เซฟโซนของนายสถาปนิกหน้าตายกับยัยนักแก้ปัญหาจอมดีเดือด•ตอนที่ 5

หน้างานที่ไม่มีวันสงบ

ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
เสียงประกาศเตือนภัยจากระบบโครงสร้างชั่วคราวดังระรัวแข่งกับเสียงฝนที่เทกระหน่ำลงมาอย่างไร้ความปรานี หน้างานคอนโดมิเนียมหรูใจกลางเมืองเวลานี้กลายเป็นสนามรบขนาดย่อม น้ำปูนผสมโคลนไหลทะลักเข้าสู่โซนล็อบบี้ชั้นหนึ่งเนื่องจากการระบายน้ำผิดพลาด และต้นเหตุของวิกฤตครั้งนี้กำลังยืนเถียงกับผู้รับเหมาหน้าดำคร่ำเครียดอยู่ตรงเสาหลักต้นที่สาม "ฉันบอกคุณแล้วว่าให้เช็กระดับความลาดเอียงของท่อระบายน้ำก่อนเทพื้นซีเมนต์รอบสุดท้าย แต่นี่คุณเล่นลัดขั้นตอนเพื่อจะรีบกลับบ้านไปดูบอลหรือไงคะ!" เสียงหวานใสที่เจือไปด้วยความเกรี้ยวกราดของพิมพ์มาดาตะโกนแข่งกับเสียงพายุ เธอยืนกอดอกในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนและกางเกงสแลคเปียกปอน รองเท้าผ้าใบเลอะโคลนจนดูไม่ได้ แต่นัยน์ตากลับวาวโรจน์ด้วยความดุดันจนผู้รับเหมาวัยกลางคนถึงกับหน้าถอดสี ถอยหลังกรูดโดยไม่กล้าต่อปากต่อคำ "เกิดอะไรขึ้น" เสียงทุ้มต่ำที่ราบเรียบแต่ทรงพลังดังแทรกขึ้นท่ามกลางความอลหม่าน รณภพก้าวเดินแหวกม่านน้ำฝนเข้ามาด้วยท่าทีสุขุม ร่างสูงโปร่งในชุดสูทลำลองและสวมหมวกนิรภัยสีขาวดูโดดเด่นท่ามกลางความโกลาหล เขาไม่ได้พกร่ม แต่น้ำฝนที่เกาะตามไรผมและสันจมูกคมสันกลับขับให้ใบหน้าหล่อเหลาแบบสถาปนิกหนุ่มดูเย้ายวนอย่างน่าประหลาด "ก็ผู้รับเหมามือสมัครเล่นของคุณน่ะสิคะ ทำงานชุ่ยจนท่อเดรนน้ำอุดตัน น้ำเลยทะลักเข้าโซนอินทีเรียที่ฉันเพิ่งตรวจรับไปเมื่อวานนี้เอง!" พิมพ์มาดาหันขวับมาทางเขา ดวงตากลมโตฉายแววเอาเรื่อง เธอไม่ได้เกรงกลัวรัศมีความเย็นชาที่แผ่ออกมาจากตัวเขาเลยสักนิด "คุณในฐานะสถาปนิกโปรเจกต์นี้ จะแก้ปัญหานี้ยังไงคะ หรือจะยืนกอดอกทำหน้าตายแล้วบอกว่าเป็นเรื่องของหน้างานเหมือนเดิม" รณภพปรายตามองหญิงสาวที่ยืนหายใจหอบฮัก ตัวสั่นด้วยความโกรธ หน้าผากมนมีรอยเปื้อนคราบปูนขาวเล็กน้อย ทว่าแววตากลับแข็งกร้าวไม่ยอมแพ้ เขาถอนหายใจยาวอย่างเหนื่อยหน่าย ขยับแว่นสายตาเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยที่ชวนให้คนฟังอยากกระโดดถีบขาคู่ "ถ้าคุณใช้เวลาเอาแต่วิ่งมาต่อว่าผม แทนที่จะเดินไปดูวาล์วเปิดปิดน้ำฉุกเฉินที่อยู่ห่างไปแค่สามเมตร ป่านนี้น้ำคงไม่ท่วมถึงข้อเท้าคุณหรอกครับ คุณนักแก้ปัญหาจอมดีเดือด" "นี่คุณ!" พิมพ์มาดาอ้าปากค้าง ชี้หน้าเขาด้วยความโมโหจนหน้าดำหน้าแดง "ฉันเตือนคุณด้วยความหวังดีนะรณภพ!" "ผมไม่ได้ขอความหวังดี ผมต้องการความเป็นมืออาชีพ" รณภพสวนกลับทันควัน น้ำเสียงนุ่มทุ้มแต่เฉียบคมบาดลึก ดวงตาคมกริบมองสบตาเธอนิ่ง ไม่ยอมหลบสายตา "ถ้าคุณคิดว่าตัวเองเก่งนัก ก็ตามผมมาพิสูจน์ตรงนี้... อย่าดีแต่พูด" พูดจบ สถาปนิกหนุ่มก็คว้าข้อแขนเรียวของเธอโดยไม่รอให้ตั้งตัว แล้วออกแรงดึงให้เดินฝ่าน้ำที่ท่วมขังมุ่งตรงไปยังมุมอับด้านหลังเสาหลักทันที สัมผัสจากฝ่ามืออุ่นจัดที่กุมรอบข้อมือทำให้พิมพ์มาดาชะงักไปชั่วขณะ หัวใจที่เต้นรัวด้วยความโกรธเมื่อครู่กลับเปลี่ยนจังหวะกะทันหัน ความอบอุ่นจากมือเขาแผ่ซ่านสวนทางกับความเย็นเยือกของสายฝน เธอพยายามจะสะบัดออกแต่รณภพกลับยิ่งกระชับมือแน่นขึ้นโดยไม่มีทีท่าจะปล่อย "ยืนบื้ออยู่ทำไมล่ะครับ ช่วยจับไฟฉายตรงนี้ให้ผมหน่อย น้ำมันตัดระบบไฟหมดแล้ว มองไม่เห็นอะไรเลย" เขาสั่งเสียงห้วน ขณะที่ย่อตัวลงนั่งคุกเข่ากับพื้นซีเมนต์ที่เฉอะแฉะเพื่อสำรวจท่อระบายน้ำหลัก พิมพ์มาดากัดริมฝีปากแน่นอย่างขัดใจ แต่ก็ยอมก้มตัวลงทำตามคำสั่ง เธอถือไฟฉายส่องไปยังจุดที่นิ้วเรียวยาวของเขากำลังจัดการไขน็อตล็อกวาล์ว ภาพของสถาปนิกหนุ่มผู้รักความสะอาดและเจ้าระเบียบ ยอมเปื้อนโคลนและน้ำสกปรกเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ทำให้ความโกรธในใจเธอลดลงครึ่งหนึ่งโดยไม่รู้ตัว กลิ่นน้ำฝนผสมกับกลิ่นกายสะอาดๆ และน้ำหอมผู้ชายจางๆ ลอยมาแตะจมูกท่ามกลางเสียงสายฝนที่ยังคงโหมกระหน่ำ รณภพทำงานอย่างรวดเร็วและคล่องแคล่ว แผ่นหลังกว้างที่ไหวตามจังหวะการออกแรงทำให้คนมองเผลอใจเต้นแรงอย่างน่าประหลาด "มองอะไรครับ หน้าผมมีโคลนติดอยู่หรือไง" รณภพเอ่ยขึ้นโดยไม่ละสายตาจากงาน ปากร้ายๆ ยังคงไม่วายหยิกแกมหยอก "เปล่าค่ะ แค่กำลังคิดว่าปากจัดๆ ของคุณกับฝีมือหน้างานเนี่ย อันไหนมันน่ารำคาญกว่ากันแน่" พิมพ์มาดาเชิดหน้าขึ้นเถียงกลับทันที ดวงตาคู่สวยพราวระยับด้วยความท้าทาย รณภพหยุดมือลงชั่วขณะ เขาค่อยๆ เงยหน้าขึ้นสบตากับหญิงสาวที่นั่งยองๆ อยู่ใกล้กัน ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่เหลือเพียงแค่คืบเดียว ดวงตาคมกริบของสถาปนิกหนุ่มมองสำรวจใบเนียนที่เปียกปอนไปด้วยหยดน้ำและคราบเหงื่อ ก่อนจะเลื่อนลงมามองริมฝีปากสีพีชที่ขยับเถียงเขาไม่หยุด ความเงียบชั่วขณะก่อตัวขึ้นท่ามกลางเสียงพายุภายนอก หัวใจของทั้งสองคนเต้นรัวเร็วจนแทบจะหลุดออกมานอกอก เคมีบางอย่างที่เร่าร้อนและอึดอัดพุ่งพล่านจนอากาศรอบตัวคล้ายจะร้อนระอุขึ้นมาดื้อๆ รณภพขยับเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิดโดยไม่รู้ตัว ปลายนิ้วที่เปื้อนโคลนของเขาเผลอยื่นออกไปปัดปอยผมที่เปียกชื้นแนบแก้มเนียนของเธออย่างเบามือโดยสัญชาติ่น พิมพ์มาดาถึงกับลมหายใจสะดุด สมองขาวโพลนไปหมด เธอเบิกตากว้างด้วยความตกใจกับสัมผัสอ่อนโยนที่ไม่คาดคิดจากผู้ชายปากร้ายคนนี้ "คุณ..." เสียงหวานหลุดอุทานออกมาแผ่วเบา ไร้ซึ่งคำพูดโต้เถียงใดๆ หลงเหลือเพียงความสั่นไหวในแววตาที่ฟ้องความรู้สึกทุกอย่าง รณภพชะงักไปเมื่อรู้ตัวว่าทำอะไรลงไป เขากำลังจะดึงมือกลับเพื่อรักษาฟอร์มของคนปากแข็ง ทว่าจังหวะนั้นเอง... *โครม!* เสียงเหล็กดัดกั้นเขตก่อสร้างด้านนอกพังครืนลงมาเพราะแรงลมพายุ พร้อมๆ กับแสงไฟฉุกเฉินของอาคารที่กะพริบดับวูบลงเหลือเพียงความมืดมิด และเสียงทุ้มต่ำของใครบางคนก็ดังขึ้นจากด้านหลังความมืด ท่ามกลางบรรยากาศที่แขวนอยู่บนเส้นด้าย "อ้าว รณภพ... มาทำอะไรกันสองต่อสองในมุมมืดแบบนี้เหรอครับ หรือว่ากำลังเคลียร์ปัญหานอกรอบกันอยู่?" ขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับตัวละครของเรานะครับ
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของนายสถาปนิกหน้าตายกับยัยนักแก้ปัญหาจอมดีเดือด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%