กองเอกสารดีไซน์โครงการรีสอร์ตหรูถูกผลักให้พ้นทางด้วยปลายนิ้วหนา รณภพถอนหายใจยาวเหยียดขณะทิ้งน้ำหนักตัวลงบนโซฟาหนังสีชาเข้มในห้องพักรับรองชั่วคราว ความเหนื่อยล้าจากการเคลียร์แบบโครงสร้างยาวนานสิบแปดชั่วโมงเต็มสะสมจนหัวไหล่ตึงเกร็ง แต่สิ่งที่กวนใจยิ่งกว่าความล้าทางกาย คือเสียงฝีเท้าและจังหวะการหายใจสม่ำเสมอที่ดังแว่วมาจากมุมห้องอีกด้าน
พิมพ์มาดานอนคุดคู้ซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนาบนเตียงเดี่ยว สภาพของเธอต่างจากยามปกติลิบลับ หญิงสาวผู้มักจะถือแฟ้มเอกสารเดินตรวจไซต์งานด้วยท่าทางปราดเปรียวราวกับนักรบพร้อมรบ ตอนนี้กลับเหลือเพียงร่างบอบบางที่จมอยู่กับความอ่อนเพลีย หลังจากลุยฝนเพื่อช่วยเขาคัดค้านการปรับลดสเปกวัสดุก่อสร้างจากผู้รับเหมาจอมเจ้าเล่ห์เมื่อช่วงบ่าย จนไข้ขึ้นสูงเฉียบพลัน
สถาปนิกระเบียบจัดก้าวเท้าเงียบเชียบราวกับแมวป่า เขาเดินเข้ามาหยุดยืนอยู่ข้างเตียง ปลายคางมีไรเคราจางๆ ขึ้นรกเพราะไม่ได้โกนมาสองวัน นัยน์ตาคมกริบที่มักใช้มองแบบแปลนอย่างเฉียบคม บัดนี้กลับอ่อนแสงลงอย่างประหลาด ยามที่ทอดมองแพขนตางอนหนาที่ทาบทับอยู่บนผิวแก้มขาวซีด
"ดื้อด้านนัก... บอกให้กลับไปพักที่ห้องตั้งนานแล้ว"
รณภพพึมพำกับความเงียบ ปากร้ายตามนิสัยแต่แววตากลับตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิง เขาย่อตัวลงนั่งคุกเข่าข้างหนึ่งกับพื้นพรม เพื่อให้อยู่ในระดับเดียวกับคนป่วย มือหนายื่นออกไปหมายจะอังหน้าผากเพื่อวัดอุณหภูมิ แต่แล้วจังหวะที่ปลายนิ้วกำลังจะสัมผัสโดน พิมพ์มาดาก็ขยับตัวพลิกตะแคงข้างอย่างอึดอัด พร้อมกับพึมพำเสียงเบาหวิว
"อย่า... อย่าเพิ่งเปลี่ยนแบบ... ตรงนั้น... ฉันคำนวณแล้ว... ผ่านชัวร์..."
มุมปากของสถาปนิกหนุ่มกระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มจางๆ รอยยิ้มที่หาดูได้ยากยิ่ง เวลานอนหลับหมดฤทธิ์ เธอก็ยังไม่วายพะวงเรื่องงานในหัว สมเป็นยัยตัวแสบประจำโปรเจกต์ไม่มีผิด
รณภพตัดสินใจขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด ความเงียบยามวิกาลทำให้เขาได้ยินเสียงลมหายใจเข้าออกแผ่วเบาของเธออย่างชัดเจน กลิ่นหอมอ่อนๆ ของแชมพูเด็กที่เธอมักจะใช้ลอยแตะจมูก ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นส่วนตัวอย่างประหลาด ชายหนุ่มถือวิสาสะดึงผ้าห่มที่ร่นลงมาให้อุ้มกระชับขึ้นถึงหัวไหล่ ปลายนิ้วกร้านจากการจับดินสอและเมาส์มาทั้งชีวิต เผลอเกลี่ยปอยผมที่เคลียแก้มเนียนให้อย่างเบามือที่สุด กลัวเหลือเกินว่าคนไข้จอมดื้อจะตื่นขึ้นมาต่อปากต่อคำ
"ถ้าขืนดื้อแบบนี้อีกรอบ ผมคงต้องคิดค่าปรับเป็นสัญญาทาสแล้วล่ะครับ... พิมพ์มาดา"
เขากระซิบเสียงทุ้มต่ำต่ำชิดริมฝีปากตัวเอง ทว่าในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เปลือกตาที่ปิดสนิทของพิมพ์มาดากลับกะพริบไหว ดวงตากลมโตคู่ที่มักจะฉายแววคมกริบและทันคน ค่อยๆ ลืมขึ้นช้าๆ ท่ามกลางความสลัวของโคมไฟหัวเตียง
รณภพชะงักค้าง มือที่กำลังค้างอยู่ข้างแก้มนางเอกแข็งทื่อราวกับถูกสาป
พิมพ์มาดามองสถาปนิกหนุ่มที่อยู่ใกล้จนระยะห่างแทบไม่เหลือ เธอยังสะลึมสะลือจากพิษไข้ สมองที่ปกติประมวลผลเร็วจี๋ตอนนี้กลับหมุนช้า แต่กระนั้น เธอก็ยังไม่ทิ้งลายความปากเก่ง
"คุณ... ซกมกจังนะ... หน้าตาหนวดเคราครึ้มเชียว" เสียงแหบแห้งเอ่ยแซวเบาๆ พร้อมกับรอยยิ้มมุมปากที่จุดประกายขึ้นท่ามกลางความป่วยไข้ "แอบมาดูฉันนอนละสิคะ... ท่านสถาปนิกหน้าตาย"
รณภพรีบชักมือกลับราวกับโดนไฟลวก สีหน้ากลับมาบึ้งตึงกลบเกลื่อนความพิรุธทันที เขายืดตัวขึ้นยืนเต็มความสูง กอดอกแล้วเชิดหน้ามองเพดานเพื่อหนีสายตารู้ทันของคนบนเตียง
"ใครแอบดูคุณ อย่าหลงตัวเองน่าพิมพ์มาดา ผมแค่จะเช็คว่าพรุ่งนี้คุณจะตื่นมาทำงานไหวไหมต่างหาก งานยังค้างอยู่อีกกองโต ถ้าคุณเป็นอะไรไป งานผมก็สะดุดหมดสิทธิ์ส่งมอบพอดี"
พิมพ์มาดาหัวเราะในลำคอเบาๆ แม้จะไม่มีแรง แต่ฝีปากยังคงเฉียบคมไม่เปลี่ยน เธอยันตัวขึ้นพิงหัวเตียง ใช้สายתרประกายพราวระยับมองคนปากแข็งที่ยืนเก๊กท่าอยู่
"ปากแข็งจังนะะรณภพ... เมื่อกี้ยังทำท่าเหมือนจะจูบฉันอยู่รอมร่อ... อุ๊บ!"
หญิงสาวนิ่วหน้าเล็กน้อยเพราะพิษไข้เล่นงานจนเซถลา รณภพที่ยืนอยู่ใกล้ที่สุดพุ่งตัวเข้าไปคว้าต้นแขนเธอไว้ตามสัญชาตญาณโดยไม่ต้องคิด แรงดึงทำให้ร่างบางโถมเข้าหาอกแกร่งเต็มรัก กลิ่นกายสะอาดผสมความอบอุ่นเฉพาะตัวของสถาปนิกหนุ่มโอบล้อมเธอไว้ในเสี้ยววินาที
หัวใจของทั้งคู่เต้นรัวผิดจังหวะ ท่ามกลางความเงียบงันที่ดังกว่าเสียงใดๆ
รณภพก้มลงมองสบตาคนที่อยู่ในอ้อมแขน ระยะห่างระหว่างใบหน้าลดลงจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นที่เป่ารดต้นคอ ความซึนที่เคยสร้างกำแพงไว้พังทลายลงในพริบตา เมื่อปลายนิ้วของพิมพ์มาดาที่วางอยู่บนอกเสื้อเขา จงใจใช้นิ้วเขี่ยเบาๆ ที่ปกเสื้อ พร้อมกับกระซิบชิดริมฝีปากด้วยน้ำเสียงเย้าแหย่
"ไหนบอกว่า... ไม่ได้สนใจฉันไงคะ?"
รณภพขบกรามแน่น นัยน์ตาสีเข้มวาวโรจน์ด้วยความคลั่งรักที่ถูกต้อนจนมุม มือหนาเลื่อนขึ้นโอบเอวบางไว้แน่นโดยไม่รู้ตัว ปากหนาขยับเตรียมจะสวนกลับด้วยคำพูดร้ายกาจเพื่อรักษาฟอร์ม
แต่ทว่า... ก่อนที่เขาจะได้เอ่ยอะไรออกไป เสียงเคาะประตูดังปัง! ขัดจังหวะขึ้นอย่างรุนแรง พร้อมกับเสียงตะโกนโวยวายของหัวหน้าผู้รับเหมาที่ดังทะลุกำแพงเข้ามา
"คุณรณภพครับ! เกิดเรื่องใหญ่ที่ไซต์งานฝั่งทิศเหนือแล้วครับ! คานโครงสร้างหลักมีปัญหาด่วน!"
รณภพผละออกจากพิมพ์มาดาอย่างจำใจ นัยน์ตาสีเข้มฉายแววหงุดหงิดสุดขีดที่ถูกขัดจังหวะในวินาทีสำคัญ เขาสบถเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะหันมามองคนบนเตียงที่ส่งยิ้มกวนประสาทให้อย่างผู้ชนะ
"นอนพักไปซะ... เรื่องนี้ยังไม่จบแค่นี้แน่ พิมพ์มาดา"
เขาทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงคาดโทษ ก่อนจะหมุนตัวเดินสาวเท้ากว้างพุ่งตรงไปกระชากประตูเปิดออกด้วยใบหน้าถมึงทึง โดยไม่รู้เลยว่าวิกฤตที่รออยู่ข้างนอกกำลังจะเปลี่ยนสถานการณ์ของเขากับเธอไปตลอดกาล...
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนที่ 15 นี้ด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ!
เซฟโซนของนายสถาปนิกหน้าตายกับยัยนักแก้ปัญหาจอมดีเดือด•ตอนที่ 15
เสียงในใจที่ไม่มีใครได้ยิน
ผลงานโดย ฟีนิกซ์สีทอง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฟีนิกซ์สีทอง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของนายสถาปนิกหน้าตายกับยัยนักแก้ปัญหาจอมดีเดือด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!