กองเอกสารบนโต๊ะทำงานของรณภพสูงท่วมหัวจนเกือบจะบดบังใบหน้าคมคายที่มักจะเรียบเฉยราวน้ำแข็งสลัก แต่ในวินาทีนี้ ความเย็นชาที่เขาสEงสมมานานนับสัปดาห์กำลังจะพังทลายลงด้วยเสียงสูดจมูกฟืดฟาดที่ดังมาจากมุมห้อง
"คุณไหวไหมเนี่ยพิมพ์มาดา หน้าซีดเป็นไก่ต้มโรงงานแล้วนะ"
รณภพหลุดปากพูดออกไปโดยไม่ทันได้กลั่นกรอง สถาปนิกหนุ่มผู้รักความสมบูรณ์แบบขมวดคิ้วมุ่น ปากหยักได้รูปเม้มเข้าหากันแน่นด้วยความหงุดหงิดปนระอา เมื่อเห็นหญิงสาวร่างบางตรงหน้ายังคงดึงดันจะเคลียร์งดประเมินราคางานโครงสร้างของไซต์งานพรีเมียม ทั้งที่พิษไข้เล่นงานจนริมฝีปากแห้งผากไร้สีเลือด
พิมพ์มาดาเงยหน้าขึ้นจากจอโน้ตบุ๊ก ดวงตากลมโตที่ปกติมักจะฉายแววเจ้าเล่ห์และพร้อมจะต่อปากต่อคำกับเขาทุกวินาที ตอนนี้กลับปรือปรี่ ร่างกายสั่นเทาเล็กน้อยจากความหนาวสะท้านของเครื่องปรับอากาศที่เร่งความเย็นเกินพิกัด เธอยิ้มฝืนจนน่าเกลียด
"ไหวค่ะ... เอ๊ย ไหวสิคะ ท่านสถาปนิก งานยังไม่เสร็จ ชีวีไม่วาย ฉันไม่ใช่คนอ่อนแอขนาดนั้นหรอกน่า" น้ำเสียงที่เคยฉะฉานตอกกลับเขาอย่างไร้ความเกรงกลัว ตอนนี้กลับแหบแห้งและสั่นเครือจนแทบจะกลืนหายไปกับลำคอ
รณภพถอนหายใจเฮือกใหญ่ เขาลุกขึ้นจากเก้าอี้หนังราคาแพงด้วยท่าทีรวดเร็ว ขายาวก้าวฉับๆ ตรงไปยังโต๊ะทำงานของเธอทันทีโดยไม่เอ่ยคำอนุญาต มือหนาคว้าหมับเข้าที่ข้อมือเล็กเพื่อดึงให้เธอลุกขึ้นยืนตามแรงบังคับ
"นี่! คุณจะทำบ้าอะไรเนี่ย รณภพ!" พิมพ์มาดาอุทานด้วยความตกใจ พยายามยื้อข้อมือกลับแต่แรงของเธอน้อยนิดเหลือเกินเมื่อเทียบกับคนตัวโตกว่า "ปล่อยนะ ฉันต้องรีบส่งอีเมลหาผู้รับเหมา ไม่งั้นงานสะดุดแน่"
"เลิกบ้างานสักวันโลกมันไม่แตกหักหรอกพิมพ์มาดา!" รณภพเสียงเข้ม ดวงตาคมกราบกราดมองสำรวจใบหน้าเนียนที่ตอนนี้แดงก่ำเพราะพิษไข้
เมื่อเธอเซถลาด้วยความหน้ามืด รณภพก็ไม่รอช้า สองแขนแข็งแกร่งรวบร่างบางเข้าสู่อ้อมอกกว้างโดยสัญชาตญาณ กลิ่นกายหอมอ่อนๆ คล้ายดอกไม้ผสมกับกลิ่นยาพาราเซตามอลลอยแตะจมูก ทำให้หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอของสถาปนิกหนุ่มกระตุกวูบอย่างแรง
พิมพ์มาดาเบิกตากว้าง หัวใจเต้นระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ยามที่แผ่นหลังบางแนบชิดกับอกแกร่งที่สะท้อนขึ้นลงตามแรงหายใจ ความอบอุ่นจากร่างกายของเขาแผ่ซ่านเข้ามาทะลวงความหนาวเหน็บในกาย เธอนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ สมองขาวโพลนจนลืมสิ้นแม้กระทั่งคำพูดกวนประสาทที่เตรียมไว้โต้เถียง
"คุณ... ตัวร้อนเป็นไฟอยู่แล้วยังจะอวดเก่ง" น้ำเสียงดุดันเมื่อครู่เจือความอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด รณภพก้มมองหญิงสาวในอ้อมแขน สายตาที่ใช้มองเธอมันเต็มไปด้วยความห่วงใยที่ระAมระวังและลึกซึ้งเกินกว่าจะปิด
"ปล่อยฉันเถอะค่ะ... เดี๋ยวคนอื่นมาเห็นเข้า..." พิมพ์มาดากระซิบเสียงแผ่วเบา ใบหน้าร้อนผ่าวไม่ใช่เพราะพิษไข้ แต่เป็นเพราะสัมผัสแนบชิดที่ใกล้ชิดเกินความจำเป็น หัวใจดวงน้อยเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน
"ห้องนี้มีแค่เราสองคน ไม่มีใครกล้าเข้ามารบกวนเวลาผมสั่งห้ามหรอก" รณภพตอบเสียงทุ้มต่ำ ชิดใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดพวงแก้มเนียน เขายกมือขึ้นสัมผัสหน้าผากมนเบาๆ เพื่อวัดอุณหภูมิ สัมผัสที่นุ่มนวลและทะนุถนอมนั้นทำเอาพิมพ์มาดาแทบหยุดหายใจ
นี่คือรณภพคนเย็นชา ปากร้าย และจอมเผด็จการคนเดิมจริงหรือ? ทำไมตอนนี้เขาถึงกล ายเป็นเตาผิงมนุษย์ที่อบอุ่นและอันตรายต่อหัวใจเธอเสียเหลือเกิน
รณภพช้อนตัวเธอขึ้นอุ้มในท่าเจ้าสาวอย่างง่ายดาย แม้พิมพ์มาดาจะร้องประท้วงเบาๆ ด้วยความตกใจและเกรงใจ แต่เรี่ยวแรงที่มีตอนนี้มันน้อยนิดเกินกว่าจะขัดขืน เธอทำได้เพียงซบใบหน้าลงกับลาดไหล่กว้างของเขา หลับตาลงรับไออุ่นและความห่วงใยที่เขาตั้งใจมอบให้อย่างเงียบๆ
เขานำเธอมานอนพักที่โซฟาตัวยาวโซนพักผ่อนส่วนตัวหลังห้องทำงานของเขา พร้อมทั้งหยิบผ้าห่มผืนหนามาคลุมให้จนถึงคอ รณภพเดินหายไปชั่วครู่ก่อนจะกลับมาพร้อมแก้วน้ำอุ่นและยาเม็ดสีขาวในมือ
"ลุกขึ้นมาทานยาก่อนครับ จะได้นอนหลับ" น้ำเสียงของเขาอ่อนโยนลงอย่างราบคาบ ไม่มีเค้าLางของความหงุดหงิดหลงเหลืออยู่เลย
พิมพ์มาดายันกายลุกขึ้นพิงพนักโซฟา รับยาและน้ำอุ่นมาดื่มด้วยความจำยอม สายตาทอดมองชายหนุ่มที่กำลังคุกเข่าลงข้างโซฟาเพื่อจัดหมอนให้เธอเข้าที่อย่างเอาใจใส่ ความรู้สึกบางอย่างที่ก่อตัวขึ้นเงียบๆ ในใจตลอดหลายเดือนที่ร่วมงานกัน บัดนี้มันเติบโตจนเกินกว่าจะต้านทานไหวแล้ว
"ขอบคุณนะคะ... คุณรณภพ" เธอยิ้มบางๆ ให้เขา รอยยิ้มที่จริงใจและไร้ซึ่งกำแพงใดๆ
รณภพชะงักไปเล็กน้อยเมื่อสบเข้ากับดวงตาคู่สวยที่ฉายแววอ่อนโยน หัวใจของสถาปนิกหนุ่มกระตุกวูบอีกครั้ง เขายื่นมือออกไปปัดปอยผมที่ปรกลงมาข้างแก้มของเธอแผ่วเบา ปลายนิ้วอุ่นเฉียดผ่านผิวเนียนอย่างจงใจ
"พักผ่อนซะ... เดี๋ยวผมเฝ้าตรงนี้เอง ไม่ต้องห่วงเรื่องงาน" เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและจริงจัง
พิมพ์มาดาพยักหน้ารับเบาๆ ก่อนจะหลับตาลงด้วยความอ่อนเพลีย แต่ทว่าในขณะที่เธอกำลังจะจมดิ่งสู่นิทรา รณภพก็โน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนริมฝีปากหยักแทบจะชิดกับใบหูของเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนกระซิบคำพูดที่ทำเอาคนฟังถึงกับลืมความง่วงไปชั่วขณะ
"อย่าดื้อกับผมอีก... เพราะเวลาที่คุณเป็นอะไรไป คนที่ทรมานที่สุด ไม่ใช่คุณหรอก... แต่เป็นผม"
คำสารภาพที่หลุดออกมาจากปากของคนปากแข็งและซึนเดระขั้นสุด ทำให้หัวใจของพิมพ์มาดากระหน่ำเต้นราวกับกลองเพล เธอลืมตาโพลงขึ้นทันทีเพื่อจะมองหน้าเขาให้ชัดๆ แต่ทว่า...
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะความหวานซึ้ง พร้อมกับบานประตูที่ถูกผลักเปิดออกอย่างถือวิสาสะโดยร่างสูงของ "ธน ากร" เพื่อนสนิทและหุ้นส่วนบริษัทที่ถือแฟ้มเอกสารพรวดพราดย่างสามขุมเข้ามาในห้อง
"รณภพ แบบแปลนโครงการใหม่แก้เสร็จ... เฮ้ย!" ธนากรชะงักกึก อ้าปากค้างจนแทบหลุดจากเบ้า เมื่อเห็นภาพตรงหน้า—เพื่อนสนิทหนุ่มผู้รักความสันโดษและเกลียดการแตะเนื้อต้องตัวใคร กำลังนั่งคุกเข่ากุมมือและโน้มใบหน้าชิดติดกับนางเอกสาวตัวแสบของบริษัทในระยะประชิดชนิดที่ลมหายใจรดกัน!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนที่ 21 นี้ด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ!
เซฟโซนของนายสถาปนิกหน้าตายกับยัยนักแก้ปัญหาจอมดีเดือด•ตอนที่ 21
เมื่อความเย็นชาถูกทำลาย
ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของนายสถาปนิกหน้าตายกับยัยนักแก้ปัญหาจอมดีเดือด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!