"เจ้ากำลังลบหลู่ศรัทธาของข้าอยู่หรือ เรน!"
เสียงตวาดของอาจารย์เซราฟิมดังก้องไปทั่ววิหารฝึกฝนอันเงียบสงัด แรงกดดันจากเวทศักดิ์สิทธิ์มหาศาลบีบอัดอากาศรอบตัวจนสั่นสะท้าน เรน วาลคีเรียส ยืนนิ่งอยู่กลางวงล้อมของนักเรียนชั้นปีหนึ่ง ดาบเหล็กกล้าที่เขาได้รับสืบทอดมาวางพาดอยู่บนแท่นศิลาข้างกาย แต่มันกลับสั่นสะท้านอย่างบ้าคลั่งราวกับสิ่งมีชีวิตที่กำลังหวาดกลัวหรือเกลียดชังบางอย่าง
เรนไม่ได้ตอบโต้ เขายืนก้มหน้า เส้นผมสีเข้มปรกหน้าผากที่ชุ่มด้วยเหงื่อ ดวงตาของเขาจ้องมองไปยังมือของตนเองที่สั่นเทา—ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เพราะเขากำลังพยายามควบคุม 'บางอย่าง' ที่พุ่งพล่านอยู่ในกระแสเลือด
"ข้าไม่ได้ลบหลู่ครับ ท่านอาจารย์" เรนตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ หากทว่าแฝงไปด้วยความแข็งกร้าวที่ยากจะสยบ "ข้าเพียงแค่พยายาม... ตามที่ท่านสอน แต่ดาบเล่มนี้ มันไม่ยอมรับพลังของข้า"
"ดาบศักดิ์สิทธิ์เลือกผู้ถือครองที่มีจิตวิญญาณบริสุทธิ์!" อาจารย์เซราฟิมก้าวเข้ามาใกล้ ดวงตาสีฟ้าเยือกเย็นจ้องเขม็ง "หากมันปฏิเสธเจ้า นั่นหมายความว่าภายในจิตใจของเจ้ามีแต่ความเคียดแค้นและกลิ่นอายของสนามรบที่สกปรกโสมมเกินกว่าจะสัมผัสพลังแห่งแสงได้"
คาร์ลอส ฟอน อาร์ค ที่ยืนสังเกตการณ์อยู่ใกล้ขอบสนาม กำหมัดแน่นจนเส้นเลือดขึ้นที่หลังมือ เขาหันไปสบตากับเรนเพียงครู่เดียว ก่อนจะตัดสินใจก้าวออกมาข้างหน้าเพื่อขวางหน้าอาจารย์
"ท่านอาจารย์ครับ" คาร์ลอสเอ่ยขึ้น เสียงของเขาหนักแน่นและทรงพลังในฐานะทายาทตระกูลขุนนาง "การฝึกฝนเวทมนตร์แห่งศรัทธาไม่ได้มีไว้เพื่อชำระล้างอดีต แต่มันมีไว้เพื่อหล่อหลอมอนาคต หากเรนยังไม่สามารถดึงพลังออกมาได้ นั่นเป็นเพราะวิธีการของท่านอาจจะยังไม่เข้ากับวิถีของเขาต่างหาก"
"เจ้ากล้าสอนข้าหรือ คาร์ลอส!" อาจารย์เซราฟิมตวาด
"ข้าเพียงแค่พูดในสิ่งที่เห็นครับ" คาร์ลอสไม่ยอมถอย "เรนเป็นทหารรับจ้าง เขาไม่ได้เกิดมาในรั้ววังที่โรยด้วยกลีบกุหลาบ เวทมนตร์ของเขาคือการเอาตัวรอด การบังคับให้เขาใช้พลังที่ขัดต่อสัญชาตญาณย่อมส่งผลลบมากกว่าผลบวก"
เรนเงยหน้าขึ้น สายตาของเขาไม่ได้มองไปที่อาจารย์ แต่มองไปที่ดาบของตนเองที่เริ่มมีรอยร้าวสีดำทาบทับไปตามคมโลหะ มันไม่ใช่รอยร้าวธรรมดา แต่มันคือการ 'ตื่น' ของพลังที่เขาพยายามกดทับไว้
"ข้าจะลองอีกครั้ง" เรนพูดขึ้นตัดบทความตึงเครียด เขาเอื้อมมือไปคว้าด้ามดาบ
ทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัสโลหะเย็นเฉียบ แสงสีขาวนวลจากวิหารกลับกลายเป็นสีม่วงหม่น ลมพายุหมุนวนขึ้นจากพื้นกระเบื้อง แรงเหวี่ยงนั้นรุนแรงจนนักเรียนรอบข้างต้องถอยร่นไปหลายก้าว ดาบในมือของเรนไม่ได้เปล่งประกายแห่งความหวัง แต่มันกลับส่งเสียงแผดร้องเหมือนสัตว์ร้ายที่ถูกจองจำ
"หยุดเดี๋ยวนี้! เรน เจ้ากำลังจะทำให้วิหารพังพินาศ!" อาจารย์เซราฟิมร้องเตือนด้วยความตระหนก
เรนไม่หยุด เขารู้สึกได้ถึงความรู้สึกที่ไหลผ่านเข้ามาในหัวใจ มันไม่ใช่พลังเวทศักดิ์สิทธิ์ที่อ่อนโยน แต่มันคือ 'เจตจำนงแห่งการล้างแค้น' ที่ดาบเล่มนี้สะท้อนออกมา ความเจ็บปวดจากการสูญเสียในอดีต ภาพของสมรภูมิที่เพื่อนร่วมรบถูกสังหารโดยเหล่านักบวชผู้ใช้นามแห่งแสงบังหน้าย้อนกลับมาฉายชัด
'แกก็เหมือนพวกมัน' เรนกระซิบกับดาบในใจ 'แกต้องการเลือดเพื่อตื่นขึ้น แต่ข้าจะไม่ยอมให้แกควบคุมข้า'
เขากัดฟันแน่น กล้ามเนื้อทั่วร่างตึงเครียดจนปวดร้าว เรนพยายามดึงพลังชีวิตของตนเองเข้าข่มพลังเวทอันบ้าคลั่งนั้นไว้ แต่มันกลับยิ่งรุนแรงขึ้น ดาบในมือขยายใหญ่ขึ้นด้วยพลังงานสีดำที่ก่อตัวเป็นรูปร่างของคมดาบขนาดมหึมา
*เพล้ง!*
กระจกบานใหญ่ในวิหารแตกกระจายลงมาพร้อมกับเสียงคำรามที่ดังสนั่นไปทั้งสถาบัน คาร์ลอสที่เห็นท่าไม่ดีรีบพุ่งเข้าไปคว้าแขนของเรนไว้ "เรน! ปล่อยมัน! เจ้ากำลังจะถูกมันกลืนกิน!"
เรนหันมามองคาร์ลอส แววตาของเขาเปลี่ยนไป สีของม่านตาที่เคยเป็นสีน้ำตาลเข้ม บัดนี้กลับกลายเป็นสีแดงชาดลึกล้ำราวกับห้วงเหว
"คาร์ลอส..." เรนเค้นเสียงออกมาอย่างยากลำบาก "เจ้าไม่เข้าใจ... มันไม่ได้ปฏิเสธพลังศักดิ์สิทธิ์... แต่มันกำลังเลือก... เจ้าของที่แท้จริง..."
ทันใดนั้น บรรยากาศภายในวิหารก็เงียบกริบลงอย่างกะทันหัน ออร่าสีดำที่คลุ้มคลั่งดับวูบลงราวกับไฟที่ถูกตัดเชื้อเพลิง เรนทรุดฮวบลงคุกเข่ากับพื้น เหงื่อกาฬไหลโชกไปทั่วร่าง ดาบในมือกลับคืนสู่สภาพเดิม แต่รอยร้าวบนตัวดาบนั้นหายไปแล้ว เหลือเพียงลวดลายอักขระโบราณที่ส่องแสงสีเงินจางๆ
อาจารย์เซราฟิมเดินเข้ามาใกล้ด้วยใบหน้าที่ซีดเผือด เขามองดูดาบในมือของเรนด้วยความหวาดระแวงมากกว่าเดิม "นั่นมัน... รอยจารึกแห่งพันธสัญญาเลือด... เจ้าไปทำข้อตกลงอะไรไว้กับศาตราเล่มนั้นกันแน่ เรน วาลคีเรียส?"
เรนไม่ได้ตอบ เขาเพียงแค่ปาดเหงื่อที่ข้างขมับ ก่อนจะหยัดกายขึ้นยืนอย่างมั่นคง แม้ร่างกายน่าจะอ่อนแรง แต่แววตาของเขากลับดูคมกล้าและนิ่งสงบกว่าที่เคยเป็นมา
คาร์ลอสประคองเพื่อนของเขาไว้แน่นพลางกระซิบ "เราต้องออกไปจากที่นี่ ตอนนี้ ทุกสายตากำลังจ้องมองมาที่เจ้าด้วยความหวาดกลัว"
ในขณะที่ทั้งสองกำลังจะหันหลังเดินออกจากวิหาร ประตูบานใหญ่ที่ปิดสนิทก็ถูกผลักออกอย่างรุนแรง เงาร่างหนึ่งปรากฏขึ้นท่ามกลางฝุ่นควันจากการระเบิดของกระจกที่ยังคงร่วงหล่นลงมา
ผู้มาเยือนคนนั้นคือ 'อาจารย์ใหญ่แห่งสถาบัน' ผู้ที่ไม่เคยปรากฏตัวต่อหน้าใครมานานนับปี เขาก้าวเข้ามาพร้อมกับไม้เท้าที่เคาะพื้นเสียงดังเป็นจังหวะที่น่าสะพรึงกลัว ในมืออีกข้างหนึ่งของเขามีจดหมายที่ประทับตราสัญลักษณ์สีแดงเพลิง ซึ่งทุกคนในสถาบันต่างรู้ดีว่ามันคือตราประจำตัวของ 'ผู้เฝ้าประตูนรก'
อาจารย์ใหญ่หยุดยืนเบื้องหน้าเรน สายตาที่ผ่านโลกมานานนับศตวรรษจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเด็กหนุ่ม
"การทดสอบเวทมนตร์แห่งศรัทธาสิ้นสุดลงแล้ว" เสียงของอาจารย์ใหญ่แหบพร่าทว่าทรงอำนาจ "แต่สิ่งที่เจ้าปลุกให้ตื่นขึ้นมาในวันนี้... มันไม่ใช่เวทศักดิ์สิทธิ์ แต่มันคือศาสตราวิญญาณแห่งราชันย์เหล็กที่ถูกลืมเลือนไปเมื่อห้าร้อยปีก่อน"
เขายื่นจดหมายให้เรนด้วยมือที่สั่นน้อยๆ ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้ทุกคนในวิหารต้องหยุดหายใจ
"ยินดีต้อนรับสู่การล่มสลายของสถาบัน... เจ้าเด็กน้อย เพราะบัดนี้ ศัตรูที่แท้จริงของเจ้าได้เริ่มเคลื่อนทัพเข้ามาในโรงเรียนแห่งนี้แล้ว"
สิ้นเสียงของอาจารย์ใหญ่ เสียงแตรศึกจากนอกรั้วกำแพงเวทมนตร์ก็ดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง สั่นสะเทือนไปถึงพื้นดินที่พวกเขาเหยียบอยู่ นี่ไม่ใช่การฝึกซ้อมอีกต่อไป แต่มันคือสงครามที่เริ่มต้นขึ้นจากจุดที่เรนไม่อาจหลีกเลี่ยงได้อีกต่อไป
ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับผมในบทนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
วาเลนเทียอัศวินมืด
ศาสตราวิญญาณราชันย์เหล็ก: ปฐมบทอัศวินมืดแห่งสถาบันเวทมนตร์•ตอนที่ 7
วิชาเวทมนตร์แห่งศรัทธา
ผลงานโดย วาเลนเทียอัศวินมืด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (วาเลนเทียอัศวินมืด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศาสตราวิญญาณราชันย์เหล็ก: ปฐมบทอัศวินมืดแห่งสถาบันเวทมนตร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!