เซฟโซนของนายสถาปนิกหน้าตายกับยัยนักแก้ปัญหาจอมดีเดือด•ตอนที่ 9

คนปากแข็งกับความลับที่เผลอหลุด

ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
ตราประทับสีแดงชาดบนมุมกระดาษแผ่นนั้นเด่นชัดเสียจนพิมพ์มาดาแทบหยุดหายใจ ตัวอักษรย่อของบริษัท ‘K&P Development’ คู่แข่งทางธุรกิจที่จ้องจะฮุบโปรเจกต์รีสอร์ทอัปยศของตระกูลรณภพมาโดยตลอด ปรากฏหราอยู่บนแฟ้มเอกสารที่ชายชุดสูทสีเข้มเพิ่งวางลงบนโต๊ะทำงานของสถาปนิกหนุ่ม บรรยากาศในห้องประชุมวีไอพีของสำนักงานสถาปัตยกรรมเย็นเฉียบขึ้นมาทันตาเห็น “คุณหมายความว่ายังไง รณภพ” พิมพ์มาดาไม่รอให้ความเงียบสร้างความอึดอัด เธอก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะทำงาน ปรายตามองเอกสารลับฉบับนั้นสลับกับใบหน้าเรียบเฉยที่ไร้ระรอกคลื่นอารมณ์ของสถาปนิกหนุ่ม “นี่มันหมายความว่าคุณกำลังขายข้อมูลการออกแบบเฟสแรกให้ฝั่งนั้น หรือว่าคุณกำลังร่วมมือกับคนที่พยายามทำลายชื่อเสียงพ่อของคุณกันแน่” รณภพเงยหน้าขึ้นช้าๆ ปลายนิ้วเรียวยาวที่เคยจรดปากกาเขียนแบบวางลงบนโต๊ะอย่างมั่นคง ดวงตาคมกราบกวาดมองหญิงสาวที่กำลังยืนจ้องหน้าเขาด้วยแววตาดุดันเหมือนแมวป่าหวงกรง “ปากเก่งเสียจริงนะคุณพิมพ์มาดา” รณภพเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ เย็นชา และเรียบสนิทจนน่าหมั่นไส้ “ยังไม่ทันรู้ความจริงอะไรสักอย่าง แต่สมองปราดเปรียวของคุณก็แล่นไปไกลถึงขั้นปรักปรำผมว่าเป็นคนทรยศแล้วหรือครับ” “ก็หลักฐานมันคาตา!” พิมพ์มาดาใช้ปลายนิ้วเรียวเคาะลงบนโต๊ะกระจกใส เสียงดังป็อกๆ เพื่อเน้นย้ำความจริง “ตราประทับนั่นไม่ใช่ของปลอม และคนที่เอาเข้ามาก็ไม่ใช่พนักงานของเรา! ถ้าคุณบริสุทธิ์ใจจริง ทำไมต้องทำหน้าตายไร้ความรู้สึกแบบนั้นตอนที่ความลับกำลังจะรั่วไหลล่ะคะ หรือว่ามันจี้ใจดำคุณเข้าแล้ว” รณภพถอนหายใจยาวนาน เป็นครั้งแรกที่พิมพ์มาดาเห็นร่องรอยความเหนื่อยล้าพาดผ่านดวงตาคู่นั้น แวบหนึ่งมันฉายความอ่อนโยนบางเบาที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้เกราะกำบังอันเย็นชา ก่อนที่เขาจะปั้นหน้ายากเย็นเช่นเดิม “หึ คนโง่มักจะเห็นแค่สิ่งที่อยากเห็น” รณภพยันตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แรงกดดันจากส่วนสูงและรัศมีรอบตัวของสถาปนิกหนุ่มทำให้พิมพ์มาดาต้องถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว แต่มีหรือที่คนอย่างเธอจะยอมลดราวาศอก เธอกลืนน้ำลายลงคอแล้วเชิดหน้าสู้สายตาเขาตรงๆ “ถ้าฉันโง่ คุณก็คงเป็นไอ้คนเจ้าเล่ห์ที่เก่งแต่สร้างกำแพงสถาปัตยกรรมมาปิดบังความสกปรกสินะ!” “พิมพ์มาดา!” รณภพตวาดเสียงต่ำอย่างเหลืออด เขาเอื้อมมือคว้าข้อมือเรียวของเธอไว้ไม่ให้ถอยหนี แรงบิดกระชับพอเหมาะไม่ให้เจ็บแต่ก็แน่นหนาพอที่จะทำให้เธอขยับไปไหนไม่ได้ ใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันเพียงคืบ ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนรับรู้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวผิดจังหวะ ทว่า แทนที่เขาจะต่อว่าเธอด้วยถ้อยคำเชือดเฉือนเหมือนเคย รณภพกลับดึงตัวเธอเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานอีกนิด ก่อนจะเอื้อมมืออีกข้างไปหยิบเอกสารแผ่นนั้นขึ้นมา แล้วพลิกหน้าหลังให้เธอดูด้วยสายตาที่อ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด “ดูให้เต็มตา… นี่คือเอกสารปฏิเสธข้อเสนอของ K&P” พิมพ์มาดาชะงัก กวาดสายตาอ่านข้อความภาษาอังกฤษตัวหนาที่ระบุเงื่อนไขการซื้อขายสิทธิ์แบบเบ็ดเสร็จ ซึ่งถูกขีดฆ่าด้วยหมึกสีแดงและมีลายเซ็นตวัดห้วนสไตล์รณภพกำกับอยู่ด้านล่าง พร้อมข้อความปฏิเสธเสียงแข็งว่า *‘ไม่ขาย และไม่เคยคิดจะร่วมมือกับคนไร้จรรยาบรรณ’* ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันไม่ใช่ความอึดอัดจากความสงสัย หากแต่มันคือความอับอายของคนที่ด่วนสรุปไปก่อน พิมพ์มาดาเม้มริมฝีปากแน่น แก้วNวลเนียนขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความเขินอายที่พุ่งปรี๊ดขึ้นมาถึงใบหู สมองที่เคยแล่นฉิวราวกับติดเทอร์โบกลับหยุดทำงานกะทันหัน เธออ้าปากพะงาบๆ เหมือนปลาขาดน้ำ หาคำแก้ตัวไม่พบในทันที “อะ… เอえ… คือว่า…” พิมพ์มาดาหลบสายตาวับวามคู่นั้น เม้มปากแน่นยิ่งกว่าเดิมเมื่อรู้ตัวว่าเพิ่งปล่อยไก่ตัวใหญ่ใส่สถาปนิกหนุ่มผู้แสนจะถือตัว “ทำไมคุณไม่รีบพูดตั้งแต่แรกเล่า ปล่อยให้ฉันโวยวายอยู่ได้ตั้งนาน!” รณภพแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มมุมปากที่นานๆ ครั้งจะปรากฏขึ้นทำให้ใบหน้าหล่อเหลานั้นดูมีเสน่ห์จนน่ากลัว “ก็คุณไม่เปิดโอกาสให้ผมพูดเองนี่ครับ ดีแต่ใช้วาทศิลป์ฟาดฟันคนอื่นก่อนจะสืบความจริงให้ดีเสียก่อน… สมแล้วที่เป็นยัยนักแก้ปัญหาจอมดีเดือด” แม้คำพูดจะจิกกัด แต่สัมผัสที่ข้อมือกลับนุ่มนวลขึ้นอย่างประหลาด รณภพคลายมือออกช้าๆ แต่ยังคงยืนประชิดตัวเธอจนแผ่นหลังของหญิงสาวเกือบจะชนเข้ากับชั้นวางหนังสือด้านหลัง พิมพ์มาดารู้สึกได้ถึงความร้อนผ่าวที่แผ่ซ่านมาจากฝ่ามือใหญ่ของเขาที่เพิ่งปล่อยไป เธอรีบยกมือขึ้นกอดอกเพื่อสร้างระยะห่าง พร้อมกับเชิดหน้าแก้เก้อ “ถึงฉันจะใจร้อนไปหน่อย แต่คุณก็น่าจะรู้ว่าฉันทำไปเพราะเป็นห่วง… เอ๊ย! เป็นห่วงโปรเจกต์ต่างหาก!” เธอรีบแก้คำพูดแทบไม่ทันเมื่อเผลอหลุดปากคำว่า ‘เป็นห่วง’ ออกไป รณภพชะงักไปนิด ดวงตาคมกริบมองสำรวจใบหน้าที่กำลังแดงก่ำของหญิงสาวด้วยประกายความรู้สึกบางอย่างที่ลึกล้ำเกินกว่าจะคาดเดา มุมปากของเขาหยักลึกขึ้นเป็นรอยยิ้มอ่อนโยนที่นานๆ ครั้งจะหลุดออกมาให้เห็น “เป็นห่วงโปรเจกต์… หรือเป็นห่วงผมกันแน่ครับ หื้ม?” คำถามพ่วงด้วยน้ำเสียงทุ้มพร่าและแววตากรุ้มกริ่มนั้นทำเอาพิมพ์มาคารู้สึกเหมือนถูกไฟช็อตตั้งแต่หัวจรดเท้า หัวใจเจ้ากรรมเต้นระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก เธอถอยหลังกรูดจนสะโพกชนเข้ากับขอบโต๊ะทำงานอย่างจัง “ใครจะเป็นห่วงคุณกัน อย่ามาหลงตัวเองหน่อยเลยรณภพ!” เธอสวนกลับเสียงดังกลบเกลื่อนความเขินอาย พยายามดันแผงอกกว้างของเขาให้ออกห่าง แต่รณภพกลับไม่มีทีท่าว่าจะขยับเขยื้อน เขายังคงยืนนิ่งราวกับกำแพงหินแกรนิตที่พร้อมจะโอบอุ้มเธอไว้ในอาณาเขตของเขา “ปากแข็งจริงนะ…” รณภพโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลลมหายใจอุ่นร้อนรินรดอยู่บนพวงแก้มเนียน “แต่รู้ไหมครับ ว่าเวลาที่คุณหน้าแตกแล้วพยายามทำเป็นเก่งแบบนี้… มันน่ารักจนผมแทบไม่อยากปล่อยให้คุณเดินออกจากห้องนี้ไปไหนเลย” ดวงตากลมโตของพิมพ์มาดาเบิกกว้างด้วยความตกใจกับคำสารภาพแบบไม่ทันตั้งตัว สมองของเธอขาวโพลนจนคิดคำพูดโต้เถียงไม่ออก ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสะกดด้วยมนต์ตราแห่งความใกล้ชิดที่อันตรายที่สุดในชีวิต และในเสี้ยววินาทีที่ริมฝีปากของชายหนุ่มกำลังโน้มต่ำลงมาใกล้เรื่อยๆ จนสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่แผ่ซ่าน… *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* เสียงเคาะประตูกระจกบานใหญ่ดังขึ้นอย่างไม่รู้กาลเทศะ ตามด้วยเสียงเปิดพรวดเข้ามาของเลขาหนุ่มหน้าตาตื่นตระหนก “คุณรณภพครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ ทางไซต์งานก่อสร้างหลักส่งภาพถ่ายด่วนมา… โครงสร้างฐานรากโซน B กำลังเกิดรอยร้าวขนาดใหญ่เพราะแรงสั่นสะเทือนปริศนา!” รณภพชะงักกึก เปลวไฟในดวงตาที่กำลังลุกโชนเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความเย็นเยียบและจริงจังในพริบตา เขารีบผละตัวออกจากพิมพ์มาดาอย่างเสียดาย คว้าโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะขึ้นมากดรับสายทันทีด้วยใบหน้าเคร่งเครียด พิมพ์มาดายืนหอบหายใจถี่รัว ยกมือขึ้นแตบแก้มตัวเองที่ร้อนผ่าวดั่งโดนไฟลวก หัวใจเต้นโครมครามไม่เป็นจังหวะจากเหตุการณ์เมื่อครู่และความตกใจเรื่องไซต์งาน “เตรียมรถ ผมจะไปไซต์งานเดี๋ยวนี้” รณภพสั่งเสียงเข้ม หันกลับมามองพิมพ์มาดาที่ยังยืนนิ่งอึ้งอยู่ “คุณตามผมมาด้วย เรามีงานใหญ่ต้องแก้ปัญหา… ร่วมกัน” พูดจบ รณภพก็คว้าแจ็คเก็ตสูทมาสวมแล้วก้าวยาวๆ ออกจากห้องไปทันที โดยทิ้งให้พิมพ์มาดายืนเค้งคว้างอยู่กับความรู้สึกวุ่นวายใจที่ปั่นป่วนยิ่งกว่าพายุฝน แต่ทว่า… ก่อนที่เธอจะก้าวเท้าเดินตามหลังเขาออกไป สายตาก็เหลือบไปเห็นหน้าจอคอมพิวเตอร์บนโต๊ะทำงานของรณภพที่ยังไม่ได้ล็อกหน้าจอ ภาพแผนผังโครงสร้างฐานรากโซน B ที่ปรากฏขึ้นหราบนจอพร้อมกับพิกัดจุดเกิดเหตุ กลับทำให้ลมหายใจของเธอสะดุดกึกอีกครั้ง เพราะพิกัดจุดรอยร้าวเหล่านั้น… มันไม่ได้เกิดขึ้นจากอุบัติเหตุทางธรรมชาติอย่างที่เลขาหนุ่มรายงาน แต่มันตรงกับตำแหน่งฝังเสาเข็มทดลองของบริษัท K&P ที่เพิ่งถูกปฏิเสธข้อเสนอไปเมื่อไม่กี่นาทีก่อนหน้านี้ราวกับวางแผนเอาไว้! พิมพ์มาดาเบิกกว้างด้วยความตระหนักรู้บางอย่างที่น่ากลัว—นี่ไม่ใช่แค่การแข่งขันทางธุรกิจธรรมดา แต่มันคือสงครามล้างบางที่กำลังจะดึงรณภพดิ่งลงสู่หุบเหวแห่งความหายนะ! (ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "ฟีนิกซ์สีทอง" มาโดยตลอดนะครับ)
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของนายสถาปนิกหน้าตายกับยัยนักแก้ปัญหาจอมดีเดือด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%