เซฟโซนของนายสถาปนิกหน้าตายกับยัยนักแก้ปัญหาจอมดีเดือด•ตอนที่ 17

บทสนทนาใต้แสงดาว

ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
แก้วกาแฟกระดาษในมือรณภพสั่นน้อยๆ ไม่ใช่เพราะความหนาวของลมดาดฟ้าตึกสำนักงานยามค่ำคืน แต่เป็นเพราะสายตาคู่คมของพิมพ์มาดาที่จ้องตรงมาอย่างไม่คิดจะหลบเลี่ยง "คุณรณภพกำลังหนี... หนีแม้กระทั่งเงาของตัวเอง" น้ำเสียงนั้นนิ่งเรียบ ทว่าเฉียบคมจนสถาปนิกหนุ่มผู้รักความสมบูรณ์แบบถึงกับแค่นหัวเราะในลำคอ เขาเบือนหน้าหนีไปยังทัศนียภาพของเมืองหลวงเบื้องล่าง แสงไฟจากตึกสูงระฟ้าพริบพราวราวกับดวงดาวบนพื้นดิน แต่ไม่มีดวงไหนเทียบเท่าประกายความดื้อรั้นในนัยน์ตาของหญิงสาวที่ยืนอยู่เคียงข้างได้เลย "ผมไม่ได้หนีพิมพ์มาดา ผมแค่กำลังเลือกวิธีจัดการกับปัญหาที่ชาญฉลาดกว่า" รณภพสวนกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ปากร้ายตามสไตล์ที่เธอคุ้นเคย "ไม่ใช่การวิ่งโร่เข้าไปชนกำแพงเหล็กแบบที่คุณชอบทำ จนหัวแตกกลับมาทุกที" "แต่อย่างน้อย ฉันก็ได้รู้ว่ากำแพงนั้นมันสร้างด้วยอิฐหรือแค่ภาพลวงตา" พิมพ์มาดาก้าวเข้าไปประชิดอีกนิด กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ เจือจางไปกับสายลมหนาว แต่มันกลับทำให้ประสาทสัมผัสของคนปากแข็งทำงานหนักขึ้นอย่างช่วยไม่ได้ "ไม่เหมือนคุณ... เอาแต่ขีดเส้นแปลนชีวิต ขีดตารางเวลา แล้วก็ขังตัวเองไว้ในห้องสี่เหลี่ยมแคריๆ ที่เรียกว่าเซฟโซน... สถาปนิกใหญ่อย่างคุณ เคยมีความฝันที่อยู่นอกเหนือจากแบบร่างอาคารบ้างไหมคะ... อ่า ขอโทษทีครับ ผมหมายถึง... นอกเหนือจากแบบร่างอาคารบ้างไหมครับ" พิมพ์มาดาแกล้งแก้คำพูดด้วยรอยยิ้มเย้าแหย่ เมื่อเห็นคิ้วเข้มของรณภพกระตุกเข้าหากันเล็กน้อยกับสรรพนามที่เธอจงใจล้อเลียนความสุภาพของเขา รณภพหันขวับมามองคนตัวเล็กกว่าที่กล้าต่อปากต่อคำเขาไม่เลิก ดวงตาคมกริบฉายแวววับโรยด้วยประกายอารมณ์บางอย่างที่ยากจะคาดเดา เขาวางแก้วกาแฟลงบนขอบปูนเสียงดังสนั่นจนหญิงสาวสะดุ้งเล็กน้อย แต่เธอก็ยังยืนหยัดเชิดหน้าสู้สายตา ไม่ยอมถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว "ความฝันเหรอ..." รณภพทวนคำ เสียงของเขาต่ำลงจนเกือบกลายเป็นเสียงกระซิบ ทว่าทรงพลังพอจะกดบรรยากาศรอบตัวให้เงียบงันลง "คุณคิดว่าคนแบบผมเกิดมาเพื่อทำตามความฝันงั้นเหรอ พิมพ์มาดา? คุณไม่รู้อะไรเลย... ทุกเส้นที่ผมลาก ทุกเสาที่ผมคำนวณ มันไม่ใช่ความฝันของผม มันคือโซ่ตรวนที่ครอบครัวผมตีตราจองไว้ต่างหาก" ประโยคที่หลุดออกมาจากปากของสถาปนิกผู้เย่อหยิ่งและเย็นชามาตลอดทำให้พิมพ์มาดาชะงัก เค้าโครงความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ภายใต้ท่าทีถือดีถูกเปิดเผยออกมาในวินาทีที่สบตากัน ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจและเสียงหัวใจที่เต้นระรัวในอก "แล้วทำไมไม่ล่ะคะ?" พิมพ์มาดาเปลี่ยนน้ำเสียงจากกวนประสาทเป็นความอ่อนโยนขึ้นอย่างน่าประหลาด เธอยื่นมือออกไปแตะแขนเสื้อสูทของเขาเบาๆ ราวกับจะย้ำเตือนว่าเขาไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวบนโลกใบนี้ "ถ้าเซฟโซนของคุณมันอึดอัดขนาดนั้น ทำไมถึงไม่ยอมพังมันดูสักตั้งล่ะคะ... เอ๊ด... พังมันดูสักตั้งล่ะครับ" เธอยิ้มขำเมื่อเกือบหลุดคำพูดติดปากอีกครั้ง รณภพมองมือเรียวที่วางอยู่บนแขนของตน ความอบอุ่นจากปลายนิ้วนั้นซึมผ่านเนื้อผ้าเข้ามาถึงผิวเนื้อได้อย่างน่าประหลาด หัวใจที่เคยด้านชาและถูกปิดตายมาหลายปีเริ่มสั่นไหวอย่างรุนแรง เขาอยากจะปัดมือออกตามนิสัยป้องกันตัว แต่ความอบอุ่นนี้กลับทำให้เขาโหยหามากกว่าผลักไส "คุณพูดมันง่าย พิมพ์มาดา..." รณภพถอนหายใจยาว แววตาที่มองเธอนั้นเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน ทั้งดื้อรั้น หงุดหงิด และ... คลั่งรักจนแทบจะปิดไม่มิด "ถ้าผมพังมัน แล้วโลกข้างนอกนั่นมันพังทลายลงมาจริงๆ ใครจะเป็นคนรับผิดชอบ?" "ฉันนี่ไงคะ..." พิมพ์มาดาตอบกลับทันควัน ดวงตากลมโตเป็นประกายแน่วแน่ไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย "ฉันจะช่วยคุณถือแปลนฉบับใหม่เอง... ความฝันของคุณน่ะ ถ้ามันหนักหนาเกินกว่าจะแบกไว้คนเดียว ก็แบ่งมาให้ฉันช่วยแบกสิคะ... นายสถาปนิกหน้าตาย" คำพูดนั้นทำเอารณภพถึงกับพูดไม่ออก เขานิ่งค้างไปหลายวินาที เคมีที่ฟาดฟันกันมาตลอดระเหิดหายไป เหลือเพียงความหวานล้ำที่ตีตื้นขึ้นมาจุกอก ความรู้สึกพ่ายแพ้ต่อผู้หญิงคนนี้ราบคาบจนเขาต้องหลับตาลงเพื่อตั้งสติ เขาก้มหน้าลงเข้าใกล้เธอทีละน้อย จนระยะห่างระหว่างใบหน้าเหลือเพียงแค่คืบ ลลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ริมแก้มจนพิมพ์มาดาต้องกลั้นหายใจ หัวใจของเธอกระหน่ำเต้นราวกับกลองเพลเมื่อเห็นแววตาจริงจังและดุดันของคนตรงหน้า "คุณรู้ตัวไหมว่ากำลังเล่นกับไฟอยู่, พิมพ์มาดา" เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดริมฝีปาก รณภพขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิดจนเกือบจะแนบชิด "ถ้าผมยอมเปิดใจ แล้วเผาเซฟโซนของตัวเองทิ้งจริงๆ... คุณจะไม่มีวันได้วิ่งหนีผมไปไหนอีกแล้วนะ" ดวงตาของพิมพ์มาดาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจระคนหวั่นไหว เธอกำลังจะอ้าปากเอ่ยคำตอบโต้เพื่อรักษาฟอร์มตามวิสัยคนปากเก่ง ทว่า... *กริ๊กล็อก!* เสียงประตูหนีไฟดาดฟ้าถูกผลักเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับเสียงฝีเท้าเร่งรีบและน้ำเสียงคุ้นเคยที่ตะโกนแทรกขึ้นมาท่ามกลางความเงียบ "คุณรณภพ! คุณพิมพ์มาดา! อยู่นี่นี่เอง โทรหาทำไมไม่รับสายกันครับ! เกิดเรื่องใหญ่ที่ไซต์งานโปรเจกต์ใหญ่แล้วครับ!" ทั้งสองคนผละออกจากกันอย่างรวดเร็วราวกับถูกไฟช็อต พิมพ์มาดาหน้าแดงก่ำ หันไปมองหน้างานที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาด้วยความตกใจ ขณะที่รณภพหน้าตึงขึ้นทันที ความหงุดหงิดฉายชัดบนใบหน้าหล่อเหลาที่ถูกขัดจังหวะในวินาทีสำคัญ รณภพสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อระงับอารมณ์กรุ่นโกรธ ก่อนจะหันมามองหน้าหญิงสาวที่ยังคงยืนหายใจไม่ทั่วท้องอยู่ข้างๆ แววตาของเขาเต็มไปด้วยความหมายลึกซึ้งที่ยังพูดไม่จบ "เรื่องของเรา... ยังไม่จบแค่นี้แน่ครับ" รณภพกระซิบเสียงต่ำลอดไรฟันด้วยความเสียดาย ก่อนจะหันไปตวาดใส่ลูกน้องหน้าตาตื่น "มีเรื่องบ้าอะไรอีก!" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนที่ 17 นี้ด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ!
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของนายสถาปนิกหน้าตายกับยัยนักแก้ปัญหาจอมดีเดือด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%