ศาสตราวิญญาณราชันย์เหล็ก: ปฐมบทอัศวินมืดแห่งสถาบันเวทมนตร์•ตอนที่ 41

อาวุธจากตำนาน

ผลงานโดย วาเลนเทียอัศวินมืด
“คาร์ลอส... ถ้ายังอยากมีลมหายใจอยู่ล่ะก็ อย่าเพิ่งขยับตัว” เสียงทุ้มต่ำของเรน วาลคีเรียส ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่กดทับประสาทสัมผัส กลิ่นคาวเลือดผสมกับไอความร้อนของเวทมนตร์ยังคงอบอวลอยู่ในอากาศ คาร์ลอสที่เพิ่งได้สติจากการถูกผลักกระเด็น นอนหอบหายใจรวยรินอยู่บนพื้นหินเย็นเฉียบเบื้องล่าง แสงสีขาวที่เคยบดบังทุกสิ่งเมื่อครู่จางหายไปแล้ว เหลือเพียงเศษซากของโถงทางเดินที่บิดเบี้ยวและรอยไหม้เกรียมที่ฝังลึกลงไปในผนังหิน เรนยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า มือขวาของเขากุมด้ามดาบที่สั่นระริก แรงสั่นสะเทือนจากการปะทะเมื่อครู่ทำให้กล้ามเนื้อแขนของเขาตึงเครียดจนเห็นเส้นเลือดปูดโปน ชายหนุ่มหันกลับมามองคู่ปรับที่กลายมาเป็นสหายร่วมรบ สายตาที่เคยเย็นชาดุจน้ำแข็งบัดนี้กลับเต็มไปด้วยประกายแห่งความกังวลที่ซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากของความนิ่งสงบ “นายรอดมาได้... เพราะโชคช่วย หรือเพราะนายอ่านจังหวะระเบิดเวทนั่นออกกันแน่?” คาร์ลอสฝืนยันกายลุกขึ้น มือที่สั่นเทาของเขากุมเข้าที่หน้าอก ซึ่งเป็นที่ที่เหรียญตราตระกูลอาร์คยังคงสัมผัสได้ถึงไออุ่นเล็กน้อย เรนไม่ตอบทันที เขาเก็บดาบเข้าฝักช้าๆ ก่อนจะเดินไปที่กลางห้องโถงที่พังทลาย ผนังด้านหนึ่งที่เคยปิดตายบัดนี้ถูกแรงระเบิดเปิดออก เผยให้เห็นบันไดหินวนลึกลงไปสู่ความมืดมิดที่ไม่อาจหยั่งถึง “ไม่มีเรื่องของโชคในสมรภูมิหรอกคาร์ลอส มีแต่เรื่องของวิถีดาบและสัญชาตญาณที่เราต้องแลกมาด้วยชีวิต... เกราะนั่นอยู่ข้างล่างนั่น สิ่งที่ตำนานกล่าวขานว่ามันถูกหลอมขึ้นจากซากดึกดำบรรพ์ของราชันย์เหล็ก” ทั้งสองก้าวเข้าสู่ความมืดโดยไม่มีคำบอกลา บรรยากาศรอบข้างเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง อากาศเย็นยะเยือกเสียดแทงผิวหนัง ราวกับว่าที่แห่งนี้ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของสถาบันเวทมนตร์ แต่เป็นหลุมศพของยุคสมัยที่ถูกลืมเลือน “เจ้าคิดว่าเจ้ากำลังทำอะไรอยู่, เรน?” คาร์ลอสเอ่ยถามพลางจุดไฟเวทมนตร์ไว้ที่ปลายนิ้ว แสงสีฟ้าอ่อนส่องกระทบให้เห็นแผ่นหลังที่กว้างใหญ่ของชายข้างหน้า “หากเกราะนั่นทรงพลังอย่างที่ตำนานบอก การจะครอบครองมันไม่ใช่แค่เรื่องของกำลัง แต่มันคือการแลกเปลี่ยน... เจ้าพร้อมจะสูญเสียอะไรไปหรือเปล่า?” เรนหยุดเดินกะทันหัน เขาหันกลับมา แววตาของเขาไม่ได้สั่นไหวแม้แต่น้อย “หากต้องแลกกับความอ่อนแอที่ทำให้พรรคพวกต้องมาเสี่ยงตาย... ข้าไม่เพียงแค่จะสละมัน แต่ข้าจะตัดขั้วหัวใจตัวเองทิ้งด้วยซ้ำ คาร์ลอส นายเป็นคนบอกเองไม่ใช่หรือว่า อัศวินที่ปราศจากอาวุธและเกราะคู่ใจ ก็เป็นเพียงแค่เนื้อดิบที่รอวันถูกสับ” คาร์ลอสหัวเราะหึในลำคอ แต่ในดวงตาของเขากลับมีความนับถือฉายชัดอยู่ลึกๆ “พูดได้ดี... ดูเหมือนว่าอดีตทหารรับจ้างอย่างเจ้า จะเข้าใจความหมายของคำว่า ‘อัศวิน’ ยิ่งกว่าพวกที่เกิดในตระกูลขุนนางอย่างฉันเสียอีก” เมื่อเดินลงมาจนถึงชั้นล่างสุด แสงสว่างจากคบไฟที่จุดติดขึ้นเองโดยอัตโนมัติเผยให้เห็นโถงกว้างที่เต็มไปด้วยอาวุธเวทมนตร์วางเรียงราย แต่ที่ใจกลางห้องนั้นคือแท่นหินขนาดใหญ่ มีเกราะเหล็กสีดำสนิทวางอยู่ มันดูเรียบง่าย แต่ทุกครั้งที่เรนก้าวเข้าไปใกล้ เสียงสะท้อนของโลหะที่กระทบกันดังแว่วออกมาจากความว่างเปล่า ราวกับมีจิตวิญญาณของอัศวินนับพันกำลังร่ำร้องอยู่ข้างในนั้น เรนเอื้อมมือออกไป สัมผัสถึงไอเย็นที่แผ่ออกมาจากเกราะชิ้นนั้น ทันทีที่ปลายนิ้วแตะลงบนพื้นผิวเหล็ก เสียงคำรามกึกก้องก็ดังก้องไปทั่วทั้งปราสาท พื้นดินสั่นสะเทือนรุนแรงจนคาร์ลอสต้องถอยกรูดไปด้านหลัง “ระวัง!” คาร์ลอสตะโกนลั่น “นั่นไม่ใช่แค่เกราะ! มันกำลังกลืนกินมานาของเจ้า!” เรนกัดฟันแน่น เหงื่อกาฬไหลซึมตามไรผม แรงกดดันมหาศาลถาโถมเข้าใส่ร่างกายราวกับถูกภูเขาทั้งลูกทับลงมา เขาไม่ถอย เขากลับบีบมือเข้ากับเกราะนั้นแน่นขึ้น พลังเวทสีม่วงเข้มเริ่มปะทุออกจากร่างของเขาเข้าปะทะกับพลังของเกราะที่พยายามจะต่อต้าน “ถ้าเจ้าจะยอมรับข้า... ก็จงมาเป็นหนึ่งเดียวกับข้า!” เรนคำรามลั่น เสียงของเขาก้องกังวานด้วยอำนาจที่เหนือกว่ามนุษย์ทั่วไป ในขณะที่เรนกำลังต่อสู้กับจิตวิญญาณภายในเกราะนั้นเอง บรรยากาศรอบข้างกลับนิ่งสนิทลงอย่างฉับพลัน ความมืดที่หนาทึบเริ่มบิดตัวเป็นรูปร่าง คาร์ลอสเบิกตากว้างเมื่อเห็นเงาสีดำก้าวออกมาจากเงามืดหลังแท่นหิน เงาที่ไม่มีใบหน้า แต่กลับถือดาบเล่มเดียวกับที่เรนเคยใช้ในการต่อสู้ครั้งแรก เสียงกระซิบที่เย็นเยียบดังขึ้นทั่วโถง “การทดสอบไม่ได้มีไว้เพื่อเจ้า... แต่มันมีไว้เพื่อ ‘ศพ’ ของผู้ที่เจ้าเคยสังหาร” เรนลืมตาขึ้น ดวงตาของเขาเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานราวกับโลหิต เขาหันกลับไปมองเงานั้นด้วยรอยยิ้มที่น่าขนลุก “ข้าไม่สนว่าเจ้าจะคือวิญญาณร้ายหรือภาพหลอน... วันนี้ข้าจะพิสูจน์ให้เห็นว่า แม้แต่ความตาย ก็ไม่อาจหยุดดาบเล่มนี้ได้” เขากระชากเกราะนั่นขึ้นจากแท่นด้วยมือเดียว ร่างกายของเขาถูกห่อหุ้มด้วยเหล็กสีดำทมิฬทันที แต่ทว่า... สิ่งที่ปรากฏออกมาไม่ใช่แค่เกราะที่สมบูรณ์แบบ มันมีชิ้นส่วนหนึ่งที่หายไป และเสียงที่ดังขึ้นไม่ใช่เสียงของเกราะที่สวมใส่ได้พอดี แต่มันคือเสียงของโซ่ตรวนที่หลุดออกจากการกักขังชั่วนิรันดร์ ท่ามกลางความเงียบงันที่น่าสะพรึงกลัว ประตูโถงทางเดินที่ปิดตายอยู่เบื้องหลังกลับค่อยๆ เปิดออกพร้อมกับการปรากฏตัวของร่างเงาที่เรนรู้จักดีที่สุด... ร่างที่ควรจะตายไปแล้วภายใต้คมดาบของเขาเองในสมรภูมิเมื่อหลายปีก่อน ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับผมในบทนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ วาเลนเทียอัศวินมืด
สารจากนักเขียน (วาเลนเทียอัศวินมืด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศาสตราวิญญาณราชันย์เหล็ก: ปฐมบทอัศวินมืดแห่งสถาบันเวทมนตร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%