แฟ้มเอกสารสีน้ำตาลหนาปึ้กถูกกระแทกลงบนโต๊ะทำงานกระจกใส เสียง *ปึ้ง* นั้นดังพอจะกลบเสียงเครื่องปรับอากาศที่กำลังทำงานแข่งกับความเงียบยามเที่ยงคืนได้สนิท
"คุณหมายความว่าไงนะ... ที่บอกว่าเอกสารสิทธิ์ที่ดินถูกอายัดกะทันหัน?"
พิมพ์มาดาใช้สองมือยันขอบโต๊ะ โน้มตัวเข้าหาชายหนุ่มที่นั่งไขว่ห้างอยู่หลังเก้าอี้หนังราคาแพง ดวงตากลมโตคู่นั้นวาวโรจน์ด้วยความกรุ่นโกรธ ไม่มีความอ่อนล้าหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย แม้ว่าเข็มนาฬิกาจะข้ามผ่านเที่ยงคืนเข้าสู่วันเสาร์แล้วก็ตาม
รณภพเงยหน้าขึ้นจากจอแท็บเล็ต แววตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาไม่ได้แสดงความตกใจแม้แต่น้อย ชายหนุ่มถอนหายใจยาวอย่างเหนื่อยหน่าย ปิดหน้าจอลงก่อนจะประสานมือไว้บนตัก
"หมายความตามที่หูคุณได้ยินนั่นแหละครับ คุณพิมพ์มาดา" น้ำเสียงทุ้มต่ำเรียบเฉยจนน่าหมั่นไส้ "โครงการตึกระฟ้ามูลค่าพันล้านของเรากำลังจะกลายเป็นเศษกระดาษ ถ้าคุณยังมัวแต่หงุดหงิดใส่ผมแทนที่จะมานั่งดูว่าใครเป็นคนเล่นตลกลับหลังเรา"
"ฉันไม่ได้หงุดหงิดอย่างไร้เหตุผลนะ!" พิมพ์มาดากัดฟันกรอด เดินอ้อมโต๊ะเข้ามาประชิดตัวเขาอย่างลืมตัว "นี่มันเอกสารสำคัญที่คุณต้องเป็นคนเซ็นยื่นตั้งแต่สัปดาห์ก่อน แล้วทำไมจู่ๆ ถึงมีคำสั่งอายัดจากกรมที่ดินลงมาได้ล่ะคะ หรือว่าคุณแอบทำอะไรลับหลังฉัน... รณภพ!"
เธอยื่นหน้าเข้าไปใกล้จนแทบชิด ปลายจมูกเกือบจะชนกัน แว่นตาของเขาเกือบจะหลุดร่วงเพราะแรงกดดันจากหญิงสาวตรงหน้า รณภพชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคมปลาบกวาดมองใบหน้าเนียนใสที่แดงก่ำด้วยความโกรธ เม็ดเหงื่อผุดพรายไรผมของเธอฟ้องชัดว่าเธอวิ่งวุ่นกับเรื่องนี้มาทั้งวันโดยไม่พักผ่อน
กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ผสมกับกลิ่นความเครียดและกาแฟเย็นเจี๊ยบ ลอยแตะจมูกสถาปนิกหนุ่มจนหัวใจที่เคยนิ่งสงบเริ่มเต้นผิดจังหวะ
รณภพขยับตัวถอยหลังเล็กน้อยเพื่อสร้างระยะห่าง แต่ทว่าพนักเก้าอี้ติดกำแพงกระจก ทำให้เขาไม่มีทางหนี พิมพ์มาดายังคงยืนค้ำหัวเขาด้วยท่าทีเอาเรื่อง
"คิดว่าผมโง่พอจะทำลายโปรเจกต์ที่ตัวเองนั่งหลังขดหลังแข็งออกแบบมาครึ่งปีหรือไงครับ" รณภพสวนกลับด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น แต่แววตาไหววูบไปชั่วขณะเมื่อสบตากับเธอ "เลิกทำตัวเป็นเด็กเอาแต่ใจแล้วใช้สมองคิดสิครับ... คนระดับนั้น เล่นเกมใต้ดินแบบนี้ มันมีอยู่ไม่กี่คนหรอก"
"แล้วทำไมคุณไม่บอกฉันตั้งแต่แรก!" พิมพ์มาดาเสียงสั่น ร่างบางทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ทำงานอีกตัวที่อยู่ใกล้ที่สุดอย่างไร้เรี่ยวแรง ความแข็งกร้าวเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความเคว้งคว้างและเหนื่อยล้าที่กัดกินหัวใจ "ฉันเหนื่อยนะรณภพ... ฉันต้องเคลียร์กับทางแบงก์ ต้องตอบคำถามบอร์ดบริหาร และตอนนี้... เอกสารนั่นก็โดนอายัด คุณคิดว่าฉันแบกรับไหวคนเดียวเหรอ?"
ประโยคตัดพ้อที่หลุดออกมาจากปากของหญิงสาวผู้ที่ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร ทำให้ห้องทำงานกว้างใหญ่ตกอยู่ในความเงียบงัน
รณภพมองคนที่กำลังก้มหน้าซ่อนหยาดน้ำตาไว้ใต้แพขนตางอน ความรู้สึกบางอย่างกระชากลึกเข้าไปในอก ปากที่มักจะพ่นคำพูดร้ายกาจใส่เธอเสมอในยามปกติ กลับหนักอึ้งราวกับมีใครเอาตะกั่วมาถ่วงไว้ เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เดินอ้อมโต๊ะไปหยุดตรงหน้าเธอ
มือหนายื่นออกไปช้าๆ ลังเลอยู่เสี้ยววินาที ก่อนจะวางลงบนกลุ่มผมนุ่มแล้วขยี้เบาๆ อย่างเก้ๆ กังๆ
"ถ้าไม่ไหว... ก็ไม่ต้องแบกไว้คนเดียวสครับ"
เสียงทุ้มที่มักจะกวนประสาท บัดนี้กลับอ่อนโยนและอบอุ่นจนน่าตกใจ พิมพ์มาดาเงยหน้าขึ้นทันที ดวงตาคู่สวยแดงก่ำรื้นด้วยหยาดน้ำใส เธอมองสถาปนิกหน้าตายที่ตอนนี้สายตาของเขากำลังบอกเล่าความรู้สึกทุกอย่างที่ซ่อนไว้ภายใต้ความเย็นชา
"คุณ..."
"ผมอาจจะปากร้ายและน่ารำคาญในสายตาคุณ" รณภพย่อตัวลงให้ระดับสายตาเท่ากับเธอ นิ้วเรียวยาวเอื้อมไปเกลี่ยปอยผมที่ปรกหน้าผากให้อย่างเบามือ "แต่ผมไม่เคยปล่อยให้คนที่ผม... เอ่อ... คนที่ทำงานร่วมกันต้องล้มลงไปคนเดียวหรอกนะครับ"
หัวใจของพิมพ์มาดากระตุกวูบ เคมีที่ฟาดฟันกันมาตลอดหลายสัปดาห์ราวกับถูกหลอมละลายด้วยความอบอุ่นกะทันหันนี้ ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่ลดลงเรื่อยๆ จนแทบไม่เหลือช่องว่าง ลมหายใจอุ่นร้อนรินรดกันและกันในความเงียบสงบของยามวิกาล
รณภพโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้ ปลายจมูกของเขาสัมผัสกับแก้มเนียนแผ่วเบา สติของทั้งคู่หลุดลอยไปกับบรรยากาศที่พาไป ริมฝีปากหยักกำลังจะประทับลงบนเรียวปากอิ่มที่เผยอน้อยๆ ด้วยความประหม่า
*กริ๊ก... แอ๊ด—*
เสียงปลดล็อกประตูออฟฟิศจากด้านนอกดังขึ้น พร้อมกับแสงไฟนีออนสว่างวาบที่สาดส่องเข้ามาในห้องทำงานส่วนตัว ร่างของบุคคลที่สามก้าวเข้ามาพร้อมเอกสารกองโตในมือโดยไม่เคาะประตู
"คุณรณภพคะ! เอกสารตัวจริงจากกรมที่ดิน... เอ๊ะ!"
ทั้งคู่ผละออกจากกันอย่างรวดเร็วด้วยความตกใจ รณภพหน้าตึงขึ้นทันทีเมื่อหันไปพบว่าใครคือผู้ขัดจังหวะเวลาสำคัญนี้ ส่วนพิมพ์มาดารีบยกมือขึ้นเสยผมแก้เก้อ ใบหน้าแดงก่ำลามไปจนถึงใบหู
และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง สายตาก็เหลือบไปเห็นชื่อบนเอกสารที่บุคคลที่สามถือเข้ามา... มันไม่ใช่เอกสารราชการทั่วไป แต่มันคือตราประทับลับจากบริษัทคู่แข่งสำคัญที่เชื่อมโยงกับครอบครัวของรณภพโดยตรง!
โปรดติดตามตอนต่อไปนะครับ
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนผลงานของ "ฟีนิกซ์สีทอง" เสมอมานะครับ
เซฟโซนของนายสถาปนิกหน้าตายกับยัยนักแก้ปัญหาจอมดีเดือด•ตอนที่ 8
คืนวันศุกร์ที่ไม่เหมือนเดิม
ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของนายสถาปนิกหน้าตายกับยัยนักแก้ปัญหาจอมดีเดือด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!