ศาสตราวิญญาณราชันย์เหล็ก: ปฐมบทอัศวินมืดแห่งสถาบันเวทมนตร์•ตอนที่ 24

ถิ่นทุรกันดาร

ผลงานโดย วาเลนเทียอัศวินมืด
“ถ้าแกยังจับดาบด้วยองศาแบบนั้นอยู่ละก็ อีกไม่เกินสามวินาทีข้างหน้า หัวของแกจะหลุดออกจากบ่าไปวางอยู่บนกองหินนั่นแน่นอน” เรน วาลคีเรียส กล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ขณะที่ปลายดาบซ้อมที่ทำจากเหล็กกล้าชั้นดีของเขากดลงบนลำคอของคาร์ลอสอย่างแม่นยำ เลือดซิบออกมาเพียงเล็กน้อยจากแรงกดที่พอเหมาะพอดี คาร์ลอส ฟอน อาร์ค หอบหายใจรุนแรง หยาดเหงื่อไหลอาบใบหน้าที่เคยสะอาดสะอ้านบัดนี้เปรอะเปื้อนไปด้วยฝุ่นดินของถิ่นทุรกันดาร แววตาของเขาไม่ได้มีความโกรธเคือง มีเพียงความตระหนกที่ปนเปไปกับความยอมรับในฝีมือที่เหนือชั้นกว่าอย่างเทียบไม่ติด “นายพูดเหมือนกับว่า... เคยผ่านสนามรบที่มีชีวิตเป็นเดิมพันมาจริงๆ อย่างนั้นแหละนะ เรน” คาร์ลอสเค้นเสียงพูดพลางถอยหลังออกมาสองก้าว มือที่ถือดาบสั่นเทาเล็กน้อยจากการฝืนร่างกายเกินขีดจำกัด “นี่ไม่ใช่การซ้อมในโรงยิมของสถาบัน แต่นี่คือขุมนรกที่ไม่มีคำว่ากฎระเบียบ” “เพราะที่นี่ไม่มีกฎระเบียบไงล่ะ เราถึงยังมีชีวิตอยู่” เรนลดดาบลงแล้วหันหลังเดินไปที่กองไฟที่เริ่มมอดดับ “อัศวินศักดิ์สิทธิ์ที่แกเคยเทิดทูนนักหนาน่ะ พวกมันไม่เคยสอนหรอกว่าต้องทำอย่างไรถึงจะเอาตัวรอดจากสัตว์อสูรที่หิวโหยในเวลาที่เวทมนตร์หมดเกลี้ยงไปจากร่างกาย” ทั้งสองกำลังปักหลักอยู่ในหุบเขาไร้นาม ห่างไกลจากอาณาเขตของสถาบันเวทมนตร์หลายร้อยกิโลเมตร ที่นี่คือ 'ถิ่นทุรกันดาร' ดินแดนที่รอยต่อระหว่างมิติไม่เสถียร สัตว์อสูรกลายพันธุ์มักจะปรากฏตัวขึ้นโดยไม่มีการเตือนล่วงหน้า การมาที่นี่คือการฝึกฝนแบบก้าวกระโดดที่เรนเป็นคนตัดสินใจเลือก เพื่อเค้นศักยภาพที่ซ่อนเร้นในตัวคาร์ลอสออกมาให้ได้มากที่สุด “พรุ่งนี้เราจะขยับเข้าใกล้รอยแยกมิติมากขึ้น” เรนเอ่ยขึ้นโดยไม่หันกลับไปมอง “แกต้องเรียนรู้ที่จะใช้ ‘ศาสตราวิญญาณ’ ไม่ใช่แค่การร่ายมนตร์ใส่ตัวดาบ แต่เป็นการผสานจิตวิญญาณของแกเข้ากับคมเหล็ก ถ้าแกทำไม่ได้... อย่าหวังว่าจะได้กลับไปเหยียบสถาบันในสภาพที่ครบสามสิบสอง” คาร์ลอสทรุดตัวลงนั่งข้างกองไฟ เขามองมือตัวเองที่เคยถือครองปากกาขนนกเขียนบันทึกประวัติศาสตร์ตระกูล บัดนี้มันเต็มไปด้วยรอยแผลจากการฝึกฝน “ทำไมถึงต้องทำขนาดนี้ เรน? ทำไมต้องช่วยคนอย่างฉัน ทั้งที่นายเกลียดพวกขุนนางเข้าไส้?” เรนชะงักไปครู่หนึ่ง เขามองออกไปในความมืดมิดของหุบเขาที่เต็มไปด้วยเสียงคำรามต่ำๆ ของนักล่าในเงามืด “เพราะในสงครามที่กำลังจะมาถึง ฉันต้องการคนที่มีความเชื่อมั่นในอุดมการณ์มากพอที่จะไม่หันหลังให้เพื่อนร่วมรบ ต่อให้เพื่อนคนนั้นจะเป็นปีศาจในสายตาคนทั้งโลกก็ตาม” คาร์ลอสนิ่งอึ้ง คำพูดของเรนกระแทกใจเขาอย่างจัง ความหยิ่งทะนงในสายเลือดขุนนางเริ่มถูกหลอมละลายกลายเป็นความเด็ดเดี่ยวแบบอัศวินที่แท้จริง เขาเข้าใจแล้วว่าเหตุใดเรนถึงเลือกที่นี่—ที่นี่ไม่มีอำนาจ ไม่มีเงินทอง ไม่มีชนชั้น มีเพียงความแข็งแกร่งเท่านั้นที่ตัดสินความเป็นความตาย ทันใดนั้น เสียงบรรยากาศรอบกายก็เปลี่ยนไป เสียงแมลงกลางคืนที่เคยระงมเงียบสนิทลงอย่างฉับพลัน เรนกระโดดลุกขึ้นยืนในทันที สัญชาตญาณทหารรับจ้างเตือนภัยถึงระดับสูงสุด เขาคว้าดาบขึ้นมาพร้อมตั้งท่าเตรียมพร้อม “นั่นไม่ใช่สัตว์อสูรปกติ” เรนกระซิบ สายตาจับจ้องไปยังหน้าผาหินเบื้องหน้า “ไอเวทมนตร์ที่หนาแน่นขนาดนี้... มีใครบางคนกำลังใช้มนตราต้องห้ามเพื่อสะกดรอยตามเรามา” “เป็นไปไม่ได้!” คาร์ลอสลุกขึ้นยืนด้วยความสับสน “ใครจะกล้าทำผิดกฎของสถาบันมาถึงที่นี่เพียงเพื่อตามล่าพวกเราสองคน?” เงาดำสายหนึ่งพุ่งทะยานลงมาจากยอดหน้าผาด้วยความเร็วที่เหนือมนุษย์ มันไม่ได้พุ่งเป้าไปที่เรน แต่กลับพุ่งเข้าหาคาร์ลอสด้วยหมายจะปลิดชีพในดาบเดียว เรนคำรามลั่นพร้อมกับกระชากดาบเข้าขวาง แต่วัตถุที่พุ่งเข้ามานั้นไม่ใช่ดาบธรรมดา ทว่ากลับเป็นโซ่ตรวนเวทมนตร์สีเลือดที่แผ่กลิ่นอายแห่งความตายออกมาอย่างรุนแรง “คาร์ลอส! ถอยไป!” เรนพยายามเบี่ยงวิถีการโจมตี แต่ทว่าเงาดำนั้นกลับแยกตัวออกเป็นสองร่าง ร่างหนึ่งตรึงเรนไว้กับผนังหินด้วยแรงกดดันเวทมหาศาล อีกร่างหนึ่งเงื้อคมดาบสีนิลขึ้นเหนือหัวของคาร์ลอสที่กำลังยืนแข็งทื่อด้วยความตกตะลึง เมื่อแสงจากกองไฟวูบวาบกระทบเข้ากับใบหน้าของมือสังหารที่อยู่ภายใต้ฮู้ดสีดำสนิท คาร์ลอสถึงกับเบิกตากว้างด้วยความช็อกสุดขีด มือของเขาสั่นสะท้านเมื่อเห็นตราสัญลักษณ์ที่ประทับอยู่บนไหล่ของคนผู้นั้น—ตราที่เขาคุ้นเคยเป็นอย่างดี เพราะมันเป็นตราประจำตระกูลของเขาเอง “ท่าน... ท่านพ่อ?” คาร์ลอสอุทานออกมาด้วยเสียงอันแผ่วเบา ดวงตาของมือสังหารที่ไร้แววปรานีนั้นจ้องมองมาที่เขา ก่อนที่เสียงอันเย็นเยียบจะดังขึ้น “คำสั่งคือการกำจัดขยะที่คิดจะเปลี่ยนสายเลือดตนเอง... เริ่มจากแกก่อน คาร์ลอส” คมดาบสีนิลตวัดลงมาหมายจะตัดคอของทายาทผู้ทรยศ และในจังหวะนั้นเอง เรนที่กำลังถูกตรึงอยู่ก็เค้นพลังทั้งหมดระเบิดศาสตราวิญญาณออกมาจนเกิดเป็นแสงสว่างวาบไปทั่วทั้งหุบเขา ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับผมในบทนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ - วาเลนเทียอัศวินมืด
สารจากนักเขียน (วาเลนเทียอัศวินมืด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศาสตราวิญญาณราชันย์เหล็ก: ปฐมบทอัศวินมืดแห่งสถาบันเวทมนตร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%