กลิ่นอายกาแฟคั่วเข้มบนโต๊ะทำงานกระจกใสไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศในห้องประชุมเครียดน้อยลงเลยแม้แต่น้อย ปลายปากกาหมึกซึมในมือของรณภพถูกกดลงบนกระดาษร่างแปลนจนเส้นกระดาษแทบทะลุ ขณะที่สายตาคมกริบราวกับใบมีดโกนจ้องเขม็งไปยังเอกสารสัญญาข้อพิพาทตรงหน้า พิมพ์มาดาที่ยืนกอดอกอยู่ข้างกันสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อควบคุมจังหวะหัวใจที่เต้นรำด้วยความตระหนักรู้ที่น่ากลัว—นี่ไม่ใช่แค่การแข่งขันทางธุรกิจธรรมดา แต่มันคือสงครามล้างบางที่กำลังจะดึงรณภพดิ่งลงสู่หุบเหวแห่งความหายนะ!
"คุณกำลังเล่นกับไฟ รณภพ" เสียงทุ้มต่ำราบเรียบแต่แฝงความเย้ยหยันดังขึ้นจากชายหนุ่มในชุดสูทร้านตัดมือจากอิตาลีที่นั่งไขว่ห้างอยู่ฝั่งตรงข้าม
"ธนาวิน" ศัตรูหัวใจและคู่แข่งทางธุรกิจตัวฉกาจที่รณภพเกลียดขี้หน้าเข้าไส้ ส่งยิ้มมุมปากที่ดูอย่างไรก็ชวนให้อยหมัด ร่างสูงโปร่งในชุดสูทเนี๊ยบกริบขยับตัวเข้าหาโต๊ะเล็กน้อย ดวงตาแพรวพราวทอดมองไปยังพิมพ์มาดาด้วยความสนใจอย่างเปิดเผย จนสันจاوะของสถาปนิกหนุ่มกระตุกเกร็งด้วยความไม่สบอารมณ์
"ถ้าโปรเจกต์นี้หลุดมือคุณไป ไม่ใช่แค่บริษัทที่จะพัง... แต่คุณเองก็จะไม่มีแม้แต่แผ่นดินจะยืน" ธนาวินจงใจลากเสียงยาว พร้อมกับเลื่อนเอกสารข้อเสนอซ้อนทับลงบนแปลนงานของรณภพอย่างเสียมารยาท "สู้มาอยู่ฝ่ายผมไม่ดีกว่าหรือครับ คุณพิมพ์มาดา? คนมีความสามารถอย่างคุณ ไม่ควรมาจมปลักอยู่กับสถาปนิกหัวโบราณที่เอาแต่ก้มหน้าวาดรูปจนไม่รู้ว่าโลกเขาหมุนไปถึงไหนแล้ว"
พิมพ์มาดาแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตากลมโตฉายแวววาวโรจน์ด้วยความถือดี เธอก้าวเท้าเข้าไปยืนแทรกกลางระหว่างผู้ชายสองคนอย่างไม่เกรงกลัวอำนาจเงินตราใดๆ
"ขอบคุณสำหรับคำชวนนะคะ... อ้อ ขอโทษที ผมติดนิสัยพูดผิดเพศตามคนแถวนี้" พิมพ์มาดาแอบชำเลืองมองรณภพแวบหนึ่งก่อนจะเชิดหน้าใส่ธนาวิน "ขอบคุณสำหรับข้อเสนอค่ะคุณธนาวิน แต่บอกตามตรงว่าฉันแพ้อาหารทะเล... โดยเฉพาะพวกปลา2หน้าและปลาไหลที่ชอบลื่นไหลไปตามผลประโยชน์ ฉันไม่สนใจหรอกครับ!" เธอจงใจใช้สรรพนามกวนประสาทเพื่อตอกหน้าอีกฝ่ายกลับอย่างเจ็บแสบ
รณภพขบกรามแน่น สันกรามคมขึ้นรูปชัดเจนจนน่ากลัว มือหนาที่ถือปากกาอยู่เมื่อครู่เอื้อมไปคว้าข้อมือเรียวของพิมพ์มาดากระชากให้ถอยหลังมาหลบอยู่ด้านหลังตนเองโดยสัญชาตญาณ แรงดึงนั้นไม่ได้รุนแรงจนเจ็บ แต่มันหนักแน่นและเด็ดขาดพอที่จะประกาศความเป็นเจ้าandความเป็นห่วงในเวลาเดียวกัน แม้ปากจะยังร้ายกาจตามฟอร์ม
"ถอยไปยัยตัวแสบ ใครอนุญาตให้เธอเอาหน้าไปใกล้ขยะชิ้นนี้" รณภพเอ่ยด้วยน้ำเสียงต่ำลอดไรฟัน ดวงตาคมดุหันกลับไปจ้องหน้าธนาวินราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ "ส่วนคุณธนาวิน... เก็บเอกสารขยะของคุณแล้วไสหัวออกไปจากพื้นที่ของผม ก่อนที่ผมจะหมดความอดทนแล้วใช้ด้ามประแจฟาดหน้าคุณแทนปากกา"
ธนาวินหัวเราะร่วนในลำคออย่างไม่สะทกสะท้าน เขายืนขึ้นเต็มความสูง จัดปกเสื้อสูทให้เข้าที่ด้วยท่าทางสบายๆ ก่อนจะโน้มตัวลงกระซิบเบาๆ ให้ได้ยินกันแค่สามคน
"ระวังตัวไว้ให้ดีเถอะครับคุณรณภพ ของรักของคุณ... อาจจะไม่ได้อยู่กับคุณไปตลอดหรอกนะ"
สิ้นคำพูดนั้น ธนาวินก็หันหลังเดินยิ้มร่าออกจากห้องประชุมไป ทิ้งไว้เพียงความระอุของอารมณ์ที่คุกรุ่นราวกับลาวาใต้พื้นโลก พิมพ์มาดาถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ร่างบางทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ทำงานอย่างหมดแรง แต่ก่อนที่เธอจะได้เอ่ยปากบ่นอะไร รณภพก็ก้าวเข้าประชิดตัวอย่างรวดเร็ว มือหนาทั้งสองข้างวางทศลงบนพนักพิงเก้าอี้ กักขังเธอไว้ในวงแขนโดยสมบูรณ์ ใบหน้าหล่อเหลาถมึงทึงโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน
"ใครใช้ให้เธอไปยืนปะทะกับมันฮะ!" รณภพเค้นเสียงดุ ดวงตาคู่คมฉายแววร้อนรนที่เจ้าตัวพยายามกลบเกลื่อนด้วยความหงุดหงิด "รู้ไหมว่ามันอันตรายแค่ไหน ทำไมต้องทำตัวเป็นฮีโร่ตลอดเวลา ห่วงตัวเองบ้างไม่ได้หรือไง!"
"แล้วใครใช้ให้คุณทำหน้าเป็นยักษ์แบกโลกอยู่คนเดียวเล่า!" พิมพ์มาดาตอกกลับทันควันโดยไม่ยอมแพ้ ดวงตาคู่สวยจ้องลึกเข้าไปในดวงตาดุของเขาอย่างไม่หลบเลี่ยง "ฉันเป็น Project Coordinator นะคะ หน้าที่ของฉันคือปกป้องโปรเจกต์และปกป้อง... เอえ ปกป้องทีมงาน! ฉันไม่ได้อยากให้คุณต้องแบกรับความเสี่ยงอยู่คนเดียวสักหน่อย ทำไมต้องทำเป็นเก่งตลอดเวลาด้วยห๊ะ ปากร้ายใจดีอยู่ได้ น่าตีให้ตายจริง"
คำต่อว่าที่ปนไปด้วยความห่วงใยนั้นทำให้รณภพชะงักไป ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความอบอุ่นที่ตีตื้นขึ้นมาจุกอกจนพูดไม่ออก สถาปนิกหนุ่มผู้เย่อหยิ่งและปากแข็งได้แต่ก้มมองริมฝีปากอิ่มที่ยังคงขยับเถียงเขาฉอดๆ ด้วยหัวใจที่เต้นรำอย่างไร้จังหวะ
เขาโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดริมฝีปากของกันและกัน ความเงียบงันเข้ามาแทนที่บทสนทนาอันเผ็ดร้อน เหลือเพียงเสียงหัวใจที่เต้นโครมครามอยู่ในอกของทั้งคู่ รณภพหลุบตาลงมองเรียวปากที่ขยับบ่นเมื่อครู่ด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง—จากความดุดันกลายเป็นความลึกซึ้งและโหยหาอย่างปิดไม่มิด
"ถ้าเธอยังดื้อแล้วเอาตัวเข้าไปเสี่ยงอีก..." รณภพกระซิบเสียงพร่าทุ้ม ริมฝีปากหยักลึกเคลื่อนเข้าไปใกล้จนแทบจะแนบชิด "ฉันจะลงโทษเธอด้วยวิธีที่ทำให้เธอเถียงไม่ออกไปตลอดชีวิต... พิมพ์มาดา"
หัวใจของหญิงสาวกระตุกวูบ สติสัมปชัญญะที่เคยมีกระเจิงหายไปในอากาศ เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเมื่อใบหน้าหล่อเหลานั้นโน้มต่ำลงมาเรื่อยๆ ระยะห่างระหว่างกันลดลงเหลือเพียงเสี้ยววินาทีที่ริมฝีปากของเขากำลังจะทาบทับลงมา—
*ก๊อกๆๆ!*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะอย่างไม่รู้กาลเทศะ พร้อมๆ กับที่ประตูห้องประชุมถูกผลเปิดผางเข้ามาโดยไม่รอให้อذنุญาต พนักงานฝึกงานวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาพร้อมกับแท็บเล็ตในมือ ใบซีดเผือดด้วยความตกใจ
"คุณรณภพคะ! คุณพิมพ์มาดา! แย่แล้วค่ะ! แบบแปลนหลักของโปรเจกต์ถูกอัปโหลดขึ้นเว็บไซต์สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต ตอนนี้ข้อมูลรั่วไหลออกไปหมดแล้วค่ะ!"
รณภพผละออกจากพิมพ์มาดาอย่างรวดเร็ว ดวงตาคมกริบเปลี่ยนกลับมาเป็นความเย็นชาและดุดันในเสี้ยววินาที เขากัดฟันกรอดเมื่อตระหนักได้ทันทีว่านี่คือเกมสกปรกขั้นสุดท้ายที่ธนาวินเพิ่งประกาศสงครามไปเมื่อครู่
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและส่งกำลังใจให้ฟีนิกซ์สีทองเสมอนะครับ
เซฟโซนของนายสถาปนิกหน้าตายกับยัยนักแก้ปัญหาจอมดีเดือด•ตอนที่ 10
ศัตรูหัวใจในชุดสูท
ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของนายสถาปนิกหน้าตายกับยัยนักแก้ปัญหาจอมดีเดือด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!