พนักงานบัญชีวิญญาณกับอาจารย์สาวผู้ปิดตายตึกร้าง•ตอนที่ 20

ปฏิกิริยาของมวลพลังงาน

ผลงานโดย ลิฟต์แก้วชั้นลบ
หน้าจอโฮโลแกรมสีแดงฉานยังคงกะพริบถี่รัวอยู่เบื้องสายตา รหัสตัวอักษรสีเลือดที่ระบุข้อความ **[ระบบแจ้งเตือนฉุกเฉินระดับ SSS: ตรวจพบ 'ผู้ตรวจบัญชีสูงสุด' นอกกฎหมายปรากฏตัว - ยุติภารกิจชั่วคราวและเตรียมรับมือการถูกลบข้อมูลออกจากระบบ]** สะท้อนลงบนนัยน์ตาของธันวาจนเกิดเป็นเงาแสงระยิบระยับที่เต็มไปด้วยความตึงเครียด ทว่า ในห้องทำงานสถาปัตยกรรมยุคเก่าของตึกร้างแห่งนี้ กลับไม่ได้ยินเสียงฝีเท้าหรือการมาเยือนของสิ่งมีชีวิตใดๆ นอกจากเสียงลมหายใจเข้าออกอย่างสม่ำเสมอของอาจารย์ริน หญิงสาวในชุดเสื้อคลุมกันหนาวสีเข้มยังคงนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้ไม้สักตัวเก่า ปลายเรียวเล็บของเธอกำลังเคาะลงบนโต๊ะทำงานเป็นจังหวะสามช่าสม่ำเสมอ ซึ่งเป็นรูปแบบการส่งสัญญาณที่ธันวาเรียนรู้ว่ามันคือ 'รหัสผ่านเพื่อการปรับสมดุลคลื่นสมอง' ที่เธอใช้กำหนดสมาธิก่อนเริ่มบทเรียนสำคัญ "ธันวา คุณกำลังมองตัวอักษรสีแดงพวกนั้นจนลืมวิธีหายใจไปแล้วนะครับ" เสียงนุ่มทุ้มแต่เยือกเย็นของอาจารย์รินดังขึ้น ทำลายความเงียบงันที่กดดันในห้อง เธอไม่ได้หันไปมองหน้าจอสีแดงฉานนั้นแม้แต่น้อย สายตาของเธอยังคงจ้องมองตรงมาที่แฟ้มเอกสารกระดาษสีน้ำตาลเก่าคร่ำครึตรงหน้า ซึ่งบรรจุตารางงบดุลวิญญาณประจำไตรมาสที่สามเอาไว้ ธันวากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เขาละสายตาจากระบบแจ้งเตือนระดับ SSS ที่ยังคงค้างเติ่ง แม้สัญชาตญาณการเอาตัวรอดจะร้องเตือนว่าภัยพิบัติกำลังคืบคลานเข้ามา แต่ในโลกของบัญชีวิญญาณ กฎข้อแรกที่เขาได้รับการพร่ำสอนจากอาจารย์สาวผู้นี้เสมอมาคือ — *ตราบใดที่ตัวเลขในบรรทัดสุดท้ายยังไม่ถูกสรุป ความโกลาหลทั้งหมดก็เป็นเพียงแค่ความผิดพลาดในการป้อนข้อมูล* "ผมแค่กำลังคิดว่า... ระบบกำลังคำนวณต้นทุนความเสี่ยงพลาดไปหรือเปล่าครับ อาจารย์" ธันวาปรับน้ำเสียงให้กลับมานิ่งสนิท มือขวาขยับแว่นตากรอบเงินเล็กน้อยเพื่อซ่อนแววตาสั่นไหว "ผู้ตรวจบัญชีสูงสุดนอกกฎหมาย... ผมไม่เคยเห็นฟังก์ชันนี้ในคู่มือการใช้งานระบบพนักงานบัญชีวิญญาณเล่มไหนเลยครับ" อาจารย์รินวางปากกาหมึกซึมลงบนโต๊ะ เธอยกเรียวแขนขึ้นกอดอก ดวงตาสีดำสนิทคู่นั้นมองสำรวจลูกศิษย์หนุ่มตั้งแต่หัวจรดเท้า ราวกับกำลังประเมินสภาพสึกหรอของเครื่องจักรกลที่มีความสำคัญยิ่งยวด "ก็เพราะว่ามันอยู่นอกกฎหมายอย่างไรล่ะครับ ธันวา" อาจารย์รินยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความสนุกสนานเจือปนอยู่เลย "สิ่งที่คุณกำลังเผชิญหน้าอยู่ไม่ใช่ระบบอัตโนมัติของตึกสำนักงานแห่งนี้ แต่มันคือ 'การตรวจสอบย้อนหลัง' จากตัวตนที่มีอำนาจลบล้างทุกอย่าง หากคุณปล่อยให้ความกลัวเข้าครอบงำ คลื่นพลังงานลบในตัวคุณจะพุ่งสูงเกินเพดานที่กำหนด และในตอนนั้นแหละ... คุณจะกลายเป็นเหยื่อรายแรกที่ถูกระบบกวาดทิ้งอย่างสมบูรณ์แบบ" เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างเพรียวระหงก้าวเท้าเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าโต๊ะทำงานของธันวา กลิ่นจางๆ ของกระดาษเก่าและชาสมุนไพรลอยแตะจมูก ช่วยดึงสติของชายหนุ่มให้กลับคืนสู่ปัจจุบันทีละน้อย "เอาล่ะ ถ้าไม่อยากถูกลบข้อมูลทิ้งในอีกสามนาทีข้างหน้า จงเรียนรู้วิธีการทำความสะอาดโต๊ะทำงานของคุณเสียก่อน" อาจารย์รินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด "บทเรียนวันนี้... คือการคัดกรองพลังงานบวกและลบออกจากระบบประสาทของคุณเอง" ธันวาขมวดคิ้วเล็กน้อย "คัดกรองพลังงานเหรอครับ? ในสถานการณ์แบบนี้น่ะหรือครับอาจารย์?" "ใช่ครับ" อาจารย์รินผายมือไปยังพื้นที่ว่างเปล่ากลางห้อง ทันใดนั้น อากาศรอบตัวก็เริ่มบิดเบี้ยว เกิดเป็นกลุ่มควันสีเทาเข้มและกลุ่มแสงสีฟ้าเรืองรองลอยวนเวียนตัดกันไปมาอย่างดุเดือด "ตึกร้างแห่งนี้ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นด้วยอิฐและปูน แต่มันถูกค้ำจุนด้วยมวลพลังงานตกค้างจากอดีต ผู้คนที่เคยทำงานที่นี่ทิ้งความคับแค้น ความโลภ และความผิดพลาดเอาไว้ กลายเป็น 'หนี้สินทางวิญญาณ' ที่พวกเราต้องแบกรับ หากคุณไม่รู้จักแยกแยะระหว่าง 'พลังงานที่ขับเคลื่อน' กับ 'พลังงานที่บั่นทอน' คุณก็จะไม่มีวันอ่านงบดุลของที่นี่ออก และจะถูกความกดดันกลืนกินจนจิตวิญญาณแตกสลายไปในที่สุด" ธันวาสูดหายใจเข้าลึกๆ เขาพยักหน้ารับอย่างเข้าใจในที่สุด โครงสร้างของวิชาชีพพนักงานบัญชีวิญญาณที่เขาเรียนรู้มาตลอดหลายสัปดาห์นี้ มีรากฐานมาจากหลักการทางบัญชีสากลอย่างน่าทึ่ง การบันทึกบัญชีไม่ใช่แค่การจดตัวเลข แต่เป็นการทำความเข้าใจ 'กระแสเงินสด' และในโลกหลังความตาย กระแสเงินสดนั้นก็คือ 'พลังงานชีวิต' (Life-force Energy) ที่ไหลเวียนผ่านความทรงจำและอารมณ์ความรู้สึก "ผมต้องทำอย่างไรบ้างครับ" ธันวาถามด้วยน้ำเสียงที่มั่นคงขึ้น ความตื่นตระหนกต่อหน้าจอสีแดงเมื่อครู่ถูกเก็บกดไว้ในส่วนลึกของจิตใจด้วยกระบวนการทางความคิดที่เป็นระบบ "หลับตาลงครับ" อาจารย์รินสั่งเสียงเรียบ "แล้วจินตนาการว่าตัวคุณเองคือสมุดบัญชีแยกประเภทหน้าหนึ่ง ด้านซ้ายมือคือ 'เดบิต'—ภาระหนี้สิน ความกลัว ความโกรธ และพลังงานลบทั้งหมดที่กำลังกัดกินคุณ ด้านขวามือคือ 'เครดิต'—สินทรัพย์ ความตั้งใจจริง สติปัญญา และพลังงานบวกที่คุณสะสมมาจากการช่วยเหลือดวงวิญญาณตลอดทาง" ธันวาทำตามอย่างเคร่งครัด เขาลับตาลง ปล่อยให้สติสัมปชัญญะดำดิ่งลงสู่ห้วงลึกของจิตใจ ทันทีที่มืดสนิท ภาพของกลุ่มควันสีเทาเข้มและแสงสีฟ้าก็ปรากฏขึ้นในมโนสำนึก มันกำลังพุ่งเข้าชนกันอย่างบ้าคลั่งในหน้าอกของเขา ราวกับตัวเลขงบดุลที่ขาดดุลอย่างรุนแรงจนระบบรวนเร "จำไว้ว่า พลังงานลบไม่ใช่สิ่งที่คุณต้องกำจัดทิ้งทันที" เสียงกระซิบของอาจารย์รินดังแว่วเข้ามาในโสตประสาท ราวกับเสียงนำทางท่ามกลางพายุหมุน "ในทางบัญชี หนี้สินไม่ใช่ความชั่วร้าย แต่มันคือทรัพยากรที่คุณหยิบยืมมาใช้ดำเนินกิจการ หน้าที่ของคุณไม่ใช่การทำลายมัน แต่คือการ 'จัดหมวดหมู่' และ 'บันทึกค่าเสื่อมราคา' ให้ถูกต้องตามหลักการ!" ธันวาขบกรามแน่น สมองส่วนวิเคราะห์ของเขาเริ่มทำงานด้วยความเร็วสูง เขาไม่ได้พยายามผลักไสกลุ่มควันสีเทาอันน่าสะพรึงกลัวนั้นออกไป แต่กลับจินตนาการว่าตนเองกำลังถือปากกาหมึกสีแดง ขีดเส้นใต้ลงบนกลุ่มพลังงานลบเหล่านั้น แล้วโยกย้ายพวกมันเข้าไปอยู่ในช่อง 'หนี้สินหมุนเวียน' ที่ต้องชำระคืนตามกำหนดเวลา *ควบ... ควบ... ควบ...* เสียงทุ้มต่ำราวกับเครื่องจักรขนาดใหญ่กำลังทำงานดังขึ้นในหูของธันวา กลุ่มควันสีเทาเข้มที่เคยพุ่งชนอย่างไร้ทิศทาง เริ่มสงบลงและถูกจัดระเบียบให้อยู่ในช่องบัญชีที่ชัดเจน ขณะเดียวกัน แสงสีฟ้าแห่งพลังงานบวกก็ขยายตัวออก โอบอุ้มและชดเชยช่องว่างที่ขาดหายไปได้อย่างลงตัว อัตราการเต้นของหัวใจของธันวากลับมาเป็นปกติ ลมหายใจของเขายาวขึ้นและลึกขึ้น ความรู้สึกกดดันมหาศาลจากระบบแจ้งเตือนระดับ SSS เริ่มเบาบางลง ราวกับพายุที่พัดผ่านพ้นขอบฟ้าไปชั่วคราว เมื่อธันวาลืมตาขึ้นอีกครั้ง บรรยากาศรอบตัวก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง กลุ่มหมอกควันพลังงานลบในห้องสลายตัวกลายเป็นละอองแสงจางๆ อาจารย์รินยืนมองเขาอยู่ด้วยแววตาที่ฉายแววพึงพอใจอย่างหาได้ยากยิ่ง "ยอดเยี่ยมมากครับ ธันวา" อาจารย์รินเอ่ยชมด้วยน้ำเสียงอบอุ่นขึ้นเล็กน้อย "คุณใช้เวลาเพียงสามนาทีในการปรับสมดุลบัญชีพลังงานของตัวเอง นี่คือทักษะที่พนักงานบัญชีฝึกหัดทั่วไปต้องใช้เวลาแรมปีในการฝึกฝน" ธันวาถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก เขายกมือขึ้นปาดเหงื่อที่ซึมตามไรผม "ขอบคุณครับอาจารย์ ถ้าไม่ได้คำแนะนำของคุณ ผมคงถูกพลังงานลบพวกนั้นฉีกกระชากจิตวิญญาณไปแล้วแน่ๆ" แต่ทว่า... รอยยิ้มโล่งใจของธันวาอยู่ได้เพียงชั่วพริบตาเดียวเท่านั้น หน้าจอโฮโลแกรมสีแดงฉานที่เคยหยุดนิ่งไปเมื่อครู่ กลับกะพริบสว่างวาบขึ้นมาอีกครั้งด้วยความถี่ที่รุนแรงกว่าเดิมถึงสามเท่า! ไม่เพียงเท่านั้น เสียงสัญญาณเตือนภัยแหลมสูงที่ดังเสียดแก้วหูก็ก้องกังวานไปทั่วทั้งตึกร้าง ราวกับมีใครบางคนกำลังกระชากสายไฟหลักของอาคารออก **[ระบบแจ้งเตือนฉุกเฉินระดับ SSS: การตรวจสอบบัญชีเสร็จสิ้น - ตรวจพบ 'ยอดเงินส่วนต่าง' ที่ไม่สามารถชี้แจงได้จำนวน 1,000,000 หน่วยวิญญาณ]** **[คำเตือนจากผู้ตรวจบัญชีสูงสุด: กำลังทำการอายัดบัญชี และ... มีผู้มาเยือนกำลังก้าวเข้ามาทางบันไดหนีไฟชั้น 7]** ธันวาเบิกตากว้าง หัวใจกระตุกวูบลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม เขารีบหันขวับไปมองทางประตูห้องทำงานทันที เงาสูงโปร่งในชุดสูทสีดำสนิท ไร้ซึ่งใบหน้าและตัวตน ปรากฏขึ้นตรงกรอบประตู พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่ก้าวเข้ามาทีละก้าว... ท่ามกลางความเงียบงันที่เย็นเยียบถึงกระดูกดำ --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับบทเรียนบัญชีวิญญาณในตอนนี้ครับ
สารจากนักเขียน (ลิฟต์แก้วชั้นลบ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พนักงานบัญชีวิญญาณกับอาจารย์สาวผู้ปิดตายตึกร้าง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%