พนักงานบัญชีวิญญาณกับอาจารย์สาวผู้ปิดตายตึกร้าง•ตอนที่ 4

ตรรกะของคนเป็นกับวิญญาณ

ผลงานโดย ลิฟต์แก้วชั้นลบ
เสียงกระแทกของแฟ้มเอกสารปกแข็งสีน้ำเงินเข้มดัง “ปึก” สะท้อนก้องไปทั่วห้องประชุมชั้นสี่ของตึกร้างแห่งนี้ มันไม่ใช่เสียงที่เกิดขึ้นจากความโกรธเกรี้ยว หากแต่เป็นจังหวะการวางที่แม่นยำรา과กับเข็มนาฬิกาที่กวาดผ่านตัวเลขทุกเที่ยงตรง “คุณธันวาครับ... ถ้าคุณยังมองวิญญาณตนนั้นเป็นแค่เรื่องของความแค้นหรือแรงอาฆาตแบบในนิยายปรัมปรา คุณไม่มีวันปิดงบดุลของตึกนี้ลงได้อย่างแน่นอน” เสียงเรียบแต่นุ่มนวลของอาจารย์รินดังขึ้น พร้อมกับเรียวคิ้วที่ขมวดเข้าหากันเล็กน้อย นางนั่งไขว่ห้างอยู่หลังโต๊ะไม้สักเก่าคร่ำครึ แสงไฟจากหลอดนีออนกะพริบติดๆ ดับๆ ส่องกระทบแว่นกรอบทองของนางจนเกิดประกายวาบ สะท้อนภาพของธันวาที่กำลังยืนกุมขมับอยู่เบื้องหน้ากระดานไวท์บอร์ดขนาดใหญ่ บนกระดานนั้นไม่ได้เต็มไปด้วยยันต์อาคมหรือแผนผังทางไสยศาสตร์ แต่มันคือ ‘งบกระแสเงินสดและตารางวิเคราะห์พฤติกรรมวิญญาณ’ ที่ธันวาใช้เวลาตลอดสามคืนที่ผ่านมาในการรวบรวมตัวเลข “ผมไม่ได้มองมันเป็นเรื่องงมงายครับอาจารย์ริน” ธันวาผ่อนลมหายใจยาว ขยับแว่นสายตาให้เข้าที่ ก่อนจะใช้ปากกาไวท์บอร์ดเคาะเบาๆ ลงบนกราฟเส้นสีแดงที่พุ่งสูงขึ้นอย่างผิดปกติในช่วงเวลาตีสองถึงตีสาม “ในทางบัญชี... ทุกความผิดปกติย่อมมีที่มาและร่องรอยของการทุจริตซ่อนอยู่ วิญญาณก็เหมือนกับบัญชีแยกประเภทครับ พวกเขาไม่สามารถสร้างพลังงานขึ้นมาได้จากความว่างเปล่า ทุกครั้งที่พวกเขาปรากฏตัว ทุกครั้งที่อุณหภูมิห้องลดลง หรือทุกครั้งที่เราได้ยินเสียงฝีเท้า มันคือการ ‘เบิกถอน’ พลังงานจากสิ่งแวดล้อม และการเบิกถอนนั้นจำเป็นต้องมี ‘ใบเสร็จ’ เสมอ” อาจารย์รินชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคู่สวยภายใต้กรอบแว่นจ้องมองชายหนุ่มรุ่นน้องด้วยความประหลาดใจระคนทึ่ง ตลอดชีวิตการศึกษาอาคมและประวัติศาสตร์ตึกร้างของนาง นางเคยพบเจอแต่นักปราบผีที่ใช้ดาบ ใช้คาถา หรือใช้ความกล้าหาญเข้าหักล้าง แต่นี่เป็นครั้งแรก... ที่นางได้เห็นมนุษย์ผู้หนึ่งพยายามใช้ ‘ตรรกะทางบัญชี’ มาอธิบายและควบคุมกฎเกณฑ์ของโลกหลังความตาย “ใบเสร็จงั้นหรือครับ?” อาจารย์รินทวนคำ น้ำเสียงเริ่มมีความสนใจเจืออยู่ “ใช่ครับ” ธันวาหันกลับไปเขียนตัวเลขชุดหนึ่งลงบนกระดานด้วยความคล่องแคล่ว “ลองดูนี่สครับอาจารย์ วิญญาณของยามกะ 야간 (ยามดึก) ที่เราพบในชั้นที่สอง เขาไม่ได้เดินตรวจตึกอย่างไร้จุดหมายตามที่เรารuờนคิดกันตอนแรก แต่ถ้าเรานำเวลาที่เขาปรากฏตัวมาเทียบกับตารางการเซ็นชื่อเข้างานเมื่อสามสิบปีก่อน... ท่านจะเห็นแพทเทิร์นที่น่าสนใจมาก” ธันวาขีดเส้นใต้ตัวเลข 02:14 น. สามครั้ง “เขาลดความเร็วในการเดินลงร้อยละสี่สิบเมื่อเดินผ่านหน้าห้องเก็บเอกสารบัญชี และจะเคาะผนังสามครั้งเสมอเมื่ออุณหภูมิห้องต่ำกว่ายี่สิบเอ็ดองศาเซลเซียส ในเชิงพฤติกรรมศาสตร์... นั่นไม่ใช่การอาฆาตมาดร้ายครับ แต่มันคือ ‘ความคุ้นชิน’ และ ‘อาการหลงเหลือของระบบประสาท’ (Muscle Memory) ที่ติดมากับวิญญาณ สิ่งที่เขาทำคือการทำตามขั้นตอนเดิมซ้ำๆ ราวกับเครื่องจักรที่ถูกโปรแกรมไว้ และถ้าเราเข้าใจอัลกอริทึมของความทรงจำนั้น เราก็จะไม่จำเป็นต้องวิ่งหนีเขาอีกต่อไป แต่เราสามารถ ‘คาดการณ์’ และ ‘หลบเลี่ยง’ หรือแม้กระทั่ง ‘แก้ไข’ มันได้เหมือนกับการปิดบัญชีที่มียอดไม่ตรงกัน” ความเงียบเข้าปกคลุมห้องประชุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหวีดหวิวที่ลอดผ่านรอยแตกของหน้าต่างบานเกล็ดด้านนอก อาจารย์รินลุกขึ้นยืนช้าๆ เดินเข้ามาใกล้กระดานไวท์บอร์ด นางไล่สายตามองตัวเลขและกราฟที่ธันวาลากเส้นเชื่อมโยงไว้อย่างเป็นระเบียบ เรียวปากอิ่มเม้มเข้าหากันเล็กน้อยก่อนจะคลี่ยิ้มบางๆ ออกมา เป็นรอยยิ้มที่หาได้ยากยิ่ง ซึ่งเต็มไปด้วยความยอมรับนับถือ “คุณนี่มัน... เกินความคาดหมายของผมไปไกลจริงๆ นะครับคุณธันวา” อาจารย์รินเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าเดิม “คุณมองเห็นโครงสร้างที่แม้แต่ผู้มีอาคมยังมองข้ามไป” “ขอบพระคุณสำหรับคำชมครับอาจารย์ แต่เรายังวางใจไม่ได้” ธันวาหันมาสบตาด้วยสีหน้าเคร่งขรึมขึ้น “เพราะตารางนี้... ยังขาดตัวแปรสำคัญตัวหนึ่ง” “ตัวแปรอะไรครับ?” “ยอดดุลสุทธิของชั้นที่ห้า... ชั้นที่พวกเรายังไม่เคยขึ้นไปสำรวจ” ธันวาชี้ไปยังช่องว่างสีดำสนิทที่มุมขวาล่างของกระดาน “จากสมการการใช้พลังงานของตึกนี้ พลังงานที่วิญญาณในชั้นสองถึงชั้นสี่ใช้ไป ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาจากความว่างเปล่า แต่มันถูก ‘โอนถ่าย’ (Transferred) มาจากแหล่งพลังงานหลักที่อยู่ด้านบนสุด และอัตราการโอนถ่ายนั้นกำลังเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ทุกครั้งที่เข็มนาฬิกาขยับเข้าใกล้เที่ยงคืน” ทันใดนั้นเอง... กริ๊งงงงงง! เสียงโทรศัพท์พื้นฐานสีดำรุ่นโบราณที่วางอยู่มุมโต๊ะทำงานเก่าๆ ซึ่งไม่มีการเชื่อมต่อสายสัญญาณใดๆ มานานนับทศวรรษ กลับดังขึ้นอย่างกะทันหัน เสียงกริ่งโลหะสั่นระรัวบาดแก้วหู ท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบสงบ ธันวาและอาจารย์รินหันขวับไปมองเครื่องมือสื่อสารนั้นพร้อมกัน ขนทั่วร่างลุกชันขึ้นทันทีโดยไม่ต้องมีคำอธิบาย หน้าจอโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อกั๊กของธันวาสั่นเตือนขึ้นมาอย่างรุนแรง พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนจากระบบปริศนาที่เขาไม่เคยติดตั้งมาก่อน ปรากฏตัวอักษรสีแดงฉานสว่างวาบขึ้นในความมืด: [ตรวจพบการเชื่อมต่อจากโหนดภายนอก: ชั้นที่ 5] [ระบบกำลังคำนวณงบดุลวิญญาณ... เกิดข้อผิดพลาดร้ายแรง: หนี้สินเกินทุน] [คำเตือนระดับ SSS: บัญชีมรณะถูกเปิดใช้งานแล้ว... ผู้ทำบัญชีโปรดเตรียมตัวรับการตรวจสอบจาก 'ผู้ตรวจการ' ณ บัดนี้] สิ้นเสียงแจ้งเตือนนั้น ไฟนีออนทั่วทั้งชั้นสี่ก็ดับสนิทลงพร้อมกันในเสี้ยววินาที ความมืดมิดสนิทเข้ากลืนกินทุกสิ่ง เหลือเพียงแสงเรืองรองสีฟ้าจางๆ จากหน้าจอโทรศัพท์ในมือของธันวาที่สะท้อนใบหน้าอันตื่นตะลึงของเขา และเสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่กำลังก้าวเดินลงมาจากบันไดวนเบื้องบน... ทีละก้าว... อย่างเชื่องช้าทว่าทรงพลัง - ลิฟต์แก้วชั้นลบ -
สารจากนักเขียน (ลิฟต์แก้วชั้นลบ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พนักงานบัญชีวิญญาณกับอาจารย์สาวผู้ปิดตายตึกร้าง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%