"ความผิดพลาดมูลค่าแปดหลักกำลังเดินเข้ามาหาเราในรัศมีสามเมตรแล้วครับ อาจารย์ริน"
ธันวาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าดวงตาภายใต้กรอบแว่นทรง Themis กลับหรี่แคบลงอย่างใช้ความคิด ปากกาหมึกซึมในมือของเขาหมุนวนเป็นเลขแปดอนันต์อย่างเป็นจังหวะ สวนทางกับบรรยากาศรอบตัวที่อุณหภูมิลดฮวบลงจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาวขุ่น ภายในห้องสมุดร้างชั้น 4 ของตึกสำนักงานเก่าแก่นี้ กลิ่นอายของกระดาษชื้นและสนิมเหล็กผสมผสานเข้ากับกลิ่นอายวิญญาณระดับอาฆาตได้อย่างน่าสะพรึงกลัว
เบื้องหน้าของพวกเขาทั้งสอง ห่างออกไปเพียงเอื้อมมือ คือผนังปูนเปลือยที่ควรจะเป็นทางตัน แต่ในสายตาของพนักงานบัญชีวิญญาณผู้มองเห็นโครงสร้างทางการเงินของโลกหลังความตาย มันกลับปรากฏเป็น "รอยแยกสีดำ" ขนาดใหญ่ ที่ถูกถักทอด้วยตัวเลขทางบัญชีที่ถูกลงบัญชีผิดประเภทติดต่อกันมานานกว่าสามสิบปี
"อย่าเพิ่งตกใจไปเลยครับธันวา" อาจารย์รินก้าวเท้าเข้ามาประชิดเบื้องหลัง ร่างเพรียวในชุดสูทเข้ารูปสีดำสนิทขยับแว่นสายตาเล็กน้อย เส้นผมยาวสลวยพัดไหวตามกระแสลมอาคมที่หมุนวน มือเรียวบางแตะลงบนไหล่ของชายหนุ่มเพื่อถ่าย
ทอดพลังงานอุ่นร้อนเข้าสู่ร่างกายที่กำลังต้านทานแรงกดดันจากอาเขตวิญญาณ "จำกฎข้อที่สามของการตรวจสอบบัญชีวิญญาณที่เราเพิ่งทบทวนกันไปเมื่อวานได้ไหมครับ ทุกตัวเลขที่หายไป ย่อมมีที่มา และทุกหนี้สินที่ถูกซุกซ่อน ย่อมต้องมีสมการชำระสะสาง"
"จำได้ขึ้นใจเลยครับ" ธันวาผ่อนลมหายใจยาวเหยียดเพื่อตั้งสติ เขาไม่ได้หวาดกลัวตัวตนที่กำลังซ่อนอยู่หลังผนังปูนนั้น สิ่งที่ทำให้เขารู้สึกท้าทายกลับเป็นความซับซ้อนของโครงสร้างหนี้ที่บิดเบี้ยวต่างหาก "และผมก็คิดว่าผมเจอ 'สูตรคณิตศาสตร์' ที่จะใช้ปลดล็อกบัญชีนี้แล้วด้วย"
ย้อนกลับไปเมื่อไม่กี่วินาทีก่อน จากเหตุการณ์ที่พวกเขาเพิ่งเผชิญหน้ากับเสียงกระซิบอันเยือกเย็นที่ทิ้งท้ายไว้ว่า *"เจอตัวแล้ว... ลูกหนี้ชั้นดีของฉัน"* ธันวาได้ใช้ทักษะเนตรบัญชีวิญญาณวิเคราะห์โครงสร้างความเสียหายทันที ปรากฏว่าร่องรอยพลังงานที่แผ่ออกมาจากผนังหลังนี้ ไม่ได้ใช้พลังเวทมนตร์หรืออาคมโบราณดิบเถื่อน แต่มันถูกเข้ารหัสเอาไว้ด้วย **"ลำดับฟีโบนัชชี (Fibonacci Sequence)"** ผสมผสานกับอัตราดอกเบี้ยทบต้นแบบรายวินาที ซึ่งเป็นรูปแบบการคำนวณทางการเงินขั้นสูงที่มนุษย์ในยุคตึกนี้สร้างขึ้นก่อนจะเกิดโศกนาฏกรรมไฟไหม้ครั้งใหญ่
"ถ้าเราไขรหัสนี้ด้วยการถอดสมการถดถอยพหุคูณ (Multiple Regression Analysis) เราจะสามารถดึงตัวเลขหนี้สินทั้งหมดกลับคืนสู่สถานะสมดุลได้ใช่ไหมครับอาจารย์" ธันวาหันไปสบตากับอาจารย์สาว
อาจารย์รินพยักหน้ารับอย่างช้าๆ แววตาของเธอสะท้อนความภาคภูมิใจในตัวลูกศิษย์คนนี้ "ถูกต้องครับ แต่เวลาเรามีจำกัด อาเขตวิญญาณของลูกหนี้รายนี้กำลังจะปิดรอบบัญชีประจำวันในอีกสามนาที ถ้าเราคำนวณพลาดแม้แต่ทศนิยมตำแหน่งที่สอง แรงสะท้อนกลับจะทำให้วิญญาณของเราถูกดึงเข้าไปเป็นลูกหนี้ในบัญชีของมันตลอดกาล"
บรรยากาศในห้องสมุดเงียบงันลงทันที เสียงนาฬิกาข้อมือของธันวากลายเป็นเสียงเดียวที่ดังสะท้อนอยู่ในโสตประสาท *ติ๊ก... ติ๊ก... ติ๊ก...*
ธันวาก้าวเข้าไปใกล้กำแพงปูนที่มีรอยร้าวเป็นเส้นสายคล้ายกราฟแท่ง (Bar Chart) เขาไม่ได้ใช้กำลัง อาศัยเพียงปลายนิ้วที่แตะลงบนจุดตัดของตัวเลขที่ปรากฏขึ้นรางๆ ในมิติที่ซ้อนทับอยู่ ปากกาในมือถูกเปลี่ยนเป็นเครื่องมือคำนวณเสมือนจริง โครงสร้างเวิลด์บิลディングของตึกสำนักงานแห่งนี้ตอบสนองต่อการกระทำของเขา โดยการฉายภาพข้อมูลการเบิกจ่ายงบประมาณอันทุจริตเมื่อปี พ.ศ. 2542 ลอยขึ้นมาในอากาศเป็นตัวเลขเรืองแสงสีฟ้า
"ตัวแปร $X$ คือจำนวนเงินที่ถูกยักยอก... ตัวแปร $Y$ คือความแค้นสะสม... และสัมประสิทธิ์การถดถอย $\beta$ คือจำนวนปีที่วิญญาณดวงนี้ถูกลืมเลือน" ธันวาวิเคราะห์พึมพำกับตัวเอง เหงื่อเม็ดโตผุดขึ้นตามไรผม แม้สถานการณ์จะบีบคั้น แต่ความรู้พื้นฐานที่แน่นหนาทำให้มือของเขาไม่สั่นแม้แต่น้อย
"คำนวณตามสูตรการบริหารความเสี่ยงระดับองค์กรเลยครับธันวา ผมคอยหนุนหลังให้อยู่" อาจารย์รินเอ่ยให้กำลังใจ พร้อมกับกางเขตอาคมรูปวงกลมสีทองล้อมรอบตัวพวกเขาทั้งสองเอาไว้ เพื่อป้องกันไม่ให้แรงกดดันภายนอกเข้ามาแทรกแซงการคำนวณ
ธันวาสูดลมหายใจเข้าลึก ปลายนิ้วเรียวจดลงบนอากาศว่างเปล่า รัวพิมพ์สมการคณิตศาสตร์ที่ซับซ้อนลงไปในระบบเนตรบัญชีด้วยความเร็วสูง ตัวเลขสีแดงฉานที่เคยกระพริบเตือนภัยอันตรายค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีเขียวทีละบรรทัดอย่างเป็นระเบียบ เสียงกรีดร้องโหยหวนที่เคยดังมาจากหลังกำแพงเริ่มเปลี่ยนเสียงเป็นทำนองของการสะสางบัญชีที่ราบรื่น
*การประมวลผลเสร็จสิ้น 98%... 99%...*
หน้าจออินเทอร์เฟซโปร่งใสปรากฏขึ้นตรงหน้าธันวา พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนระบบที่ดังขึ้นในหัว
**[ระบบ: ตรวจพบการชำระบัญชีหนี้สูญสำเร็จ - ปลดล็อกสิทธิ์การเข้าถึงชั้นใต้ดินระดับลบ 2]**
รอยแยกสีดำบนกำแพงปูนค่อยๆ สลายตัวกลายเป็นละอองแสงสีทองคำขาว บรรยากาศที่กดดันมืดมนพลันเบาบางลงอย่างเห็นได้ชัด ธันวาถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก เขาหันกลับไปยิ้มให้อาจารย์รินเพื่อแสดงถึงความสำเร็จครั้งสำคัญในภารกิจนี้
ทว่า... รอยยิ้มบนใบหน้าของธันวากลับต้องค้างเติ็ง เมื่อจู่ๆ ละอองแสงสีทองที่ควรจะดับสูญ กลับรวมตัวกันใหม่กลางอากาศกลายเป็น "สมุดบัญชีหนังหมา" เล่มหนาเตอะที่ปกคลุมด้วยคราบเลือดแห้งกรัง และที่น่ากลัวยิ่งกว่าคือ มันไม่ได้ถูกเปิดโดยระบบอัตโนมัติ แต่มันถูกเปิดออกด้วย "มือคู่หนึ่ง" ที่ยื่นทะลุออกมาจากรอยแยกมิติที่สอง ซึ่งไม่ควรจะมีอยู่บนโลกใบนี้!
เสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยดังลอดออกมาจากความว่างเปล่ายิ่งกว่าเดิม พร้อมกับแรงลมมหาศาลที่พัดกระชากเนกไทของธันวาจนปลิวสะบัด
*"ทำบัญชีได้ยอดเยี่ยมมากนี่... พนักงานฝึกหัด แต่แกดันลืมหัก 'ภาษีมูลค่าเพิ่ม' ของความตายไปเสียสนิทเลยนะ"*
อาจารย์รินเบิกตากว้างเป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือน เธอดึงตัวธันวาหลบไปด้านหลังทันที พร้อมกับสะบัดพัดกระดาษโบราณออกรับแรงกระแทกจากเงามืดที่กำลังก้าวเท้าพ้นกำแพงออกมาอย่างช้าๆ
**[ระบบแจ้งเตือนฉุกเฉินระดับ SSS: ตรวจพบ 'ผู้ตรวจบัญชีสูงสุด' นอกกฎหมายปรากฏตัว - ยุติภารกิจชั่วคราวและเตรียมรับมือการถูกลบข้อมูลออกจากระบบ]**
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไขปริศนาไปกับเราเสมอนะครับ
พนักงานบัญชีวิญญาณกับอาจารย์สาวผู้ปิดตายตึกร้าง•ตอนที่ 19
เสียงกระซิบหลังกำแพง
ผลงานโดย ลิฟต์แก้วชั้นลบ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลิฟต์แก้วชั้นลบ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พนักงานบัญชีวิญญาณกับอาจารย์สาวผู้ปิดตายตึกร้าง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!