เซฟโซนของนายสถาปนิกหน้าตายกับยัยนักแก้ปัญหาจอมดีเดือด•ตอนที่ 22

อุปสรรคที่ไม่คาดฝัน

ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
"ตัวเลขสามสิบล้านถูกหั่นเหลือสิบห้าล้านภายในพริบตา คุณสถาปนิก... ช่วยอธิบายให้ฟังหน่อยสิครับว่า เราจะเอาโครงสร้างเหล็กพิเศษที่ไหนมาค้ำยันอาคารรูปทรงเรขาคณิตบ้าบอนี่ โดยที่ตึกไม่ถล่มลงมาทับหัวคนฟังประชุม?" เสียงกระแทกแฟ้มเอกสารหนาปึ้กดังสนั่นห้องประชุมใหญ่ แรงสั่นสะเทือนนั้นไม่ได้มาจากตัวโต๊ะ แต่มาจากความเดือดดาลในน้ำเสียงของพิมพ์มาดา เธอยืนค้ำโต๊ะโน้มตัวไปข้างหน้า ดวงตากลมโตฉายแวววาวโรจน์ด้วยความกรุ่นโกรธ ริมฝีปากสีพีชธรรมชาติเม้มแน่นเป็นเส้นตรง เอกสารงบประมาณฉบับปรับลดกะทันหันจากบอร์ดบริหารนอนแผ่หร่าอยู่ตรงหน้า รณภพ สถาปนิกหนุ่มเจ้าของโปรเจกต์ยังคงนั่งไขว่ห้างนิ่งสนิท ใบหน้าหล่อเหลาไร้ระรอกคลื่นอารมณ์ ใบหน้าเรียบเฉยราดด้วยความเย็นชาจนน่าหมั่นไส้ รณภพค่อยๆ เลื่อนสายตาขึ้นจากหน้าจอแท็บเล็ต มองหญิงสาวที่กำลังพ่นไฟใส่เขาด้วยท่าทางราวกับเธอกำลังบ่นเรื่องฝนตกแดดออก "ถ้าคุณใช้สมองส่วนหน้าคิดสักนิด พิมพ์มาดา คุณจะรู้ว่าเหล็กพิเศษไม่ได้จำเป็นขนาดนั้น... ถ้าเราเปลี่ยนมาใช้ระบบคอมโพสิตคอนกรีตเสริมใยเหล็กต้นทุนต่ำ" รณภพเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ราวกับกำลังสั่งกาแฟดำสักแก้วในยามบ่าย "ต้นทุนต่ำ! พูดน่ะมันง่าย คุณรณภพ!" พิมพ์มาดาแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคู่สวยหรี่ลงอย่างจับผิด "นั่นมันหมายถึงค่าความปลอดภัยที่ลดลง ความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น และที่สำคัญ... แบบดีไซน์ระดับมาสเตอร์พีซที่คุณหวงนักหวงหนา มันจะกลายสภาพเป็นแค่ต่องแต่งคอนกรีตดาดๆ ทันที! คุณยอมรับความห่วยแตกนั้นได้เหรอ?" คำว่า 'ความห่วยแตก' ทำให้ดวงตาคมกริบของรณภพไหววูบไปชั่วเสี้ยววินาที สถาปนิกหนุ่มผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แรงกดดันจากส่วนสูงและรัศมีรอบตัวที่ทรงพลังแผ่ซ่านจนอุณหภูมิในห้องประชุมลดฮวบ เขาไม่ได้ถอยหนี กลับก้าวเท้าเข้ามาประชิดร่างบางที่ยืนขวางโต๊ะอยู่ จนพิมพ์มาดาต้องเงยหน้าขึ้นมอง ใกล้เสียจน... กลิ่นน้ำหอมกลิ่นวานิลลาอ่อนๆ ปะปนกับความเครียดของหญิงสาวลอยเข้าจมูกเขา "อย่ามาท้าทายมาตรฐานของผม พิมพ์มาดา" รณภพก้มหน้าลงกระซิบต่ำ เสียงทุ้มต่ำรอดไรฟันอย่างคาดโทษ "สิ่งที่บอร์ดบริหารตัดงบไม่ใช่เพราะดีไซน์ผมมีปัญหา แต่เพราะมีใครบางคน... แอบไปอนุมัติงบบานปลายกับฝ่ายจัดซื้อเมื่อเดือนก่อน จนตัวเลขมันกระโดดเกินโควตาต่างหาก" พิมพ์มาดาชะงัก ลมหายใจสะดุดกึก ดวงตาสั่นระริกด้วยความตกใจระคนฉุนเฉียว "นี่คุณกำลังจะบอกว่า... ทั้งหมดนี้เป็นความผิดฉันงั้นเหรอ?" "ผมไม่ได้พูด คุณพูดเอง" รณภพยักไหล่ ปากหนายกยิ้มเยาะเล็กน้อยที่มุมปาก "แต่ถ้าคุณไม่มีปัญญาบริหารจัดการตัวเลขส่วนต่างที่เหลือให้ลงตัวภายในสัปดาห์นี้... โปรเจกต์ 'เซฟโซน' ของเรา ก็คงต้องพับเก็บใส่ลิ้นชัก แล้วปล่อยให้มันกลายเป็นแค่ความฝันลมๆ แล้งๆ ของเด็กฝึกงานไปซะ" "คุณรณภพ!" พิมพ์มาดากำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความคับแค้นใจพุ่งทะยานถึงขีดสุด เธอเกลียดรอยยิ้มเย่อหยิ่งและสายตาราวกับเหนือกว่าของเขาที่สุด ชายคนนี้ไม่เคยมีความเห็นอกเห็นใจให้ใคร มีแต่ตรรกะเย็นชาและปากร้ายๆ ที่คอยเฉือนเนื้อคนฟังให้เจ็บเล่น แต่เธอก็ยอมรับไม่ได้เหมือนกัน... ยอมรับไม่ได้ที่จะเห็นโปรเจกต์ที่เธอทุ่มเทแรงกายแรงใจร่วมสร้างกับเขามาหลายเดือนต้องพังทลายลงด้วยน้ำมือของบอร์ดหน้าเลือดและอีโก้บ้าๆ ของสถาปนิกหน้าตายคนนี้! "ดี..." พิมพ์มาดาเชิดหน้าขึ้น รอยยิ้มท้าทายผุดขึ้นบนใบหน้าสวยเฉี่ยว แม้ขอบตาจะเริ่มร้อนผ่าวด้วยความอัดอั้น "ถ้าคุณมั่นใจนักว่าจัดการได้ งั้นเรามาพนันกันไหมล่ะคะ?" รณภพหรี่ตาลง "พนันอะไร?" "ถ้าฉันสามารถหาทางออกเรื่องงบประมาณที่ถูกตัด โดยไม่ต้องลดทอนคุณภาพดีไซน์ของคุณแม้แต่นิลเดียวภายในเจ็ดวัน... คุณ..." พิมพ์มาดาเว้นจังหวะ กวาดสายตามองสำรวจใบหน้าคมคายที่อยู่ห่างกันไม่ถึงคืบ "ต้องยอมทำตามคำสั่งฉันหนึ่งอย่างโดยไม่มีข้อแม้!" บรรยากาศในห้องประชุมเงียบกริบลงทันที มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ รณภพจ้องมองหญิงสาวตรงหน้า นัยน์ตาสีเข้มฉายแววพินิจพิจารณา ประกายความท้าทายในดวงตาคู่สวยของพิมพ์มาดากำลังจุดไฟบางอย่างในอกเขา ไฟที่ร้อนรุ่มและอันตราย สถาปนิกหนุ่มโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนรดรินอยู่บนพวงแก้มเนียนจนพิมพ์มาดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจเจ้ากรรมเริ่มเต้นรัวผิดจังหวะจนเธอกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินเสียงมัน "แล้วถ้าคุณแพ้ล่ะ... พิมพ์มาดา?" เสียงกระซิบแหบพร่าดังชิดริมหู ทำเอาขนอ่อนลุกชันไปทั่วร่าง "ฉัน... ฉันไม่มีทางแพ้หรอกน่า" น้ำเสียงของเธอเริ่มสั่นพร่าอย่างควบคุมไม่ได้เมื่อแผงอกกว้างของรณภพขยับเข้าประชิดจนแทบไม่มีช่องว่าง ร่างบางเผลอถอยหลังก้นไปชนกับขอบโต๊ะประชุมอย่างจนมุม รณภพยกมือข้างหนึ่งขึ้น วางทาบลงบนขอบโต๊ะกั้นขังเธอไว้ในอ้อมแขนกลายๆ กลิ่นกายสะอาดๆ ของชายหนุ่มโอบล้อมเธอไว้ทุกทิศทาง ปากร้ายๆ ที่มักพ่นคำพูดกวนประสาทบัดนี้เหยียดยิ้มร้ายกาจ "มั่นใจดีนี่..." รณภพโน้มใบหน้ากระซิบชิดใบหูขาวสะอาด น้ำเสียงทุ้มต่ำเปลี่ยนเป็นจริงจังและทรงพลังจนคนฟังใจสั่นสะท้าน "แต่ผมไม่ชอบการพนันที่ไม่มีสิ่งแลกเปลี่ยนที่สมน้ำสมเนื้อ... ถ้าคุณแพ้ คุณต้องยอมย้ายสำมะโนครัวมาเป็นผู้ช่วยส่วนตัวของผมแบบ 24 ชั่วโมง... ห้ามปฏิเสธ ห้ามลา และห้ามเถียงผมสักคำ... ตกลงไหมครับ?" พิมพ์มาดาเบิกตากว้าง หายใจติดขัด สมองขาวโพลนไปหมด ชายคนนี้... เขาฉวยโอกาสบ้าอะไรเนี่ย! ยังไม่ทันที่เธอจะได้อ้าปากปฏิเสธหรือต่อรอง เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดกัน ก่อนที่บานประตูห้องประชุมจะถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท "ขอโทษที่ขัดจังหวะนะครับคุณรณภพ... พอดีมีแขกไม่ได้รับเชิญมารอพบคุณที่ห้องทำงานส่วนตัวครับ เขาบอกว่าเป็น... คู่หมั้นของคุณ" ร่างของพิมพ์มาดานิ่งค้าง ร่างสูงของรณภพชะงักกึก ดวงตาคมกริบเปลี่ยนเป็นมืดทะทันทีเมื่อได้ยินคำว่า 'คู่หมั้น' สัญชาตญาณบางอย่างเตือนภัยลั่นระเบิดในอก ขณะที่ประตูห้องเปิดกว้างเผยให้เห็นร่างระหงของหญิงสาวในชุดเดรสแบรนด์เนมราคาสูงลิบลิ่วกำลังก้าวเข้ามาด้วยรอยยิ้มเยเย้ยทักทายสายตาทุกคู่ "สวัสดีค่ะทุกคน... คุณรณภพคะ จำฉันได้ไหมเอ่ย?" ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามอ่านกันมาจนถึงตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ!
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของนายสถาปนิกหน้าตายกับยัยนักแก้ปัญหาจอมดีเดือด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%