"ถ้าจะมาเพื่อทวงความหลัง ผมว่าคุณไปผิดที่ครับ ที่นี่คือไซต์งาน ไม่ใช่เวทีระลึกความหลังของอดีตคนเคยรู้จัก"
รณภพกระแทกแฟ้มงานลงบนโต๊ะไม้ตัวยาว เสียงปึกของมันดังพอจะกลบความเงียบงันที่ปกคลุมไปทั่วห้องประชุมชั่วคราว เขายืนตระหง่านอยู่ตรงนั้น ร่างสูงโปร่งในเสื้อเชิ้ตสีเทาพับแขนถึงข้อศอกดูเย็นชาและห่างเหินกว่าทุกวัน ดวงตาคมกริบจ้องเขม็งไปยังหญิงสาวที่เพิ่งก้าวเข้ามาขัดจังหวะการระดมสมองของทีม
พิมพ์มาดาแค่นยิ้ม เธอไม่ถอยหลัง แต่กลับก้าวเดินเข้ามาหาเขาราวกับแมวสาวที่กำลังหยอกล้อเหยื่อ "แหม... ปากคอเราะร้ายเหมือนเดิมเลยนะคะรณภพ ก็นึกว่าเวลาสามปีจะช่วยขัดเกลาให้สุภาพขึ้นบ้าง แต่ดูท่าผมจะประเมินสูงไปหน่อย"
"พิมพ์!" รณภพกดเสียงต่ำ สันกรามของเขาขบเข้าหากันจนนูนเด่น "ผมบอกให้คุณออกไป"
"หยุดค่ะคุณรณภพ" พิมพ์มาดาสอดแทรกขึ้นทันควัน น้ำเสียงของเธอราบเรียบแต่เฉียบขาด "ถ้าคุณไล่ฉันออกไปตอนนี้ โปรเจกต์โรงแรมหรูที่คุณทุ่มเทมาครึ่งปีก็พังไม่เป็นท่า เพราะข้อมูลที่ยัยผู้หญิงคนนี้ถืออยู่ คือกุญแจสำคัญที่จะทำให้คุณชนะการประมูลรอบที่สอง... คุณจะยอมเสียฟอร์มเพราะความใจร้อนของตัวเองเหรอคะ?"
บรรยากาศในห้องประชุมอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก ลูกทีมคนอื่นๆ ต่างพากันก้มหน้าก้มตาเงียบกริบ ไม่มีใครกล้าสอดปากเข้ามายุ่งในสมรภูมิระหว่าง ‘สถาปนิกหน้าตาย’ กับ ‘นางฟ้าสายลุย’ ที่เพิ่งจะงัดข้อกันกลางที่ประชุม
รณภพถอนหายใจยาว พยายามสะกดกลั้นอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน เขาเดินไปที่หัวโต๊ะ ลากเก้าอี้ตัวที่ใกล้ที่สุดออกมาแล้วทรุดตัวลงนั่ง ก่อนจะเงยหน้ามองพิมพ์มาดาด้วยสายตาที่เย็นเยียบ "งั้นก็ว่ามา... คุณมีอะไรดีถึงกล้าเอาอนาคตทีมผมมาเป็นเดิมพัน?"
พิมพ์มาดาเดินไปรอบโต๊ะ ปลายนิ้วเรียวไล้ไปตามพิมพ์เขียวบนโต๊ะอย่างช้าๆ ก่อนจะหยุดที่จุดหนึ่ง "รณภพ... คุณยึดติดกับโครงสร้างเดิมมากเกินไป ในขณะที่ผู้เสนอรายอื่นเขากำลังเล่นกับ 'ประสบการณ์ของผู้พักอาศัย' ถ้าคุณยังเน้นแต่ความสมมาตรและฟังก์ชันที่ตายตัวแบบนี้ ต่อให้แบบสวยแค่ไหน กรรมการก็มองว่ามันไร้ชีวิต"
"แล้วคุณจะให้ผมแก้ตรงไหน?" รณภพถามกลับ เสียงของเขาเริ่มผ่อนคลายความแข็งกร้าวลงเล็กน้อย แต่ยังคงไว้ซึ่งความหยิ่งทะนง
พิมพ์มาดาโน้มตัวลงมาใกล้จนปลายจมูกของเขากับเธอแทบจะสัมผัสกัน กลิ่นหอมจางๆ จากตัวเธอกระทบประสาทสัมผัสของเขา ทำให้สถาปนิกหนุ่มที่แสนเยือกเย็นชะงักไปครู่หนึ่ง เธอหยิบปากกาในมือเขามา แล้วขีดฆ่าเส้นสายบางอย่างบนแบบพิมพ์เขียวอย่างไม่ลังเล
"ตรงนี้... ทุบผนังทึบออก เปลี่ยนเป็นกระจกบานใหญ่ที่เปิดรับวิวสวนแนวตั้งที่คุณออกแบบไว้ และตรงล็อบบี้... แทนที่จะทำเคาน์เตอร์ยาวเหยียดแบบโรงแรมทั่วไป ทำไมไม่ทำให้มันเป็นเหมือนส่วนหนึ่งของพื้นที่นั่งเล่นล่ะคะ? ให้ลูกค้าได้รู้สึกว่าเขากำลังถูกต้อนรับด้วย 'บ้าน' ไม่ใช่ 'โรงงานทำเงิน'"
รณภพมองรอยหมึกบนแบบแปลนของเขา สายตาของเขาเปลี่ยนจากความไม่พอใจเป็นความใคร่ครวญ แผนผังที่เขาเคยคิดว่าสมบูรณ์แบบแล้ว กำลังถูกดัดแปลงด้วยมุมมองที่เขามองข้ามไปจริงๆ
"คุณเปลี่ยนโครงสร้างรับน้ำหนักของผมพังหมด" เขาพึมพำ แต่ในแววตากลับแฝงความตื่นเต้น
"ก็เพราะแบบนั้นไงคะ ฉันถึงมาที่นี่" พิมพ์มาดายิ้มมุมปาก ความมั่นใจของเธอทำให้เธอดูเปล่งประกายกว่าใคร "เรามีเวลาสิบสองชั่วโมงก่อนการนำเสนอ ถ้าเราช่วยกันปรับโครงสร้างนี้ใหม่... เราจะไม่ได้แค่กู้หน้าทีมคืนมา แต่เราจะชนะขาดลอย"
ทั้งสองคนจมดิ่งลงสู่การทำงานอย่างลืมเวลา คำพูดเชือดเฉือนกลายเป็นการโต้ตอบทางความคิดที่เร่าร้อน รณภพเริ่มทึ่งในความฉลาดและไหวพริบของหญิงสาวตรงหน้า ในขณะที่พิมพ์มาดาก็ได้เห็นมุมที่อ่อนโยนและละเอียดอ่อนของชายหนุ่มที่เธอคิดว่ารู้จักดี
ขณะที่มือของเขากำลังช่วยเธอวางมาตราส่วนบนกระดาษแผ่นใหม่ นิ้วของเขาก็เผลอสัมผัสกับมือของเธอ ความร้อนจากผิวหนังส่งผ่านถึงกันจนเกิดกระแสไฟบางอย่างที่ไม่มีใครกล้าเอ่ยถึง
"รณภพ... คุณรู้ไหมว่าทำไมฉันถึงยอมกลับมาช่วยคุณ?" พิมพ์มาดาเอ่ยทำลายความเงียบในยามดึก ขณะที่ทั้งคู่ก้มหน้าอยู่กับงานเพียงลำพังในห้องที่เหลือแต่แสงไฟสลัว
รณภพชะงักปากกา เขามองใบหน้าด้านข้างของเธอด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก "ไม่ทราบครับ แต่หวังว่าคงไม่ใช่เพราะคำสั่งของผู้ใหญ่"
"มันเพราะ..." พิมพ์มาดาเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาของเธอสั่นไหวเล็กน้อย "เพราะฉันทนเห็นคนที่เคยเป็นแรงบันดาลใจให้ฉัน... ทำพังเพราะทิฐิไม่ได้"
รณภพวางปากกาลง เขาโน้มตัวเข้าไปหาเธอจนระยะห่างลดน้อยลงจนแทบไม่มีเหลือ "งั้นคุณก็ช่วยดูแลผมให้ดีๆ สิครับ... พิมพ์มาดา"
คำเรียกชื่อของเธอที่หลุดออกมาจากปากเขาด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและแฝงความหมายบางอย่าง ทำให้หัวใจของหญิงสาวเต้นผิดจังหวะ
ทันใดนั้น เสียงประตูห้องประชุมก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับร่างของ ‘ศัตรูตัวฉกาจ’ ที่ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเย้ยหยัน
"แหม... ดูเหมือนผมจะขัดจังหวะช่วงเวลาหวานชื่นของพวกคุณอยู่หรือเปล่านะ? คุณรณภพ... หวังว่าโครงการนี้คงไม่ได้ใช้ 'วิธีพิเศษ' ในการกู้หน้าทีมหรอกนะ?"
รณภพขมวดคิ้วแน่น เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูงพร้อมกับบังพิมพ์มาดาไว้ด้านหลังโดยสัญชาตญาณ พิมพ์มาดาสูดหายใจเข้าลึก จ้องมองผู้มาใหม่ด้วยสายตาที่ไม่ยอมก้มหัวให้ใครแม้แต่น้อย
สงครามจริงๆ เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นในนาทีนี้เอง
---
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนที่ 23 กับผม "ฟีนิกซ์สีทอง" นะครับ
เซฟโซนของนายสถาปนิกหน้าตายกับยัยนักแก้ปัญหาจอมดีเดือด•ตอนที่ 23
ภารกิจกู้หน้าทีม
ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของนายสถาปนิกหน้าตายกับยัยนักแก้ปัญหาจอมดีเดือด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!