กลิ่นอายของคราบเขม่าควันและเหล็กกล้าที่ถูกเผาไหม้ลอยอบอวลอยู่เบื้องล่าง จนแทบทำให้ประสาทสัมผัสของเรนชาด้านไปหมด ในยามนี้ มหานครหลวงแห่งอาณาจักรไม่ได้งดงามดังเช่นภาพจำในตำราเวทมนตร์อีกต่อไปแล้ว หากแต่กำลังสั่นสะเทือนด้วยเสียงคำรามของกองทัพปริศนาที่เคลื่อนตัวเข้ามาดั่งคลื่นมรณะ
"เจ้ากำลังคิดอะไรอยู่ เรน?"
เสียงทุ้มต่ำของคาร์ลอสเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันบนหอคอยบัญชาการ ทายาทตระกูลอาร์คยืนกอดอกแน่น แววตาคมกริบภายใต้แสงไฟจากคบเพลิงสะท้อนประกายความเคร่งเครียด ชุดเกราะพิธีการของเขาเต็มไปด้วยรอยขูดขีดจากการปะทะย่อยๆ ในเขตชานเมืองเมื่อช่วงบ่าย
เรนไม่หันกลับไปมอง คู่ปรับและสหายร่วมรบคนนี้ยังคงจ้องมองผ่านช่องหน้าต่างหินไปยังทะเลเพลิงเบื้องล่าง มือหนากำด้ามจับของ 'ศาสตราวิญญาณราชันย์เหล็ก' แน่นจนข้อต่อนิ้วขึ้นสีขาว
"ข้ากำลังคิดว่า... พวกมันไม่ได้มาเพื่อทำลายล้าง" เรนเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่า เย็นชา แต่เต็มไปด้วยแรงกดดันทางจิตวิญญาณ "แต่พวกมันมาเพื่อ 'กวาดล้าง' ให้ไม่เหลือแม้แต่เศษซากแห่งอดีตต่างหาก"
คาร์ลอสขมวดคิ้วมุ่น ก้าวเข้ามาประชิดขอบหน้าต่าง รอยย่นระหว่างคิ้วของขุนหนูผู้เคร่งครัดในกฎระเบียบสะท้อนความวิตกกังวลที่ปิดไม่มิด "สภาเวทมนตร์และหน่วยอัศวินศักดิ์สิทธิ์กำลังถอยร่น ข่าวกรองจากแนวหน้าแจ้งว่าแนวป้องกันที่สามแตกแล้ว... เรน ถ้าหากที่นี่พังทลาย สถาบันเวทมนตร์ที่เราเคยฝึกฝนและหลั่งเลือดร่วมกันก็จะกลายเป็นแค่ตำนาน"
เรนหันกลับมาสบตา ประกายไฟสีฟ้าจางๆ ในดวงตาของอดีตทหารรับจ้างวาวโรจน์ขึ้นวูบหนึ่ง "ถ้ามันจะพังทลาย ข้าจะเป็นคนยืนหยัดขวางทางพวกมันด้วยดาบเล่มนี้เอง... ข้าไม่ได้เสียสละสหายร่วมรบไปมากมาย เพื่อให้พวกมันมาเผาทุกอย่างทิ้งตามอำเภอใจหรอกนะ คาร์ลอส"
บรรยากาศรอบตัวอัดแน่นไปด้วยความตึงเครียด มิตรภาพลูกผู้ชายที่ผ่านสมรบัติมาด้วยกันถูกหลอมรวมเข้ากับความเด็ดเดี่ยวอย่างไร้ความกลัว ทั้งสองรู้ดีว่าในสมรภูมิครั้งนี้ ไม่มีที่ว่างให้ความลังเล หรือปาฏิหาริย์ราคาถูก มีเพียงคมดาบและลมหายใจเฮือกสุดท้ายเท่านั้นที่จะเป็นเครื่องพิสูจน์คุณค่าของพวกเขา
ทว่า ในขณะที่ทั้งคู่กำลังประเมินสถานการณ์และเตรียมเคลื่อนพลลงสู่สนามรบเบื้องล่าง เสียงฝีเท้าหนักหน่วงและเร่งรีบก็ดังขึ้นจากบันไดวนเบื้องหลัง ร่างของทหารยามนายหนึ่งพุ่งพรวดเข้ามาในห้องบัญชาการด้วยสภาพสะินทร์สะท้าน เสื้อเกราะขาดวิ่น เลือดสดๆ ไหลอาบต้นแขนซ้ายจนชุ่มโชก
"ท่านเรน! ท่านคาร์ลอส!" ทหารนายนั้นหอบหายใจอย่างรุนแรง ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด "แย่แล้วครับ... แนวป้องกันชั้นในสุด... ถูกเจาะทะลวงแล้ว!"
เรนหรี่ตาลงทันที "เป็นไปไม่ได้ ม่านพลังเวทมนตร์ของสถาบันถูกกางไว้ด้วยศิลาปราชญ์ ต่อให้เป็นกองทัพอสูรพันตนก็ไม่มีทางทำลายได้ภายในชั่วข้ามคืน ใครเป็นคนทำ?"
ทหารนายนั้นกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ดวงตาเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ราวกับสิ่งที่ตนพบเจอมานั้นอยู่เหนือสามัญสำนึกของมนุษย์
"ไม่ใช่... ไม่ใช่กองทัพอสูรครับท่าน..." เสียงของเขาสั่นสะท้านจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ "แต่เป็น... เป็นบุคคลที่พวกท่านรู้จักดี... และเขากำลังก้าวขึ้นมายังหอคอยแห่งนี้ เพื่อทวงคืนบางสิ่งบางอย่าง"
สิ้นคำพูดนั้น อุณหภูมิภายในห้องบัญชาการก็ลดฮวบลงอย่างฉับพลัน เปลวไฟจากคบเพลิงหันเหทิศทางและเปลี่ยนเป็นสีม่วงอมฟ้าอย่างน่าประหลาด เสียงฝีเท้าอันเชื่องช้าแต่มั่นคงดังขึ้นเป็นจังหวะก้าวจากบันไดมืดเบื้องนอก—*ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก*—ทุกย่างก้าวสร้างแรงกดดันมหาศาลจนกระดูกในร่างของเรนและคาร์ลอสส่งเสียงลั่น
เรนชักดาบออกจากฝักในเสี้ยววินาที ดวงตาคมกริบจ้องเขม็งไปยังประตูห้องที่กำลังถูกผลักเปิดออกช้าๆ พร้อมกับเงาร่างคุ้นเคยที่ก้าวข้ามธรณีประตูเข้ามา พร้อมรอยยิ้มเย็นเยียบที่ทำให้เลือดในกายของอัศวินหนุ่มทั้งสองต้องเย็นเฉียบ
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านสมรภูมิและคราบน้ำตาแห่งเกียรติยศนี้ไปด้วยกันนะครับ - วาเลนเทียอัศวินมืด
ศาสตราวิญญาณราชันย์เหล็ก: ปฐมบทอัศวินมืดแห่งสถาบันเวทมนตร์•ตอนที่ 49
เมืองที่กำลังลุกไหม้
ผลงานโดย วาเลนเทียอัศวินมืด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (วาเลนเทียอัศวินมืด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศาสตราวิญญาณราชันย์เหล็ก: ปฐมบทอัศวินมืดแห่งสถาบันเวทมนตร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!