"อย่ากะพริบตา... เพราะสิ่งที่เจ้ากำลังจะได้เห็น อาจเป็นสิ่งสุดท้ายที่เจ้าอยากจะรู้เกี่ยวกับที่นี่"
เสียงกระซิบแหบพร่าของคาร์ลอส ฟอน อาร์ค ดังขึ้นในความมืดมิดของหอจดหมายเหตุชั้นใต้ดิน กลิ่นอับชื้นของกระดาษเก่าผสมกับกลิ่นโลหะสนิมเขรอะโชยเตะจมูก เรน วาลคีเรียส กระชับด้ามดาบประจำกายแน่น นิ้วหัวแม่มือลูบไล้แหวนเก่าคร่ำคร่าบนนิ้วชี้อย่างไม่รู้ตัว—แหวนที่มารดาทิ้งไว้ให้เป็นสิ่งเดียวที่ยืนยันว่าเขาไม่ได้มีชีวิตอยู่เพียงเพื่อเป็นหมากในกระดานของใคร
เรนไม่ตอบ เขารอให้จังหวะการหายใจของตัวเองเข้าที่ ก่อนจะขยับกายไปข้างหน้าตามแสงสว่างริบหรี่จากคบไฟเวทมนตร์ที่คาร์ลอสถือไว้ พวกเขากำลังยืนอยู่หน้ากำแพงหินศิลาแลงที่ดูเผินๆ เหมือนผนังธรรมดา หากเรนไม่สังเกตเห็นรอยแยกที่ผิดธรรมชาติในตอนที่เขากดแหวนลงบนสลักผนัง แสงสีฟ้าหม่นของเวทมนตร์ตราประทับโบราณก็สว่างวาบขึ้น
"เจ้ารู้ใช่ไหมว่าการที่เรามาอยู่ตรงนี้ คือการทรยศต่ออุดมการณ์ของสถาบันที่เจ้าเคารพนักหนา" เรนถาม เสียงของเขาเรียบสนิท แต่แฝงไปด้วยความเย็นเยียบที่ทำให้บรรยากาศรอบข้างหนาวเหน็บลงไปอีกหลายองศา
คาร์ลอสหยุดมือที่กำลังสะเดาะกลอนเวทมนตร์ เขาหันกลับมามองเรนด้วยดวงตาที่ฉายแววสับสนและหนักแน่นในคราวเดียว "อุดมการณ์ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นบนซากศพที่ถูกปิดตาย เรน... บรรพบุรุษข้าเคยก้าวพลาด แต่วันนี้ ข้าจะไม่ยอมให้เลือดของคนบริสุทธิ์ต้องไหลนองในที่ที่เรียกว่าวิหารแห่งปัญญาอีกต่อไป"
*ครืด...*
เสียงหินเสียดสีกันดังสนั่นลั่นโถงทางเดินลับที่เพิ่งปรากฏขึ้น มันไม่ใช่ทางเดินที่สว่างไสวเหมือนห้องโถงเรียน แต่เป็นอุโมงค์มืดมิดที่ทอดยาวลงสู่เบื้องล่าง ความเย็นยะเยือกที่แผ่ออกมานั้นไม่ใช่เพียงแค่อุณหภูมิ แต่มันคือแรงกดดันจากมวลพลังเวทมนตร์ที่อัดแน่นไปด้วยความแค้นและโหยหวน
ทั้งสองก้าวเข้าสู่ความมืดมิด แสงจากเวทมนตร์ของคาร์ลอสเผยให้เห็นผนังอุโมงค์ที่มีรอยขีดข่วนคล้ายการใช้เล็บตะกุยเป็นทางยาว เรนหยุดเดิน เมื่อเขาสังเกตเห็นเศษเหล็กชิ้นเล็กๆ ที่หลุดร่วงอยู่บนพื้น มันเป็นส่วนหนึ่งของตราสัญลักษณ์ประจำตระกูลวาลคีเรียส... ตราสัญลักษณ์ที่หายสาบสูญไปพร้อมกับมารดาของเขาเมื่อสิบห้าปีก่อน
"นี่มันหมายความว่าอย่างไร คาร์ลอส" เรนเอ่ยถาม น้ำเสียงเขาสั่นพร่าด้วยอารมณ์ที่พยายามกดทับไว้ "ทำไมของสิ่งนี้ถึงมาอยู่ในคุกใต้ดินของสถาบันเวทมนตร์?"
คาร์ลอสไม่ตอบ เขาเร่งฝีเท้าไปข้างหน้าจนกระทั่งถึงสุดปลายทางที่เป็นประตูเหล็กกล้าขนาดมหึมา ด้านหลังประตูนั้นมีเสียงฝีเท้าหนักๆ ของอัศวินเฝ้ายามเดินวนเวียนสลับกับเสียงโซ่ตรวนที่กระทบพื้นหินคุกข้างใน
"เจ้าถามหาความจริงไม่ใช่หรือ" คาร์ลอสเอ่ยเบาๆ ก่อนจะชี้ไปยังช่องมองผ่านขนาดเล็กบนประตู "ดูด้วยตาของเจ้าเองเถิด... ว่าทำไมสถาบันถึงต้องปิดตายความลับนี้ไว้หลังกำแพงเหล็ก"
เรนโน้มตัวลงมองผ่านช่องแคบๆ นั้น หัวใจของเขาแทบหยุดเต้น ภาพที่เห็นไม่ใช่ห้องขังปกติ แต่เป็นห้องโถงพิธีกรรมที่เต็มไปด้วยอักขระเวทมนตร์ต้องห้าม วงเวทสีเลือดกำลังสั่นไหวอยู่เหนือร่างของนักโทษที่ดูไร้ทางสู้ แต่ที่ทำให้เรนต้องกำหมัดจนเล็บจิกเข้าเนื้อ คือชายผู้ยืนคุมเชิงอยู่กลางห้องนั้น—อาจารย์ใหญ่ที่ใครๆ ต่างยกย่องว่าสูงส่งที่สุดในอาณาจักร
ทว่า สิ่งที่เลวร้ายกว่านั้นคือร่างที่ถูกตรึงอยู่บนแท่นศิลา ร่างของผู้หญิงคนหนึ่งที่เขารู้จักดีที่สุดในชีวิต... หญิงผู้เป็นมารดาที่เขาคิดว่าตายจากไปนานแล้ว
"แม่..." เรนครางชื่อนั้นออกมาแผ่วเบาจนแทบจะเป็นเสียงกระซิบจากวิญญาณ
เขากำลังจะกระชากประตูนั้นออกด้วยความโกรธแค้นที่พุ่งพล่าน แต่จู่ๆ ก็มีฝ่ามือหนักๆ วางลงบนบ่าของเขา คาร์ลอสบีบไหล่เรนไว้แน่น
"อย่าทำอะไรบุ่มบ่าม เรน! ถ้าเจ้าพังประตูนี้เข้าไป เจ้าไม่ได้ช่วยนาง แต่เจ้ากำลังเดินเข้าไปในกับดักที่เขาวางไว้รอเจ้ามาตลอดสิบห้าปี!" คาร์ลอสเตือนสติด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความวิตก
เรนหันกลับมามองคาร์ลอส ดวงตาของเขาเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำด้วยพลังที่ไม่อาจควบคุมได้ "ปล่อยข้า... คาร์ลอส! เจ้าไม่เข้าใจหรอกว่าความเจ็บปวดของการรอคอยความจริงมันยาวนานแค่ไหน เจ้าไม่เคยสูญเสียทุกอย่างไปในคืนเดียวเหมือนข้า!"
ขณะที่เรนกำลังจะสะบัดมือออก ประตูเหล็กที่พวกเขาแอบดูอยู่ก็ค่อยๆ เลื่อนเปิดออกเองโดยไม่มีใครแตะต้อง ภายในความเงียบงันนั้นมีเสียงปรบมือดังขึ้นเป็นจังหวะเชื่องช้า เย็นชา และน่าสะพรึงกลัว
"ยินดีต้อนรับสู่บทเรียนสุดท้ายที่เจ้าไม่มีวันลืม... เรน วาลคีเรียส"
เสียงของอาจารย์ใหญ่ดังทะลุผ่านความมืดออกมา ก่อนที่ร่างของชายชราในชุดคลุมสีดำสนิทจะปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับอัศวินศักดิ์สิทธิ์อีกนับสิบชีวิตที่ล้อมรอบพวกเขาไว้ในความมืดมิดนั้น
เรนชักดาบออกจากฝัก แสงสีเงินของใบดาบสะท้อนกับเปลวไฟที่ดับวูบลงเหลือเพียงความมืดมิดที่ถูกครอบงำด้วยจิตสังหารของเขา
"วันนี้ที่นี่... ข้าจะไม่ได้แค่มาตามหาความจริง แต่ข้าจะมาทวงทุกอย่างคืนด้วยเลือดของพวกเจ้า"
เรนก้าวไปข้างหน้า แต่ก่อนที่เขาจะทันได้พุ่งเข้าใส่ คาร์ลอสที่ยืนอยู่ข้างกายกลับชักดาบของตนออกมา... ไม่ใช่เพื่อช่วยเขา แต่เพื่อจ่อไว้ที่คอของเรนเอง!
"ขอโทษนะเพื่อนข้า... แต่นี่คือภารกิจเดียวที่ตระกูลข้าไม่อาจปฏิเสธได้"
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับผมในความมืดมิดนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
วาเลนเทียอัศวินมืด
ศาสตราวิญญาณราชันย์เหล็ก: ปฐมบทอัศวินมืดแห่งสถาบันเวทมนตร์•ตอนที่ 18
ความจริงที่ถูกปิดบัง
ผลงานโดย วาเลนเทียอัศวินมืด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (วาเลนเทียอัศวินมืด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศาสตราวิญญาณราชันย์เหล็ก: ปฐมบทอัศวินมืดแห่งสถาบันเวทมนตร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!