"ถ้าแกพลาดเพียงก้าวเดียว คลังเอกสารลับนั่นจะกลายเป็นโลงศพของพวกเราทั้งคู่"
เสียงกระซิบของคาร์ลอสแหบพร่าและเย็นเยียบ แสงจากอักขระเวทมนตร์สีครามบนฝ่ามือของเขาเต้นเร่าสะท้อนกับใบหน้าซีกหนึ่งที่ถูกปกคลุมด้วยความมืด เรนไม่ได้หันกลับไปมอง เขาเพียงแค่รัดสายรัดถุงมือหนังให้แน่นขึ้น ดวงตาสีเทาหม่นของอดีตทหารรับจ้างจ้องเขม็งไปยังประตูเหล็กบานยักษ์ที่สลักลวดลายตราประทับแห่งศาสตราวิญญาณ
ไม่มีเสียงลม ไม่มีเสียงแมลง มีเพียงเสียงหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะหนักแน่นราวกับกลองรบที่กำลังจะโหมโรง
"กฎระเบียบที่แกเชิดชูมาตลอดทั้งชีวิต กำลังจะถูกแกทำลายด้วยมือของแกเอง คาร์ลอส... รู้สึกอย่างไรบ้าง?" เรนถามโดยไม่ละสายตาจากกลไกประตูที่ซับซ้อนราวกับเขาวงกต
คาร์ลอสแค่นยิ้มที่มุมปาก นิ้วมือที่เรียวยาวและสั่นเล็กน้อยของเขาเริ่มวาดลวดลายเวทมนตร์เพื่อขจัดอักขระพันธนาการ "มันไม่ใช่การทำลาย แต่มันคือการพิสูจน์ว่า 'ความถูกต้อง' ที่คนพวกนั้นยัดเยียดให้เรา มันเป็นเพียงแค่ภาพลวงตาที่สร้างขึ้นเพื่อปิดบังความเน่าเฟะ... ลงมือเถอะ ก่อนที่ยามเวรตรวจจะวนกลับมา"
ประตูเหล็กเคลื่อนตัวออกช้าๆ พร้อมเสียงบดขยี้ของโลหะที่ฟังดูเหมือนเสียงคำรามของอสูรกายในความมืด กลิ่นอายของกระดาษเก่าแก่ผสมกับกลิ่นไอของเวทมนตร์โบราณที่ถูกกักขังมานานนับร้อยปีโชยออกมาปะทะหน้า ทั้งสองก้าวเข้าไปในความมืดมิดของหอจดหมายเหตุลับที่ซึ่งความจริงของโลกถูกฝังกลบ
เรนหยิบลูกแก้วแสงออกมา แต่เขากลับไม่ยอมร่ายคาถาจุดไฟ เขาเลือกที่จะให้ความมืดช่วยปกปิดร่องรอย อดีตทหารรับจ้างกวาดสายตาไปตามชั้นวางเอกสารที่เรียงรายสูงตระหง่านจนมองไม่เห็นเพดาน
"แผนที่นั่น... มันสำคัญขนาดที่ต้องซ่อนไว้หลังเวทมนตร์ชั้นสูงขนาดนี้เชียวหรือ?" เรนพึมพำขณะเดินผ่านกองเอกสารการทรยศของเหล่าอัศวินศักดิ์สิทธิ์ที่ถูกขีดฆ่าด้วยหมึกสีเลือด
"มันไม่ใช่แค่แผนที่ แต่มันคือผังของ 'ทางเชื่อม' ที่กองทัพอัศวินดำใช้ลอบเข้าสู่หัวใจของสถาบันเมื่อสิบปีก่อน หากเราได้มันมา เราจะรู้ว่าใครคือไส้ศึกที่ทรยศพวกพ้องของแก" คาร์ลอสตอบพลางรีบสับเปลี่ยนม้วนเอกสารด้วยความชำนาญ มือของเขาหยิบจับอย่างเบามือเหมือนกำลังถือดาบที่คมกริบที่สุดในสมรภูมิ
จังหวะที่ปลายนิ้วของคาร์ลอสแตะลงบนม้วนกระดาษหนังมังกรที่วางอยู่บนแท่นศิลาใจกลางห้อง แรงสั่นสะเทือนมหาศาลก็พลันบังเกิดขึ้น รอยแยกของเวทมนตร์สีแดงฉานแผ่กระจายไปทั่วห้องราวกับใยแมงมุมที่กำลังรัดพันเหยื่อ
"กับดัก!" เรนคำรามพลางพุ่งตัวเข้าไปกระชากคาร์ลอสออกมาก่อนที่เพดานหินจะถล่มลงมาทับจุดที่เขายืนอยู่เพียงเสี้ยววินาที
ฝุ่นละอองฟุ้งกระจายในอากาศ เสียงกริ่งเตือนภัยเวทมนตร์ดังระงมไปทั่วสถาบัน เรนยันตัวขึ้นจากพื้นพลางหยิบดาบประจำกายออกมา ประกายไฟสีเงินปะทะกับม่านพลังที่พุ่งเข้าใส่จากเงามืดของเสาต้นหนึ่ง
"พวกมันไม่ได้มาแค่ยาม..." เรนกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยียบราวกับน้ำแข็ง "คาร์ลอส... ดูนั่นสิ"
บนบันไดหินที่เชื่อมต่อกับชั้นบน ร่างของอัศวินในชุดเกราะสีดำทมิฬที่คุ้นตาที่สุดสำหรับเรนยืนตระหง่านอยู่ มือที่สวมถุงมือเหล็กของบุรุษผู้นั้นถือเอกสารชิ้นเดียวกันกับที่พวกเขาพยายามตามหา แต่สิ่งที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือตราสัญลักษณ์บนหน้าอกของเขา... มันคือตราสัญลักษณ์ของอาจารย์ผู้เป็นที่เคารพรักที่สุดของสถาบัน
"อาจารย์อาคิเลส?" คาร์ลอสอุทานออกมาด้วยความตื่นตระหนก "ท่านมาทำอะไรที่นี่ในเวลาแบบนี้... หรือว่าเรื่องทั้งหมดเป็นฝีมือของท่าน?"
อาคิเลสไม่ตอบ เขาเพียงแค่ชักดาบเล่มยาวออกมา แสงสีม่วงเข้มของศาสตราวิญญาณอาบไล้ไปทั่วใบหน้าของเขาที่บัดนี้ไร้ซึ่งความปรานีใดๆ "พวกเจ้ามีความอยากรู้อยากเห็นมากเกินไป... และในโลกของอัศวิน ความอยากรู้อยากเห็นมีราคาที่ต้องจ่ายด้วยชีวิตเสมอ"
ก่อนที่เรนจะทันได้ตั้งตัว อาคิเลสก็พุ่งตัวเข้ามาด้วยความเร็วที่เหนือชั้นกว่าอัศวินทั่วไปหลายเท่า แรงปะทะจากการตวัดดาบเพียงครั้งเดียวทำให้เรนกระเด็นไปกระแทกกับชั้นวางเอกสารจนแตกกระจาย ในขณะที่คาร์ลอสยืนแข็งทื่อด้วยความช็อกเมื่อเห็น 'ผู้ชี้ทาง' ของตนกลายเป็นศัตรูที่ร้ายกาจที่สุด
อาคิเลสกดปลายดาบลงบนพื้นจนหินแตกออกเป็นเสี่ยงๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นจ้องมองเรนด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความเย้ยหยัน "เรน วาลคีเรียส... แกนึกว่าแกเป็นคนเดียวที่จดจำเรื่องคืนนั้นได้งั้นหรือ? หึ... แกมันก็แค่หมากตัวหนึ่งที่ยังไม่รู้ว่าใครเป็นคนเดินเกมจริงๆ"
เรนกัดฟันแน่น เลือดสดๆ ไหลรินจากบาดแผลที่หัวไหล่ เขารู้ดีว่าหากสู้ตรงๆ ในขณะที่อีกฝ่ายรู้วิชาดาบของเขาเป็นอย่างดี โอกาสรอดนั้นแทบจะเป็นศูนย์ ทว่าในจังหวะที่อาคิเลสกำลังจะเผด็จศึก คาร์ลอสกลับตัดสินใจทำในสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด เขาพุ่งตัวเข้าไปแทรกกลางระหว่างทั้งสองพร้อมกับระเบิดพลังเวทมนตร์ทั้งหมดที่เขามีออกมาเป็นม่านควันหนาทึบจนมองไม่เห็นอะไรเลย
"หนีไป เรน! ฉันจะยื้อเวลาไว้เอง!" เสียงตะโกนของคาร์ลอสขาดห้วงไปพร้อมกับเสียงดาบที่ปะทะกันอย่างรุนแรงท่ามกลางกลุ่มควันมืดมิด
เรนตัดสินใจหันหลังกลับ วิ่งเข้าสู่ความมืดของทางเดินลับโดยไม่หันกลับไปมองอีกเลย ทว่าเมื่อเขาพ้นเขตคลังเอกสารออกมาได้เพียงไม่กี่ก้าว เขากลับพบว่าทางออกที่ควรจะเป็นหน้าผาสถาบัน... บัดนี้กลับถูกปิดตายด้วยกำแพงเวทมนตร์ที่เขารู้จักดีที่สุดในชีวิต
มันคือเวทมนตร์ผนึกวิญญาณ... วิชาลับที่เขาสอนให้กับน้องสาวของเขาเพียงคนเดียวเท่านั้น
"พี่ชาย... จะรีบไปไหนหรือคะ?" เสียงหวานใสที่แฝงไปด้วยความอาฆาตดังขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับสัมผัสเย็นเยียบของคมดาบที่จ่ออยู่ที่ลำคอของเขา
หวังว่าทุกท่านจะเพลิดเพลินไปกับการเปิดเผยความลับที่ซ่อนอยู่ในเงามืดของสถาบันนะครับ วาเลนเทียอัศวินมืด
ศาสตราวิญญาณราชันย์เหล็ก: ปฐมบทอัศวินมืดแห่งสถาบันเวทมนตร์•ตอนที่ 19
แผนที่ที่หายไป
ผลงานโดย วาเลนเทียอัศวินมืด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (วาเลนเทียอัศวินมืด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศาสตราวิญญาณราชันย์เหล็ก: ปฐมบทอัศวินมืดแห่งสถาบันเวทมนตร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!