พนักงานบัญชีวิญญาณกับอาจารย์สาวผู้ปิดตายตึกร้าง•ตอนที่ 5

บันทึกในห้องเก็บเอกสารเก่า

ผลงานโดย ลิฟต์แก้วชั้นลบ
“ถ้าคุณจะกรุณาเลิกจ้องมองนาฬิกาข้อมือแล้วหันมาสนใจกระดาษแผ่นที่สิบสองในมือผมแทน ผมว่าเราอาจจะมีโอกาสรอดออกจากชั้นลบนี้ไปได้ก่อนพระอาทิตย์ขึ้นนะครับ อาจารย์ริน” เสียงของธันวาดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่กดทับอยู่ในห้องเก็บเอกสารเก่า ชั้นใต้ดินที่สามของตึกสำนักงานแห่งนี้ไม่ได้มีเพียงฝุ่นละอองที่เกาะตัวหนาเตอะจนกลายเป็นฟิล์มสีเทา แต่ทว่า ‘มวลอากาศ’ ในห้องนี้ยังหนักอึ้งราวกับมีใครบางคนคอยกดย้ำให้ทุกการหายใจเป็นเรื่องยากลำบาก อาจารย์รินไม่ได้ตอบโต้ทันที ดวงตาคมสวยภายใต้กรอบแว่นสายตาทรงวินเทจคู่นั้นยังคงกวาดมองไปรอบห้องเก็บเอกสาร นิ้วเรียวยาวของเธอแตะลงบนสันแฟ้มเก่าคร่ำที่วางเรียงรายราวกับกำลังอ่านอักษรเบรลล์ที่ไม่มีใครมองเห็น เธอขยับยิ้มบางๆ ซึ่งเป็นยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา “กฎเกณฑ์ของที่นี่ไม่ได้ถูกเขียนด้วยปากกาหมึกซึมบนกระดาษธรรมดาหรอกนะธันวา แต่ถูกเขียนด้วย 'ความอาฆาต' ที่ตกตะกอนผ่านกาลเวลา ถ้าเธอไม่รู้จักวิธีการจัดหมวดหมู่จิตวิญญาณเหมือนที่จัดตัวเลขในงบดุล การอ่านแค่เนื้อหาในแฟ้มก็ไม่ต่างอะไรกับการก้าวเข้าสู่กับดัก” ธันวาพ่นลมหายใจออกมาเบาๆ เขาขยับแว่นสายตาให้เข้าที่ ก่อนจะวางแฟ้มเล่มหนึ่งลงบนโต๊ะไม้ที่ขาหนึ่งหักจนต้องรองด้วยกองหนังสือพิมพ์เก่า เขาดึงแผ่นกระดาษออกมา—มันไม่ใช่กระดาษถ่ายเอกสารทั่วไป แต่มันคือ ‘ใบสรุปยอดบัญชีวิญญาณ’ ของบริษัทในยุคเริ่มต้นที่เขาสังเกตเห็นแพทเทิร์นผิดปกติ “ดูนี่ครับ...” ธันวาใช้นิ้วชี้ไล่ไปตามตัวเลข “ยอดรวมของพนักงานที่ถูกระบุว่า 'ลาออก' ในปี 1998 มันไม่เคยเป็นเลขลงตัว แต่มันมียอดส่วนเกินสิบสองหน่วยทุกๆ สิ้นไตรมาส และเมื่อผมคำนวณย้อนกลับตามรหัสพนักงานที่เหลืออยู่... ตัวเลขเหล่านี้ไม่ใช่จำนวนคนครับ มันคือพิกัดของตารางเมตรบนผังอาคาร” อาจารย์รินขยับเข้ามาใกล้ บรรยากาศรอบตัวเธอเย็นเยียบจนธันวารู้สึกได้ถึงขนอ่อนที่ลุกชัน เธอชะโงกหน้ามองสิ่งที่ธันวาชี้ให้ดู แสงจากไฟฉายคาดหัวของธันวาสะท้อนกับรอยยิ้มจางๆ ของเธอ “สังเกตได้ดีนี่คะ... เอ่อ ผมหมายถึง 'สังเกตได้ดีนะครับ' ธันวา พนักงานบัญชีอย่างคุณนี่มีประโยชน์กว่าที่ผมคิดเยอะเลยนะ” “ขอบคุณที่ชมครับ” ธันวาตอบเรียบๆ ก่อนจะขมวดคิ้ว “แต่ที่น่าตกใจกว่านั้นคือ ในบันทึกย่อข้างล่างนี้... มันมีการบันทึกการ 'รับงบประมาณค่าซ่อมบำรุงวิญญาณ' ด้วยครับ มีใครบางคนในบริษัทนี้ทำสัญญาจ้างวานกับ 'สิ่งที่อยู่ในลิฟต์แก้ว' มานานกว่ายี่สิบปีแล้ว และที่แย่กว่านั้น... รายชื่อผู้ลงนามอนุมัติคนล่าสุด คือชื่อที่เพิ่งเซ็นรับรองใบลาออกของผมเมื่อวานนี้” ความเงียบเข้าปกคลุมห้องอีกครั้ง คราวนี้ไม่ใช่เงียบธรรมดา แต่เป็นเงียบที่ได้ยินเสียงหัวใจของธันวาเต้นรัวเหมือนกลองรบ อาจารย์รินวางมือลงบนไหล่ของธันวา กระแสความร้อนสายหนึ่งแล่นผ่านเสื้อเชิ้ตของเขาเข้ามา บรรเทาความกดดันในห้องให้ลดลงเล็กน้อย “เธอเริ่มมองเห็น 'โครงสร้าง' ของตึกนี้ชัดเจนขึ้นแล้วสินะธันวา แต่น่าเสียดายที่กฎเกณฑ์ของที่นี่อนุญาตให้รู้ได้เพียงเท่านี้ เพราะผู้ที่คุมบัญชีตัวจริงไม่ชอบให้ใครมาตรวจพบช่องโหว่ของยอดคงเหลือ” “หมายความว่ายังไงครับ?” “หมายความว่า...” อาจารย์รินหยุดคำพูดลงทันที ดวงตาของเธอเปลี่ยนไปเป็นความระแวดระวังสูงสุด เธอคว้าแขนธันวาแล้วดึงเขาหลบหลังชั้นเหล็กเก่าที่ขึ้นสนิม “...คนตรวจบัญชีที่คุณกำลังตามหาอยู่ข้างหลังนั่น เขาไม่ได้มาเพื่อตรวจตัวเลข แต่เขามาเพื่อลบรายการที่มี 'ชีวิต' ออกจากระบบ” เสียงฝีเท้าหนักๆ ลากผ่านพื้นปูนดังขึ้นเป็นจังหวะ *ครืด... ครืด...* มันไม่ใช่เสียงรองเท้าหนัง แต่มันคือเสียงของเหล็กที่ครูดไปกับหินขัดเงาที่กลายเป็นรอยร้าว ธันวาเพ่งสายตาผ่านช่องว่างของชั้นเหล็ก เขาเห็นร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเทาเก่าซีด ใบหน้าของชายคนนั้นว่างเปล่าราวกับถูกลบด้วยยางลบจนไม่เหลืออวัยวะใดๆ ในมือของมันถือบัญชีเล่มยักษ์ที่มีโซ่ตรวนล่ามติดกับข้อมือ ทันใดนั้น หน้าจอโปร่งแสงที่ธันวาเคยเห็นแค่ตอน ‘เข้ากะ’ ก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าด้วยแสงสีแดงฉานแสบตา [ประกาศระบบ: ตรวจพบตัวตนระดับภัยคุกคาม: ‘ผู้ตรวจสอบบัญชีไร้หน้า’ (Class A)] [สถานะ: คุณกำลังถูกระบุว่าเป็น ‘งบประมาณส่วนเกินที่ต้องกำจัด’] [เงื่อนไขการรอดชีวิต: แก้ไขสมการการดำรงอยู่ของตนเองภายใน 300 วินาที] ธันวาสั่นสะท้าน ไม่ใช่ด้วยความกลัว แต่ด้วยความตื่นเต้นในสัญชาตญาณนักบัญชีที่ถูกกระตุ้นขึ้นมา เขาหันไปหาอาจารย์รินที่กำลังหยิบยันต์กระดาษสีหมึกออกมาจากกระเป๋ากระโปรง “อาจารย์ครับ... ถ้าผมเปลี่ยนข้อมูลในบัญชีของมันให้ผมกลายเป็น 'หนี้สูญ' แทนที่จะเป็น 'พนักงาน' เราจะมีโอกาสรอดไหมครับ?” อาจารย์รินมองธันวาด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความประหลาดใจและชื่นชม “เป็นความคิดที่บ้าบิ่นและหลักการแน่นมากครับธันวา... เอาล่ะ เตรียมตัวให้พร้อมนะ เพราะวินาทีที่เธอแตะบัญชีเล่มนั้น ประวัติศาสตร์ของตึกนี้ทั้งหมดจะพุ่งเข้าใส่สมองของเธอ ถ้าเธอทนไม่ไหว... เธอก็จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของตัวเลขในบันทึกนี้ตลอดกาล” ร่างไร้หน้าของปีศาจหยุดลงตรงหน้าชั้นเหล็กที่พวกเขาซ่อนอยู่ มันค่อยๆ หันหน้าว่างเปล่ามาทางพวกเขาก่อนจะเปิดบัญชีในมือออก เสียงก่นด่าพึมพำนับล้านเสียงดังขึ้นพร้อมกันราวกับมวลชนที่กำลังโกรธแค้น ลิฟต์แก้วด้านหลังห้องเริ่มทำงานด้วยตัวเอง ทั้งที่ไฟทั้งตึกถูกตัดไปนานแล้ว เสียงกระดิ่งลิฟต์ดังขึ้นกังวาน *ติ๊ง!* ประตูกระจกที่ควรจะเปิดออกที่ชั้นล่างกลับเปิดกว้างขึ้นภายในห้องเก็บเอกสารแห่งนี้ เผยให้เห็นรอยแยกของมิติที่มองเห็นภาพนรกในสำนักงานที่กำลังลุกไหม้ และในวินาทีที่ธันวากำลังจะก้าวออกไปเผชิญหน้ากับความตาย เขาก็ได้ยินเสียงบางอย่าง... เสียงของใครบางคนที่ยืนอยู่ข้างหลังตัวเขา ทั้งที่ตรงนั้นควรจะมีแค่อาจารย์ริน “ธันวา... อย่าไปแตะบัญชีนั่น...” เสียงนั้นคุ้นหูเหลือเกิน... มันเป็นเสียงของเขาเองที่แก่กว่านี้อีกสิบปี และดูเหมือนว่า... ในมือของ ‘ธันวาจากอนาคต’ จะถือแฟ้มเอกสารเล่มเดียวกับที่เขาเพิ่งเปิดดูเมื่อครู่ แต่หน้าปกของมันกลับเขียนด้วยลายมือของเขาเองว่า ‘บันทึกการสูญสิ้นของอาจารย์ริน’ ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามการเดินทางในตึกร้างนี้นะครับ ลิฟต์แก้วชั้นลบจะขอพาคุณดิ่งลึกลงไปอีกในตอนหน้าครับ!
สารจากนักเขียน (ลิฟต์แก้วชั้นลบ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พนักงานบัญชีวิญญาณกับอาจารย์สาวผู้ปิดตายตึกร้าง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%