พนักงานบัญชีวิญญาณกับอาจารย์สาวผู้ปิดตายตึกร้าง•ตอนที่ 6

กลิ่นธูปและเสียงพิมพ์ดีด

ผลงานโดย ลิฟต์แก้วชั้นลบ
แฟ้มเอกสารปกหนังสีน้ำตาลเข้มในมือของธันวาสั่นระริก ไม่ใช่เพราะแรงลมจากช่องบันไดหนีไฟ แต่เป็นเพราะน้ำหนักของความจริงที่ขัดแย้งกับตรรกะทางคณิตศาสตร์ทุกแขนงที่เขาเคยร่ำเรียนมา ลายมือบนหน้าปกที่เขียนด้วยหมึกซึมสีน้ำเงินเข้ม คำว่า *‘บันทึกการสูญสิ้นของอาจารย์ริน’* ไม่ได้เป็นเพียงแค่ตัวหนังสือ แต่มันคือลายมือของตัวเขาเอง—ธันวาในวัยที่น่าจะผ่านความโหดร้ายของตึกร้างแห่งนี้ไปอีกไม่ต่ำกว่าสิบปี รอยหวัดของตัวอักษร น้ำหนักการกดปากกา และแม้แต่รอยเปื้อนหมึกจางๆ ตรงมุมขวาล่าง ล้วนเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ต่อให้ปลอมแปลงด้วยเทคโนโลยีใด ก็ไม่มีวันเหมือนต้นฉบับร้อยเปอร์เซ็นต์ "ธันวา คุณกำลังทำหน้าเหมือนคนที่เพิ่งค้นพบว่าบัญชีงบดุลของบริษัทติดลบแปดหลัก... เกิดอะไรขึ้นที่ชั้นสองกันแน่" เสียงทุ้มต่ำแต่นุ่มนวลของอาจารย์รินดังขึ้นทำลายความเงียบ เธอก้าวเท้าขึ้นมาจากโถงบันไดด้วยฝีเท้าที่เบากว่าเงา แว่นกรอบทองของเธอบดบังประกายตาที่มักจะซ่อนความลับเอาไว้เสมอ ในมือของอาจารย์สาวถือคンテキスト (ชิ้นส่วนอาคม) โบราณที่เรืองแสงสีฟ้าจางๆ เป็นสัญญาณเตือนว่าเขตอาคมรอบตัวกำลังถูกรบกวนด้วยพลังงานความถี่ต่ำจากอดีต ธันวากลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผาก เขารีบหุบแฟ้มในมือแล้วซ่อนมันไว้ใต้ชายเสื้อสูทอย่างรวดเร็ว แม้จะรู้ว่าสายตาคมกริบระดับนักประวัติศาสตร์อาคมของอาจารย์รินไม่มีทางพลาดสิ่งที่เขาพยายามปิดบัง "เปล่าครับ... แค่กลิ่นอับของที่นี่มันชวนให้เวียนหัวเท่านั้นเอง" ธันวาตอบเสียงเรียบ พยายามควบคุมอัตราการเต้นของหัวใจให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานของมนุษย์ปกติ "เรากำลังจะสำรวจชั้นสองต่อใช่ไหมครับ ตามกฎการเดินตึกที่เราตกลงกันไว้ เราเหลือเวลาอีกสี่สิบนาาทีก่อนที่คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าในตึกจะรีเซ็ตตัวเอง" อาจารย์รินหรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างรู้ทัน เธอไม่ได้ซักไซ้ต่อ แต่กลับเดินนำหน้าเขาไปยังประตูไม้สักบานใหญ่ที่ปิดตายอยู่ตรงสุดทางเดินชั้นสอง ป้ายทองเหลืองขึ้นสนิมที่ติดอยู่หน้าประโยคเขียนไว้ว่า *‘แผนกบัญชีและการเงิน - ยุคสมัย 1990’* "ระวังด้วยนะครับ ธันวา" อาจารย์รินเอ่ยเตือนขณะใช้ปลายนิ้วแตะลงบนลูกบิดประตู "ชั้นสองแห่งนี้ไม่ใช่แค่ตึกร้างธรรมดา แต่เป็น ‘รอยพับของเวลา’ ที่ถูกกักขังไว้ด้วยความอาฆาตมาดร้ายของคนในอดีต ทุกตารางเมตรที่เรากำลังจะก้าวเข้าไป ล้วนถูกบันทึกไว้ด้วยกฎเกณฑ์ที่ตายตัว หากคุณทำผิดกฎแม้แต่ข้อเดียว บัญชีชีวิตของคุณจะถูกหักออกจนหมดเกลี้ยง" แอดดด— เสียงบานพับประตูไม้เก่าแก่ส่งเสียงร้องโหยหวนราวกับกระดูกที่กำลังถูกบดขยี้ ทันทีที่ประตูเปิดออก กลิ่นอับชื้นของฝุ่นละอองก็ถูกแทนที่ด้วยกลิ่นฉุนกุนของธูปหอมโบราณผสมผสานกับกลิ่นกระดาษเก่าและหมึกพิมพ์ดีดชนิดคาร์บอน ภาพตรงหน้าทำให้ธันวาต้องเบิกตากว้างด้วยความทึ่งและความพรั่นพรึงในเวลาเดียวกัน ห้องทำงานขนาดใหญ่ถูกจัดวางโครงสร้างอย่างเป็นระเบียบตามหลักฮวงจุ้ยและระบบราชการยุคเก่า โต๊ะทำงานไม้สักนับสิบบตัวเรียงรายเป็นแถวบนพื้นปาร์เกต์ที่ขัดมันจนสะท้อนแสงไฟฉาย บนโต๊ะแต่ละตัวมีเครื่องพิมพ์ดีดภาษาไทยรุ่นโบราณตั้งอยู่ พร้อมกับกองเอกสารบัญชีแยกประเภทที่สูงท่วมหัว ราวกับว่าพนักงานออฟฟิศเงาเหล่านี้เพิ่งลุกหนีออกไปทานมื้อเที่ยงเมื่อไม่กี่นารีก่อนนี่เอง แต่สิ่งที่ทำให้ธันวาในฐานะ ‘พนักงานบัญชีวิญญาณ’ ต้องขนลุกซู่ ก็คือแพทเทิร์นการทำงานของพวกมัน วิญญาณในร่างโปร่งแสงนับสิบชีวิตกำลังก้มหน้าก้มตาพิมพ์ดีดด้วยความเร็วสูง เสียง *‘แกร๊กๆๆ ปัง!’* ของคานพิมพ์ที่กระแทกกับกระดาษดังประสานกันเป็นจังหวะหลอนประสาท ทุกคนสวมชุดพนักงานออฟฟิศสีขาวดำที่เปรอะเปื้อนคราบเลือดสีดำสนิท ดวงตาของพวกเขากลวงโบ๋ แต่ริมฝีปากกลับขยับท่องตัวเลขงบการเงินวนซ้ำไปซ้ำมาไม่รู้จบ *“รายรับหกสิบ.. รายจ่ายแปดสิบ.. ส่วนต่างที่หายไป.. อยู่ที่ไหน...”* เสียงกระซิบแหบพร่าดังระงมไปทั่วห้อง มันไม่ใช่เสียงพูดคุย แต่เป็นเสียงสะท้อนจากสมุดบัญชีที่ถูกฉีกทิ้งอย่างไร้ความปรานี "พวกมันกำลังทำงบดุลปิดรอบปีครับอาจารย์" ธันวาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงวิเคราะห์อย่างมืออาชีพ แม้ใจจะเต้นรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก "และดูเหมือนว่า... งบการเงินของที่นี่จะไม่มีวันลงตัว เพราะมีรายการ ‘สูญหาย’ ที่ถูกจงใจปกปิดไว้ตั้งแต่ปี 2533" อาจารย์รินพยักหน้ารับอย่างเห็นด้วย เธอชูคลังแสงอาคมในมือขึ้นเพื่อสร้างบาตรป้องกันรอบตัว "ถูกต้องครับธันวา หัวใจสำคัญของการเคลียร์พื้นที่ชั้นนี้ ไม่ใช่การปราบวิญญาณด้วยกำลัง แต่เป็นการ ‘ตรวจสอบบัญชี’ ให้ถูกต้องตามหลักการ วิญญาณเหล่านี้ติดกับดักในลูปเวลาเพราะตัวเลขไม่แมตช์ หากคุณหาข้อผิดพลาด (Discrepancy) เจอ และลงบันทึกแก้ไขให้ถูกต้อง บันทึกความอาฆาตนี้จะสลายไปเอง... คุณพร้อมจะเริ่มงานในฐานะผู้ตรวจสอบบัญชีหรือยังล่ะครับ?" ธันวาสูดหายใจเข้าลึก and ปัดความลังเลทั้งหมดทิ้งไป เขาดึงสมุดโน้ตส่วนตัวและปากกาคู่ใจออกมาจากกระเป๋าเสื้อ สมองอันรวดเร็วของเขาเริ่มคำนวณแพทเทิร์นตัวเลขที่ลอยวนอยู่ในอากาศทันที "ผมพร้อมครับ... ขอเวลาผมห้านาทีในการแกะรอยตัวเลขชุดนี้" ธันวาก้าวเท้าเข้าไปในดงโต๊ะพิมพ์ดีด ท่ามกลางเสียงกระแทกแป้นพิมพ์ที่เริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ ราวกับต้องการข่มขวัญผู้มาเยือน กลิ่นธูปหอมเริ่มเปลี่ยนเป็นกลิ่นคาวเลือดที่เข้มข้นขึ้นทุกที อาจารย์รินยืนคุมเชิงอยู่ที่ปากประตู คอยกางเขตอาคมสกัดกั้นเงาดำที่เริ่มเลื้อยออกมาจากมุมมืดของห้อง เวลาผ่านไปสามนาทีที่ยาวนานราวกับสามชั่วโมง นิ้วมือของธันวาจดบันทึกตัวเลขลงบนกระดาษอย่างรวดเร็ว สายตาคมกวาดมองผ่านช่องตารางของสมุดบัญชีเล่มยักษ์ที่วางอยู่บนโต๊ะตัวกลาง "เจอแล้ว..." ธันวาพึมพำกับตัวเอง ดวงตาเป็นประกายเมื่อพบความผิดปกติ "ยอดเงินสำรองฉุกเฉินถูกยักยอกไปสามล้านบาทเมื่อเดือนพฤศจิกายน... และคนที่เซ็นอนุมัติรายการนี้ ไม่ใช่ใครอื่น... แต่เป็นผู้อำนวยการตึกคนก่อน" ทันทีที่ธันวาเอ่ยวาจา เสียงพิมพ์ดีดทั้งหมดในห้องก็หยุดกงงันลงในเสี้ยววินาที ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมจนได้ยินแม้แต่เสียงหยดน้ำจากเพดาน โต๊ะทำงานตัวสุดท้ายที่อยู่ลึกที่สุดในมุมมืดค่อยๆ หมุนกลับช้าๆ วิญญาณในร่างของชายวัยกลางคนสวมสูทเนี๊ยบ แต่ใบหน้าเน่าเฟะและมีรอยกระสุนที่ขมับ ค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองมาที่ธันวา รอยยิ้มบิดเบี้ยวปรากฏบนริมฝีปากที่ไม่มีเนื้อหนัง *“แก... รู้มากเกินไปแล้วนะ... พนักงานบัญชีหน้าใหม่”* เสียงคำรามต่ำดังสะเทือนไปถึงขั้วหัวใจ พร้อมกับแฟ้มเอกสารนับร้อยเล่มบนชั้นวางที่พากันปลิวว่อนราวกับพายุทอร์นาโด พุ่งเข้าใส่ธันวาและอาจารย์รินจากทุกทิศทุกทาง! ในจังหวะที่ธันวากำลังจะยกสมุดขึ้นป้องกันตัว หน้าจอโฮโลแกรมสีแดงฉานที่มีแต้มแจ้งเตือนระดับอันตรายก็เด้งขึ้นตรงหน้า- **[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบตัวตนระดับบอสประจำชั้น - ‘ผู้อำนวยการทุจริต’ ตื่นจากการหลับใหล!]** **[ภารกิจลับระดับ SSS: ค้นพบความจริงเบื้องหลังการตายของอาจารย์รินในอดีต!]** **[คำเตือนจากอนาคต: หากคุณเลือกเซ็นชื่อลงในแฟ้มเล่มนั้น... ชีวิตของคุณจะถูกแทนที่ด้วยเขา!]** ก่อนที่ธันวาจะทันได้คิดวิเคราะห์ข้อความประหลาดที่ปรากฏขึ้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครอีกคนก็ดังขึ้นจากบันไดชั้นสาม—เสียงฝีเท้าที่ก้าวลงมาอย่างมั่นคง พร้อมกับเสียงเคาะไม้เท้าที่คุ้นหูอย่างประหลาด และก่อนที่บานประตูกั้นระหว่างชั้นจะเปิดออกอย่างไร้เสียง ร่างของบุคคลในชุดเสื้อโค้ทสีดำสนิทผู้มีใบหน้าละม้ายคล้ายกับเขาอย่างกับแกะ ก็ก้าวพ้นความมืดออกมา พร้อมกับเอמהประโยคตัดพ้อที่ทำให้เลือดในกายของธันวาเย็นเฉียบถึงกระดูกดำ *"นายมาถึงช้าไปสามนาทีนะ... ธันวา... รีบส่งแฟ้มนั้นมาให้ฉัน ก่อนที่มันจะสายเกินไป"* --- ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมไขปริศนาไปด้วยกันเสมอนะครับ! - ลิฟต์แก้วชั้นลบ
สารจากนักเขียน (ลิฟต์แก้วชั้นลบ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พนักงานบัญชีวิญญาณกับอาจารย์สาวผู้ปิดตายตึกร้าง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%