึ้นจะผลักอกแกร่งของเขาออก แต่รณภพกลับไวว่า เขายื่นมือหนามาคว้าข้อมือเรียวเอาไว้ได้อย่างรวดเร็ว แรงบิดกระชับเบาๆ แต่หนักแน่นพอที่จะทำให้เธอก้าวถอยหลังไปจนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้องกระจกเย็นเฉียบ "ปล่อยนะ..." พิมพ์มานากระซิบเสียงลอดไรฟัน หัวใจเต้นโครมครามราวกับกลองชุด "คุณกำลังล้ำเส้นเกินไปแล้วนะครับ รณภพ" "ผมเนี่ยนะล้ำเส้น?" รณภพโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้เธออีกนิด มืออีกข้างยกขึ้นวางทาบกับผนังกระจก กักตัวเธอไว้ในอ้อมแขนโดยสมบูรณ์ ดวงตาคมกริบมองสำรวจใบหน้าเนียนใสที่ตอนนี้ขึ้นสีแดงเรื่ออย่างนึกสนุก "คุณต่างหากล่ะครับที่เดินเข้ามาหาเรื่องผมถึงถิ่นเอง... แล้วตอนนี้ คิดจะถอยหนีมันง่ายๆ แบบนี้เลยหรือครับ" เคมีที่ฟุ้งกระจายอยู่ระหว่างคนทั้งคู่ร้อนระอุเสียยิ่งกว่ากาแฟแก้วที่ตั้งอยู่บนโต๊ะ ความซึนปากร้ายของสถาปนิกหนุ่มกำลังถูกทำลายลงทีละน้อยด้วยความคลั่งรักที่เจ้าตัวพยายามซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีเย่อหยิ่ง ขณะที่หญิงสาวปากเก่งผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร ตอนนี้กลับพูดไม่ออก ได้แต่ยืนหายใจหอบกระชั้นชิดอยู่ภายใต้เงาของเขา ทว่า ในจังหวะที่หัวใจของคนทั้งคู่กำลังเต้นเป็นจังหวะเดียวกัน ท่ามกลางบรรยากาศที่ชวนให้จิกหมอนและลุ้นระทึกจนแทบหยุดหายใจนั้นเอง— *ก๊อกๆๆ!* เสียงเคาะประตูกระจกบานเลื่อนด้านนอกดังขึ้นสามครั้งติดๆ กัน ตามด้วยเสียงเปิดประตูพรวดพราดเข้ามาอย่างไรมารยาท "พี่ภพครับ! แบบแปลนเฟสสองมีปัญหาใหญ่แล้วครับ! ทางวิศวกรแจ้งมาว่า..." เสียงตะโกนลั่นห้องของ "ธีรดนย์" วิศวกรหนุ่มรุ่นน้องในทีม ดังแทรกบรรยากาศสีชมพูอมแดงนั้นจนพังทลายลงในพริบตา รณภพขบกรามแน่นด้วยความหงุดหงิดสุดขีด เขายืดตัวถอยห่างจากพิมพ์มาดาช้าๆ ด้วยใบหน้าบึ้งตึงสุดขีด ขณะที่พิมพ์มาดารีบสูดลมหายใจเข้าปอดลึกเพื่อปรับสีหน้าให้เป็นปกติ แล้วรีบก้าวสวนทางธีรดนย์ออกไปจากห้องทันทีโดยไม่หันกลับมามอง รณภพหันไปจ้องมองลูกน้องตัวดีด้วยสายตาดุร้ายราวกับอยากจะกินเลือดกินเนื้อ จนธีรดนย์ถึงกับผงถอยหลังด้วยความหวาดผวา แต่ก่อนที่รณภพจะได้เอ่ยปากไล่รุ่นน้องออกจากห้อง สายตาของเขากลับเหลือบไปเห็นกระดาษโน้ตแผ่นเล็กที่พิมพ์มาดาลืมทิ้งไว้บนโต๊ะทำงาน—ข้อความลายมือหวัดๆ แต่เด็ดเดี่ยวเขียนไว้ว่า... *'พรุ่งนี้แปดโมงเช้า เตรียมกาแฟดำไม่ใส่น้ำตาลไว้ให้ฉันด้วยค่ะ—เอ๊ย! ครับ!'* รณภพก้มมองกระดาษแผ่นนั้น มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นอย่างไม่รู้ตัว... เกมนี้ ดูท่าทางจะไม่ได้จบลงแค่การดื่มกาแฟฟรีเสียแล้วครับ --- *(ขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและฟินไปกับความซึนของนายสถาปนิกคนนี้ด้วยกันนะครับ)*
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของนายสถาปนิกหน้าตายกับยัยนักแก้ปัญหาจอมดีเดือด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%