“ถ้าเจ้าก้าวออกมาจากหลังแนวกำบังนั่นอีกเพียงก้าวเดียว ข้าจะถือว่านั่นคือการประกาศสงครามกับตระกูลอาร์คอย่างเป็นทางการ คาร์ลอส”
เสียงของเรน วาลคีเรียส เย็นเยียบราวกับคมดาบที่เพิ่งชุบด้วยน้ำแข็งท่ามกลางความโกลาหลของเมืองหลวงอัลทิเซีย เศษอิฐจากการระเบิดของอาคมเวทมนตร์ยังคงฟุ้งกระจายอยู่ในอากาศ กลิ่นคาวเลือดผสมกับกลิ่นไหม้ของกำมะถันโชยเข้าจมูกอย่างรุนแรง
คาร์ลอส ฟอน อาร์ค ไม่ได้ตอบโต้ในทันที เขายืนเด่นเป็นสง่าท่ามกลางท้องถนนที่พังพินาศ มือที่สวมถุงมือหนังเนื้อดีกระชับด้ามดาบประจำตระกูลแน่น แววตาของเขาไม่ได้มีความลังเลหลงเหลืออยู่อีกต่อไป มีเพียงความมุ่งมั่นที่น่าเกรงขาม “เรน... เจ้าก็รู้ดีว่ากฎระเบียบคือสิ่งที่ค้ำจุนอาณาจักรนี้ไว้ หากเจ้าไม่ยอมวางศาสตราวิญญาณลง ข้าเองก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องจัดการเจ้าในฐานะกบฏ”
“กบฏอย่างนั้นหรือ?” เรนแค่นยิ้มที่มุมปาก ดวงตาสีเทาหม่นฉายแววอาฆาตที่ถูกกดทับไว้ “พวกอัศวินศักดิ์สิทธิ์ที่สั่งให้เจ้ามาไล่ล่าข้าต่างหากที่เป็นกบฏต่อความจริง คาร์ลอส เจ้าเป็นคนฉลาด แต่ทำไมถึงยอมให้คนพวกนั้นจูงจมูกเหมือนสัตว์เลี้ยงในกรงกัน?”
“หุบปาก!” คาร์ลอสคำรามลั่น แรงกดดันมหาศาลระเบิดออกจากร่างในทันที พลังเวทสีทองสว่างวาบปกคลุมทั่วบริเวณจนพื้นถนนหินสั่นสะเทือน นี่ไม่ใช่การซ้อมมือในสถาบัน แต่เป็นศึกที่เดิมพันด้วยอุดมการณ์และความตาย
ไม่รอให้โอกาสหลุดมือ คาร์ลอสพุ่งตัวเข้าหาด้วยความเร็วเหนือมนุษย์ ดาบเล่มยาวในมือกรีดอากาศเกิดเป็นเสียงหวีดหวิว เรนเบี่ยงตัวหลบด้วยสัญชาตญาณทหารรับจ้าง คมดาบฟาดผ่านอากาศไปเพียงไม่กี่นิ้ว แต่แรงลมมหาศาลก็เพียงพอที่จะฉีกกระชากชุดคลุมของเขาจนขาดวิ่น
“เจ้าพัฒนาขึ้นนะ” เรนกล่าวพร้อมกับชัก 'ศาสตราวิญญาณราชันย์เหล็ก' ออกมา ปลายดาบสั่นไหวเบาๆ เปล่งไอสีดำทมิฬที่ตัดกับแสงสีทองของคาร์ลอสอย่างสิ้นเชิง
การปะทะกันเริ่มต้นขึ้นอย่างดุเดือดกลางถนนหลวง เสียงโลหะกระทบกันดังกังวานก้องไปทั่วตรอกซอกซอย ทุกครั้งที่ดาบทั้งสองเล่มปะทะกัน แรงปะทะจะแผ่ซ่านออกมาจนหน้าต่างบ้านเรือนละแวกนั้นแตกละเอียด ประชาชนที่ยังหนีไม่พ้นต้องหลบซ่อนตัวอย่างหวาดกลัว เรนขยับตัวด้วยท่วงท่าที่ไร้รูปแบบ—ดิบเถื่อนแต่เปี่ยมไปด้วยประสิทธิภาพ ผิดกับคาร์ลอสที่ใช้เพลงดาบตระกูลอาร์คอันสง่างามและแม่นยำ
“เจ้ากำลังปกป้องอะไรกันแน่ เรน!” คาร์ลอสถามขณะที่ดาบของเขาต้านคมดาบของเรนไว้ จนประกายไฟกระเด็นว่อนไปทั่ว “ถ้าเจ้ายังดื้อรั้นเช่นนี้ ทุกสิ่งที่เจ้าสร้างมาจะพังทลายลงในวันนี้!”
เรนจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของคาร์ลอส เห็นความสับสนที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความโกรธเกรี้ยว “ข้าไม่ได้ปกป้องอะไรทั้งนั้นคาร์ลอส ข้าแค่กำลังทำสิ่งที่ถูกต้อง... และบางที... เจ้าก็น่าจะเลิกทำตัวเป็นตุ๊กตาให้พวกสภาเวทมนตร์เล่นได้แล้ว”
สิ้นคำพูด เรนก็ใช้วิชาดาบที่ไม่ได้พบเห็นมานาน เขาแทงดาบสวนกลับด้วยองศาที่คาดไม่ถึง คาร์ลอสเบิกตากว้าง พยายามยกดาบขึ้นป้องกันแต่จังหวะช้าไปเพียงเสี้ยววินาที คมดาบของเรนเฉือนเข้าที่หัวไหล่ของคาร์ลอสจนเลือดสีแดงสดหยดลงบนพื้นหิน
แต่แทนที่จะถอยหนี คาร์ลอสกลับก้าวเข้ามาใกล้กว่าเดิม เขาใช้มือข้างที่ไม่ได้ถือดาบคว้าคอเสื้อของเรนไว้ แล้วกระซิบด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า “ถ้าเจ้าต้องการจะเปิดโปงความจริง... ก็จงแทงข้าให้ตายเสียตอนนี้ ก่อนที่หน่วยไล่ล่าที่แท้จริงจะมาถึง... เพราะถ้าเป็นคนอื่น... พวกมันไม่มีทางปล่อยให้เจ้าพูดประโยคสุดท้ายจบแน่”
เรนชะงัก ดาบในมือของเขาค้างอยู่กลางอากาศ ความเงียบงันปกคลุมพื้นที่ชั่วขณะ แม้เสียงการต่อสู้จะยังคงดำเนินอยู่รอบด้าน แต่เขากลับได้ยินเพียงเสียงหัวใจที่เต้นรัวของคู่ปรับตรงหน้า
ทว่า ในวินาทีที่เรนกำลังจะเอ่ยตอบ เสียงคำรามกึกก้องก็ดังมาจากฟากฟ้าเหนือเมืองหลวง เมฆสีดำมืดมิดก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็วผิดธรรมชาติ เงาร่างปริมาณมหาศาลปรากฏตัวขึ้นเหนือยอดหอคอยเวทมนตร์ นั่นไม่ใช่หน่วยไล่ล่าของโรงเรียน แต่เป็น 'อัศวินดำแห่งเงามรณะ' กองทัพที่ถูกลบออกจากบันทึกประวัติศาสตร์ไปนานนับร้อยปี
คาร์ลอสปล่อยมือจากคอเสื้อของเรน ใบหน้าของเขาซีดเผือด “ไม่จริง... พวกมันตื่นขึ้นมาแล้วหรือ?”
เรนมองขึ้นไปยังเงาบนท้องฟ้า ก่อนจะหันกลับมามองคาร์ลอสด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปจากเดิม “ดูเหมือนว่าเรื่องของเราจะยังไม่จบ แต่ตอนนี้... เราคงต้องเลือกว่าจะฆ่ากันเองที่นี่ หรือจะจับมือกันเพื่อรอดจากหายนะที่กำลังจะกลืนกินเมืองนี้ไปพร้อมกัน”
เสียงกรีดร้องของชาวเมืองดังระงมขึ้นจากทุกทิศทาง พร้อมกับการปรากฏตัวของบุรุษในชุดเกราะสีเงินยวบยาบที่ก้าวออกมาจากเงามืด เขาคือคนเดียวกับที่เรนเคยเห็นในภาพฝันร้ายที่คอยหลอกหลอนเขามาตลอดหลายปี
“เรน วาลคีเรียส... ในที่สุดข้าก็หาเจ้าจนพบ” บุรุษลึกลับกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ทำเอาเรนเย็นไปถึงกระดูกสันหลัง “เจ้าของศาสตราที่ควรจะสูญสิ้นไปแล้ว... ส่งมันมาให้ข้าเสียดีๆ แล้วข้าจะเมตตาให้เจ้าตายโดยไม่เจ็บปวด”
คาร์ลอสยกดาบขึ้นตั้งรับอีกครั้ง แม้จะบาดเจ็บ แต่แววตาของเขากลับเปี่ยมไปด้วยประกายแห่งการตัดสินใจ “เรน... ถ้าเราต้องตายวันนี้ ข้าขอเลือกตายในฐานะอัศวินที่เลือกข้างถูกต้อง ดีกว่าตายในฐานะหุ่นเชิดของคนโฉด”
เรนกระชับดาบในมือแน่น รอยยิ้มเย็นชาปรากฏบนใบหน้า “ถ้าอย่างนั้น... ก็แสดงให้ข้าเห็นหน่อยว่าเจ้าดีพอจะเป็นเพื่อนร่วมรบในสงครามครั้งนี้หรือไม่ คาร์ลอส!”
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางในเส้นทางสายดาร์กแฟนตาซีนี้ไปกับผมนะครับ
ศาสตราวิญญาณราชันย์เหล็ก: ปฐมบทอัศวินมืดแห่งสถาบันเวทมนตร์•ตอนที่ 31
ศึกกลางเมืองหลวง
ผลงานโดย วาเลนเทียอัศวินมืด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (วาเลนเทียอัศวินมืด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศาสตราวิญญาณราชันย์เหล็ก: ปฐมบทอัศวินมืดแห่งสถาบันเวทมนตร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!