กลิ่นกาแฟดำคั่วเข้มผสมกับกลิ่นกระดาษไขแปลนก่อสร้างยังคงตลบอบอวลอยู่ในห้องทำงานกว้างยามวิกาล บนโต๊ะเขียนแบบตัวใหญ่ กองเอกสารงวดสุดท้ายของโปรเจกต์รีสอร์ทริมผาถูกสะสางจนเกลี้ยง เหลือเพียงความเงียบงันที่น่าอึดอัดระหว่างคนสองคนที่นั่งอยู่คนละมุมห้อง
"คุณจะนั่งเงียบเป็นหุ่นปั้นทาสีทองแบบนี้อีกนานไหมครับ คุณพิมพ์มาดา"
รณภพเอ่ยทำลายความเงียบขึ้นมาก่อน ดวงตาคมกราบมองลอดแว่นสายตาไปยังร่างบางที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังสีเข้ม เธอไม่ได้มาเพื่อกวนประสาทเขาเหมือนทุกที แต่ดึกดื่นป่านนี้แล้ว เธอกลับยังไม่ยอมขยับเขยื้อนไปไหนเสียที
พิมพ์มาดาไหวไหล่เบาๆ เธอยกแก้วกาแฟอุ่นขึ้นจิบ ดวงตากลมโตคู่สวยมองลอดผ่านขอบแก้วมายังสถาปนิกหนุ่มผู้ขึ้นชื่อเรื่องความปากร้าย "ฉันก็แค่นั่งรอให้สถาปนิกผู้ยิ่งใหญ่ตรวจทานหน้างานแบบละเอียดรอบคอบเป็นครั้งสุดท้าย... เผื่อว่าพรุ่งนี้เช้าเกิดมีข้อผิดพลาดอะไรขึ้นมา ฉันจะได้ไม่ต้องมานั่งเช็ดก้นให้คุณอีกไงคะ... เอ๊ย หมายถึง แก้ปัญหาให้อีกไงคะ"
คำพูดกวนประสาทที่เกือบหลุดปากหลุดคำพูดไม่เป็นทางการออกมา ทำให้รณภพแค่นเสียงหึในลำคอ สถาปนิกหนุ่มวางปากกาในมือลงอย่างแรงจนเกิดเสียงดังทึบ เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาประชิดตรงหน้าโซฟาที่เธอนั่งอยู่ ร่างสูงทาบทับเงาลึกลงมาจนพิมพ์มาดาต้องเงยหน้าขึ้นสบตาโดยอัตโนมัติ
"แก้ปัญหา?" รณภพทวนคำ เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟัน "คนที่เกือบทำให้แบบแปลนโครงสร้างหลักพังไม่เป็นท่าเมื่อสัปดาห์ก่อน เพราะความใจร้อนอยากเอาชนะผู้รับเหมา... น่าจะมีสำนึกมากกว่ามานั่งลอยหน้าลอยตาอยู่ในห้องทำงานของผมนะ"
"อ้าว! นั่นมันเพราะฉันปกป้องผลประโยชน์ของบริษัทต่างหากล่ะคะ!" พิมพ์มาดาลุกพรวดขึ้นยืนบ้าง ความสูงของเธอไม่ได้ทำให้เธอต้องยอมเงยหน้ามองเขาอีกต่อไป เธอยื่นหน้าเข้าไปใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน แววตาคมกริบฉายแววท้าทาย "ถ้าวันนั้นฉันไม่ตัดสินใจเด็ดขาด ป่านนี้คุณคงนั่งกุมขมับกับค่าปรับบานเบอะไปแล้ว รณภพ... อย่ามาทำเป็นจำไม่ได้น่า"
ระยะห่างที่ใกล้ชิดจนเกินงามทำให้ลมหายใจอุ่นๆ ปะทะเข้าหากัน รณภพชะงักไปเล็กน้อย หัวใจเจ้ากรรมในอกข้างซ้ายเริ่มเต้นผิดจังหวะเมื่อได้กลิ่นหอมอ่อนๆ จากตัวเธอ กลิ่นวานิลลาผสมความสดชื่นที่เขามักจะได้กลิ่นทุกครั้งเวลาที่เธอเดินผ่านเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวของเขา
ให้ตายเถอะ... ผู้หญิงคนนี้อันตรายต่อระบบประสาทของเขาจริงๆ
สถาปนิกหนุ่มเบือนสายตาหลบไปมองทางอื่นเพื่อตั้งสติ มือหนายกขึ้นกอดอก พยายามสร้างกำแพงความเย็นชาขึ้นมาห่อหุ้มตัวเองอีกครั้ง "ผมไม่ได้ขอให้คุณไปเสี่ยงแบบนั้น... และผมก็ไม่ได้ต้องการให้ใครมาช่วยกู้หน้าด้วย"
"ปากแข็ง" พิมพ์มาดายิ้มมุมปาก เธอก้าวถอยหลังออกไปหนึ่งก้าวเพื่อเว้นระยะห่างที่อันตรายเกินไปนั้น น้ำเสียงของเธอนุ่มนวลขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย แฝงความเย้าแหย่ "ปากบอกว่าไม่ต้องการความช่วยเหลือ แต่แฟ้มเอกสารสรุปยอดงบประมาณที่ถูกจัดเรียงให้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยจนฉันแทบไม่ต้องทำอะไรเลยนี่... ฝีมือใครกันล่ะคะ สถาปนิกหน้าตาย"
รณภพสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อถูกจับไตได้ ใบหน้าคมคายฉายแววขัดเคืองอย่างเห็นได้ชัด "ผมก็แค่วางมันไว้ผิดที่ผิดทาง... อย่าสำคัญตัวผิดไปเลย คุณพิมพ์มาดา"
"ค่ะๆ ไม่สำคัญตัวผิดเลยสักนิด" พิมพ์มาดากลั้วหัวเราะในลำคอ เธอหยิบกระเป๋าถือขึ้นมาสะพายไหล่เตรียมตัวกลับบ้าน "งั้นฉันก็คงต้องขอตัวกลับไปนอนเอาแรง เพื่อมาเผชิญหน้ากับสถาปนิกปากแข็งคนนี้ต่อในวันพรุ่งนี้สินะคะ... ขอบคุณสำหรับ 'ความบังเอิญ' ที่ทำให้เอกสารมันเรียบร้อยก็แล้วกันค่ะ"
เธอกล่าวจบก็หมุนตัวเดินตรงไปยังประตูห้องทำงานทันที โดยไม่เปิดโอกาสให้เขาได้แก้ตัวใดๆ ทั้งสิ้น
รณภพยืนนิ่งมองตามแผ่นหลังบางที่กำลังจะก้าวพ้นขอบประตู ความรู้สึกบางอย่างตีรวนอยู่ในอกจนเขาต้องขบกรามแน่น เขารู้ดีว่าตนเองเป็นคนปากแข็งแค่ไหน และเขาก็เกลียดความรู้สึกที่กำลังพ่ายแพ้ให้กับรอยยิ้มกวนประสาทนั้นเหลือเกิน
ก่อนที่มือเรียวของพิมพ์มาดากลอนจะเอื้อมไปจับลูกบิดประตู เสียงทุ้มห้วนจัดก็ดังขึ้นตัดผ่านความเงียบ
"เดี๋ยว"
พิมพ์มาดาชะงักฝีเท้า เธอค่อยๆ หันกลับมามองชายหนุ่มด้วยความแปลกใจ "มีอะไรอีกคะ หรือว่าลืมสั่งงานอะไรฉันเพิ่ม"
รณภพไม่ได้ตอบทันที เขาก้าวเดินช้าๆ เข้าไปหาเธอ ดวงตาคู่คมจับจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตคู่นั้น ความเงียบงันปกคลุมอยู่ชั่วอึดใจ ก่อนที่ริมฝีปากหยักจะได้รูปจะขยับเอื้อIนคำพูดที่หาฟังได้ยากยิ่งออกมาจากปากของสถาปนิกผู้รักความสันโดษ
"ขอบคุณ... สำหรับวันนี้นะครับ"
น้ำเสียงนั้นนุ่มนวลและจริงใจกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา ไร้ซึ่งความประชดประชัน ไร้ซึ่งกำแพงความเย่อหยิ่ง รณภพพูดมันออกมาด้วยความรู้สึกทั้งหมดที่มีในใจ แม้ว่ามันจะดูอ้อมค้อมและเก้ๆ กังๆ ไปบ้างก็ตาม
พิมพ์มาดาเบิกตากว้างเล็กน้อย เธอคาดหวังคำด่า คำเหน็บแนม หรือแม้แต่คำสั่งงานเพิ่ม... แต่เธอไม่เคยคาดคิดเลยว่าจะได้ยินคำว่าขอบคุณจากปากของผู้ชายคนนี้ รอยยิ้มบางๆ ผุดขึ้นที่มุมปากของหญิงสาว ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านเข้ามาในหัวใจอย่างประหลาด
เธอกำลังจะอ้าปากเอ่ยแซวกลับไปตามนิสัย แต่ทว่า...
*ก๊อก ก๊อก ก๊อก!*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดต่อกันอย่างเร่งรีบ ก่อนที่ประตูห้องทำงานจะถูกผลักเปิดออกโดยไม่ต้องรอให้เจ้าของอนุญาต ร่างสูงโปรดของ 'ธนวินท์' สถาปนิกหนุ่มรุ่นพี่ร่วมสำนักงานและอดีตคู่หมั้นของพิมพ์มาดา ก็ก้าวเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าตื่นตระหนก
"พิมพ์! รณภพ! แย่แล้วล่ะ... ไซต์งานก่อสร้างโซน C เกิดเรื่องใหญ่แล้ว!"
รณภพขมวดคิ้วมุ่นทันที ความกรุ่นโกรธพุ่งพล่านขึ้นมาในอกเมื่อจังหวะเวลาอันแสนหวานถูกขัดขวางลงอย่างไม่เป็นท่า ขณะที่พิมพ์มาดาหันไปมองหน้าธนวินท์ด้วยความตกใจสุดขีด
---
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนที่ 20 นี้ด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ!
เซฟโซนของนายสถาปนิกหน้าตายกับยัยนักแก้ปัญหาจอมดีเดือด•ตอนที่ 20
คำขอบคุณที่แสนอ้อมค้อม
ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของนายสถาปนิกหน้าตายกับยัยนักแก้ปัญหาจอมดีเดือด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!