“เจ้ากำลังใช้ดาบเหมือนคนกวาดถนน ไม่ใช่การต่อสู้เพื่อปกป้องเกียรติยศ”
เสียงแหบพร่าดุจใบไม้แห้งกรีดผ่านความเงียบของห้องโถงใต้ดินที่เย็นเยียบ เรน วาลคีเรียส ชะงักดาบเหล็กกล้าในมือที่กำลังสั่นสะท้านจากแรงปะทะ หยดเลือดสดๆ ไหลรินจากรอยแผลที่หัวไหล่ลงสู่พื้นหินที่เปื้อนคราบตะไคร่
ตรงหน้าของเขาคือชายชราผู้สวมชุดคลุมขาดวิ่น ใบหน้าครึ่งหนึ่งถูกบดบังด้วยผ้าพันแผลสีหม่น ทว่าดวงตาข้างที่เหลืออยู่กลับวาวโรจน์ดั่งประกายเหล็กหลอมที่ผ่านสมรภูมิมานับไม่ถ้วน เขานั่นคือ 'ซีคฟรีด' อดีตอัศวินเร้นกายที่ถูกลบชื่อออกจากบันทึกประวัติศาสตร์ราชอาณาจักร
“เกียรติยศมันกินไม่ได้ และมันก็ไม่ช่วยให้คนตายฟื้นคืนชีพครับ” เรนตอบกลับ น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไว้ด้วยความดื้อรั้น เขากระชับด้ามดาบแน่นจนเส้นเลือดที่ข้อมือปูดโปน
คาร์ลอส ฟอน อาร์ค ซึ่งยืนดูอยู่มุมห้องขยับตัวด้วยความอึดอัด มือขวาของเขากุมด้ามดาบประจำตระกูลแน่น สายตาของทายาทขุนนางผู้นี้บ่งบอกถึงความกังวลอย่างชัดเจน “เรน! พอได้แล้ว! เจ้าไม่เห็นหรือว่าท่านซีคฟรีดเพียงแค่ขยับปลายนิ้ว เจ้าก็แทบจะเอาชีวิตไม่รอดแล้ว”
“เพราะข้าเป็นแบบนี้ไงล่ะ คาร์ลอส” เรนแค่นยิ้มที่มุมปาก “ถ้าข้าไม่รับคำแนะนำจากอัศวินที่เก่งกาจที่สุดในยุคสมัยที่ถูกลืม ข้าก็จะเป็นแค่สุนัขรับจ้างที่รอวันถูกเชือดในสงครามกับพวกศาสตราวิญญาณ”
ซีคฟรีดหัวเราะหึในลำคอ เสียงนั้นฟังดูน่าขนลุก “สงครามไม่ได้ใช้ความโกรธแค้นตัดสิน เรน วาลคีเรียส ดาบของเจ้าหนักเกินไป ไม่ใช่เพราะเหล็กกล้า แต่มันหนักเพราะความแค้นที่เจ้าแบกไว้ในใจ... วางความแค้นลง แล้วหยิบเอา 'เจตจำนง' มาเป็นตัวนำทาง”
ชายชราตวัดนิ้วชี้ไปยังดาบราชันย์เหล็กที่ปักอยู่บนแท่นหินใจกลางห้องโถง “ดาบเล่มนั้นไม่ใช่เครื่องมือฆ่าฟัน แต่มันคือตราประทับแห่งราชา หากเจ้ายังใช้มันด้วยจิตใจที่แปดเปื้อน ดาบจะกลืนกินเจ้าจนไม่เหลือแม้แต่วิญญาณ”
เรนก้าวเท้าออกไป พื้นหินใต้ฝ่าเท้าแตกละเอียด เขาไม่ได้ก้าวด้วยแรงอารมณ์ แต่ก้าวด้วยความมุ่งมั่นที่นิ่งสงบดุจน้ำแข็ง ซีคฟรีดขยับตัวเพียงเล็กน้อย รัศมีดาบสีดำสนิทพุ่งทะลุอากาศราวกับงูพิษ เรนเบี่ยงตัวหลบในเสี้ยววินาที ความคมของดาบผ่านแก้มของเขาไปเพียงเส้นยาแดงผ่าแปด
เขาสัมผัสได้ถึง 'กระแสเวท' ที่ไหลเวียนอยู่ในอาภรณ์ของชายชรา มันไม่ใช่เวทมนตร์ทั่วไป แต่มันคือ 'อาคมอัศวิน' ที่สาบสูญ
“ใช้ความเย็นชาของเจ้าให้เป็นประโยชน์” ซีคฟรีดสั่งการ “ในขณะที่ศัตรูรุกเร้า จงถอยร่นเพื่อหาจังหวะที่หัวใจเต้นพร้อมกันกับดาบ นั่นคือวิธีเดียวที่จะปลดปล่อยพลังแห่งราชันย์เหล็ก”
การฝึกฝนดำเนินไปอย่างหนักหน่วงจนล่วงเข้าสู่ช่วงดึก ทั้งเรนและคาร์ลอสต่างอาบไปด้วยเหงื่อและฝุ่นควัน แม้จะต่างอุดมการณ์ แต่ในจังหวะที่เรนถูกกดดัน คาร์ลอสกลับก้าวเข้ามาเป็นโล่กำบังให้โดยไม่ลังเล ชั่วครู่หนึ่งที่สายตาของทั้งคู่ประสานกัน มันไม่ใช่สายตาของคู่ปรับ แต่เป็นมิตรภาพที่ก่อตัวขึ้นท่ามกลางสมรภูมิที่ไม่มีใครมองเห็น
“เจ้าเริ่มเข้าใจแล้วใช่ไหม คาร์ลอส?” เรนเอ่ยขึ้นระหว่างพักเหนื่อย เขาหอบหายใจรุนแรง “การปกป้องไม่ได้มีแค่กฎระเบียบ แต่มันคือการยอมรับความตายของตัวเองเพื่อรักษาชีวิตคนอื่น”
คาร์ลอสเช็ดเหงื่อที่ข้างขมับ “ข้าไม่ได้ทำเพื่อเจ้า อย่าได้สำคัญตัวผิดไป แต่... ข้ายอมรับว่าดาบของเจ้า เริ่มมีรัศมีที่เปลี่ยนไปแล้ว”
ขณะที่บรรยากาศกำลังผ่อนคลายลง ซีคฟรีดที่ยืนนิ่งอยู่หน้าแท่นหินกลับชะงัก สายตาของเขาจ้องเขม็งไปที่ประตูทางเข้าห้องโถงใต้ดินที่มืดมิด บรรยากาศรอบข้างเปลี่ยนจากความเหนื่อยล้าเป็นความกดดันที่บีบคั้นหัวใจจนแทบหยุดเต้น
“พวกมันมาเร็วกว่าที่ข้าคิด” ชายชราพึมพำ น้ำเสียงไร้ซึ่งความตลกขบขันเหมือนก่อนหน้า
เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ดังสะท้อนก้องเข้ามาทางบันไดหิน ไม่ใช่เสียงฝีเท้าของนักเรียนหรืออาจารย์ในสถาบัน แต่เป็นเสียงโลหะกระทบกันที่บ่งบอกถึงการมาเยือนของ 'กองทัพอัศวินศักดิ์สิทธิ์'
เรนลุกขึ้นยืน มือขวาจับด้ามดาบที่เริ่มสั่นไหวเบาๆ ราวกับมันกำลังตอบรับต่อศัตรูที่กำลังรุกคืบเข้ามา
“เจ้าพวกนั้นมาทำไมกัน?” คาร์ลอสอุทานด้วยความตื่นตระหนก เมื่อเห็นเงาร่างของบุคคลที่ก้าวเข้ามาเป็นคนแรกในเงามืด
นั่นคือชายในชุดเกราะสีขาวบริสุทธิ์ ใบหน้าคมเข้มงดงามทว่าเย็นชาไร้ความรู้สึก อัศวินที่เรนคุ้นเคยดีกว่าใคร... คนที่เคยเป็นหัวหน้าหน่วยในอดีตของเขา คนที่เคยสั่งให้เรนทิ้งเพื่อนพ้องในสนามรบเพื่อแลกกับชัยชนะของศาสนจักร
เรนเบิกตากว้าง ความแค้นที่เพิ่งถูกซีคฟรีดบอกให้วางลง ปะทุขึ้นในใจดั่งไฟนรกที่โหมกระหน่ำ เขาชักดาบราชันย์เหล็กออกจากฝัก เสียงเหล็กกระทบอากาศดังสนั่นก้องห้องโถง ดาบไม่ได้เพียงแค่สะท้อนแสง แต่เริ่มส่งเสียงครางดั่งสัตว์ร้ายที่หิวโหย
ทว่า ในขณะที่เรนกำลังจะพุ่งออกไป อัศวินผู้มาใหม่ก็หยุดเดิน แล้วพูดคำพูดที่ทำให้เรนต้องหยุดกึก “เรน วาลคีเรียส... ข้าไม่ได้มาเพื่อจับกุมเจ้า แต่ข้ามาเพื่อบอกว่า... พ่อของเจ้า ยังมีชีวิตอยู่ และเขากำลังรอให้เจ้าไปเด็ดหัวเขาด้วยดาบเล่มนั้นที่วิหารศักดิ์สิทธิ์”
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ก่อนที่เรนจะรู้สึกถึงความเจ็บปวดที่หน้าอกซ้าย ดาบที่เขาถืออยู่เปลี่ยนเป็นสีแดงฉานราวกับอาบไปด้วยเลือดสดๆ มันเริ่มกัดกินพลังชีวิตของเขาอย่างรวดเร็ว
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปกับตัวละครของผมครับ - วาเลนเทียอัศวินมืด
ศาสตราวิญญาณราชันย์เหล็ก: ปฐมบทอัศวินมืดแห่งสถาบันเวทมนตร์•ตอนที่ 25
ตำนานดาบราชันย์เหล็ก
ผลงานโดย วาเลนเทียอัศวินมืด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (วาเลนเทียอัศวินมืด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศาสตราวิญญาณราชันย์เหล็ก: ปฐมบทอัศวินมืดแห่งสถาบันเวทมนตร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!