"อย่าขยับ! ถ้าเจ้าไม่อยากให้แขนข้างนั้นหลุดออกจากหัวไหล่ ก็จงปล่อยมือจากด้ามดาบเดี๋ยวนี้!"
เสียงคำรามของคาร์ลอส ฟอน อาร์ค ก้องสะท้อนไปทั่วห้องโถงลับใต้ดินที่ไร้ซึ่งแสงสว่าง เขายืนหอบหายใจหนักหน่วง ปลายดาบอัศวินศักดิ์สิทธิ์ของเขาสั่นระริกชี้ไปที่เพื่อนร่วมรบผู้กำลังตกอยู่ในสภาวะวิกฤต
เรน วาลคีเรียส ไม่ได้ยินเสียงของคาร์ลอสด้วยซ้ำ ในวินาทีนี้ โลกทั้งใบของเขากลายเป็นสีเลือด ดาบต้องสาป 'อีคลิปส์' ในมือของเขากำลังสั่นสะเทือนอย่างบ้าคลั่ง มันไม่ใช่การสั่นเพราะความกลัว แต่เป็นการกระหายกระแสมานาที่พุ่งพล่านอยู่ในกระแสเลือดของเขา ราวกับสัตว์ป่าที่อดอยากมานานปี
"มัน... กำลังกินฉัน" เรนเค้นเสียงออกมาผ่านไรฟัน ดวงตาที่เคยเรียบเฉยบัดนี้เปลี่ยนเป็นสีแดงฉานดุจโลหิต ความเย็นยะเยือกแล่นพล่านจากปลายนิ้วเข้าสู่หัวใจ
"เรน! ตั้งสติ! แกไม่ใช่ทาสของเหล็กชิ้นนั้น!" คาร์ลอสพุ่งตัวเข้ามาหมายจะประคองร่างเพื่อน แต่ทันใดนั้น ไอสีดำทมิฬก็ระเบิดออกจากตัวดาบ ผลักคาร์ลอสจนกระเด็นไปกระแทกกับผนังหินเสียงดังสนั่น
เรนทรุดเข่าลงกับพื้น ดาบอีคลิปส์ในมือเริ่มแปรเปลี่ยนรูปทรง ผิวเหล็กสีดำสนิทที่เคยเรียบเนียนกลับเริ่มแตกออก เผยให้เห็นแกนกลางที่เป็นประกายแสงสีม่วงแกมน้ำเงินราวกับสายฟ้าที่ถูกกักขัง เสียงโลหะบิดเบี้ยวเสียดสีกันฟังดูราวกับเสียงกรีดร้องของวิญญาณนับพัน มันไม่ใช่ดาบเล่มเดิมอีกต่อไป โครงสร้างของมันขยายตัวกว้างขึ้น คมดาบเริ่มหยักโค้งราวกับเขี้ยวของอสูรกาย และที่โคนดาบ ปรากฏดวงตาอสูรสีทองวาววับขึ้นมาอย่างน่าสยดสยอง
เรนกัดฟันแน่น เขารู้ดีว่าหากปล่อยให้มันครอบงำ ความเป็นมนุษย์ที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดของเขาจะต้องมอดไหม้ไปพร้อมกับจิตวิญญาณแห่งอัศวินที่เขายึดถือ
"แกคิดว่า... จะลากฉันไปลงนรกได้งั้นหรือ?" เรนแค่นยิ้มที่มุมปาก แม้ความเจ็บปวดจะฉีกทึ้งกล้ามเนื้อจนแทบขาดใจ เขาใช้มืออีกข้างคว้าเข้าที่ใบดาบที่กำลังร้อนระอุ เลือดสดๆ ไหลรินออกมา แต่แทนที่จะเหือดแห้ง เลือดนั้นกลับถูกดาบดูดซับจนหมดสิ้น
คาร์ลอสที่ยันตัวขึ้นมาจากพื้นเบิกตากว้าง เขามองเห็นภาพที่ไม่อยากจะเชื่อสายตา ดาบต้องสาปที่แสนชั่วร้ายกำลังหลอมรวมเข้ากับกระดูกและเส้นเลือดของเรน วาลคีเรียส มันไม่ใช่การควบคุม แต่มันคือ 'การทำสัญญาเลือด'
"เรน... หยุดนะ! ถ้าแกทำแบบนั้น แกจะไม่ใช่คนอีกต่อไป!" คาร์ลอสตะโกนลั่น ความเป็นขุนนางถูกทิ้งไว้ข้างหลัง เหลือเพียงมิตรภาพที่กำลังถูกทดสอบ
เรนไม่ได้ตอบโต้ หากแต่ลุกขึ้นยืนช้าๆ ร่างกายที่เคยบอบช้ำกลับฟื้นฟูขึ้นมาอย่างรวดเร็วด้วยพลังงานมหาศาลจากดาบ รอยสักสีดำประหลาดเริ่มลามขึ้นมาจากข้อมือเข้าสู่ลำคอ เขาเงยหน้าขึ้นมองคาร์ลอส แววตานั้นว่างเปล่าทว่าแฝงไปด้วยพลังอำนาจที่ทำให้แม้แต่อากาศรอบข้างยังต้องสั่นสะเทือน
"คาร์ลอส..." เรนเอ่ยชื่อคู่ปรับด้วยน้ำเสียงที่ดูเปลี่ยนไป มันทุ้มต่ำและเปี่ยมไปด้วยแรงกดดัน "ขอบใจที่ห่วง... แต่ศึกนี้ ฉันต้องจบมันด้วยมือของฉันเอง"
ทันใดนั้นเอง บานประตูหินหนักอึ้งที่ปิดตายมานานนับร้อยปีก็ค่อยๆ เลื่อนเปิดออกด้วยเสียงครืดคราดน่าขนลุก เงาร่างหนึ่งก้าวพ้นจากเงามืดออกมา—ร่างนั้นสวมชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ทว่าบนใบหน้ากลับสวมหน้ากากเหล็กสีเงินที่ไร้รูปร่าง
คาร์ลอสหยุดชะงัก ทันทีที่เห็นตราสัญลักษณ์บนหน้าอกของชายแปลกหน้า เขาก็แทบสิ้นสติ "นั่นมัน... คณะอัศวินตราศิลา... พวกเขารู้ที่นี่ได้ยังไง!"
ชายในหน้ากากยกนิ้วขึ้นแตะหน้ากากของตัวเอง ก่อนจะชี้มาที่เรนด้วยท่าทีเยือกเย็น "นั่นไม่ใช่สมบัติของเจ้า ทายาทแห่งวาลคีเรียส... คืนมันมาเสีย ก่อนที่ข้าจะพรากวิญญาณของเจ้าออกจากร่างให้แตกดับไปพร้อมกับความผิดบาปของบรรพบุรุษ"
เรนกระชับดาบรูปลักษณ์ใหม่ในมือแน่น แรงสั่นสะเทือนของมันส่งตรงเข้าสู่หัวใจเขาอย่างรุนแรง เขาหันไปสบตาคาร์ลอสเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะก้าวเท้าออกไปเผชิญหน้ากับศัตรูที่แม้แต่เขายังสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายแห่งความตายที่เข้มข้นกว่าครั้งไหนๆ
ศึกครั้งนี้ ไม่ใช่แค่การชิงดาบ แต่คือการเปิดเผยความลับที่ถูกฝังกลบไว้ใต้ซากปรักหักพังของสถาบันเวทมนตร์มานานนับร้อยปี... และดูเหมือนว่า 'ดาบ' ที่อยู่ในมือของเขา จะรู้จักชายในหน้ากากผู้นี้เป็นอย่างดี
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากและตื่นเต้นไปกับตัวละครของผมครับ - วาเลนเทียอัศวินมืด
ศาสตราวิญญาณราชันย์เหล็ก: ปฐมบทอัศวินมืดแห่งสถาบันเวทมนตร์•ตอนที่ 26
การตื่นขึ้นของพลัง
ผลงานโดย วาเลนเทียอัศวินมืด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (วาเลนเทียอัศวินมืด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศาสตราวิญญาณราชันย์เหล็ก: ปฐมบทอัศวินมืดแห่งสถาบันเวทมนตร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!