ศาสตราวิญญาณราชันย์เหล็ก: ปฐมบทอัศวินมืดแห่งสถาบันเวทมนตร์•ตอนที่ 6

รอยร้าวในสภานักเรียน

ผลงานโดย วาเลนเทียอัศวินมืด
“ถ้านายคิดว่ากฎระเบียบคือไม้บรรทัดที่วัดค่าความถูกต้องได้ทุกตารางนิ้ว นายก็กำลังทำให้นักเรียนในสถาบันนี้กลายเป็นเพียงหุ่นเชิดที่มีลมหายใจนะ คาร์ลอส” เสียงของเรน วาลคีเรียส ดังก้องสะท้อนอยู่ในห้องประชุมสภานักเรียนที่โอ่อ่า แต่บัดนี้กลับเต็มไปด้วยบรรยากาศที่หนักอึ้งจนแทบจะกดทับลมหายใจ มือหนาของอดีตทหารรับจ้างวางลงบนโต๊ะไม้โอ๊คตัวยาวแรงพอที่จะทำให้ถ้วยชาเซรามิกสั่นไหวเล็กน้อย คาร์ลอส ฟอน อาร์ค ผู้ดำรงตำแหน่งประธานสภานักเรียน นั่งหลังตรงดิ่งราวกับดาบที่เสียบอยู่ในฝัก สายตาคมกริบของทายาทขุนนางจ้องมองกลับไปโดยไม่หลบเลี่ยงแม้แต่นิดเดียว “ความยุติธรรมไม่ใช่เรื่องของอารมณ์ชั่ววูบหรือความเห็นอกเห็นใจส่วนตัว เรน ถ้าเราปล่อยให้กฎหย่อนยานเพียงเพราะความสงสาร แล้วเราจะเรียกตัวเองว่าสถาบันที่ฝึกฝนยอดอัศวินไปเพื่ออะไร?” “ยอดอัศวิน? หรือยอดเครื่องจักรสังหารที่ไร้จิตวิญญาณกันแน่?” เรนแค่นยิ้มที่มุมปาก แววตาของเขาวูบไหวด้วยความเย็นชาที่ผ่านการกรำศึกมานับไม่ถ้วน “เหตุการณ์ที่หอพักชั้นล่างเมื่อคืน ถ้าผมไม่เข้าไปขวางไว้ นักเรียนชั้นปีหนึ่งคนนั้นคงถูกพวกตระกูลขุนนางด้วยกันเล่นงานจนพิการ เพียงเพราะเขาไม่มี ‘ตราประจำตระกูล’ ที่ชัดเจนพอจะประดับบนเครื่องแบบ” คาร์ลอสผ่อนลมหายใจออกมาเบาๆ เขาขยับแว่นสายตาที่ไม่มีเลนส์แต่เป็นเครื่องรางเวทมนตร์วิเคราะห์ร่องรอยการต่อสู้ที่ยังติดอยู่บนแขนเสื้อของเรน “นั่นคือบทเรียนของโลกใบนี้ นายก็รู้ดีกว่าใคร เรน โลกนี้ไม่ได้ใจดีกับคนอ่อนแอ นายรอดชีวิตมาได้เพราะนายเป็นนักรบ แต่เด็กพวกนั้น… พวกเขาต้องเรียนรู้ที่จะก้มหัวให้กับความจริง” “ผมไม่ใช่ครูสอนการก้มหัว” เรนลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เงาของเขาพาดผ่านโต๊ะประชุมจนดูเหมือนอัศวินมืดที่พร้อมจะฟาดฟันทุกสิ่งที่ขวางหน้า “และถ้าสภานักเรียนยังเลือกที่จะหลับตาข้างหนึ่งให้กับความเน่าเฟะที่กำลังกัดกินสถาบันนี้ ผมก็ไม่มีเหตุผลที่จะต้องเคารพคำสั่งของพวกคุณอีกต่อไป” บรรยากาศในห้องเงียบงันลงทันที เสียงนาฬิกาเวทมนตร์ที่ผนังห้องดูเหมือนจะเดินช้าลงทุกขณะ คาร์ลอสกำปากกาขนนกในมือแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด เขาไม่ได้โกรธ แต่เขากำลังสับสน สิ่งที่เรนพูดนั้นขัดแย้งกับสิ่งที่เขาถูกปลูกฝังมาตลอดชีวิต แต่ในขณะเดียวกัน มันก็คือความจริงที่เขาพยายามซ่อนไว้ใต้พรมมาโดยตลอด “นายกำลังประกาศสงครามกับระบบนะ เรน” คาร์ลอสเอ่ยด้วยเสียงที่ต่ำลง ราวกับกำลังเตือนด้วยความหวังดีในฐานะเพื่อนที่เพิ่งเริ่มเข้าใจชีวิต “ตระกูลใหญ่ไม่ได้มีแค่เงินและอิทธิพล แต่พวกเขามี 'พันธสัญญาเลือด' ที่ควบคุมรากฐานของโรงเรียนนี้ไว้ หากนายก้าวพลาดเพียงก้าวเดียว ไม่ใช่แค่ชื่อเสียงของนายที่จะดับสูญ แต่หมายถึงชีวิตที่ไม่มีวันได้หวนคืน” เรนหันหลังเตรียมเดินออกจากห้อง แต่เขาก็หยุดฝีเท้าลงที่หน้าประตูบานใหญ่ที่แกะสลักด้วยลวดลายมังกร เขาไม่ได้หันกลับไปมองคาร์ลอส แต่เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่แฝงไปด้วยความเด็ดเดี่ยว “ผมเคยเห็นชีวิตที่สูญสิ้นไปเพราะความถูกต้องที่บิดเบี้ยวมามากพอแล้วคาร์ลอส ถ้าทางเลือกเดียวของที่นี่คือการยอมก้มหัวให้กับอำนาจที่ไร้เกียรติ ผมนี่แหละจะเป็นคนทำลายมันด้วยดาบของผมเอง” เมื่อเรนก้าวพ้นประตูไป ความเงียบก็เข้าครอบงำห้องประชุมอีกครั้ง คาร์ลอสทรุดตัวลงนั่งกับเก้าอี้ไม้ที่ดูแข็งกระด้าง เขาเหม่อมองไปยังตราสัญลักษณ์ของโรงเรียนบนผนัง พลันดวงตาของเขาก็สังเกตเห็นบางอย่างที่ผิดปกติ รอยร้าวเล็กๆ ที่เริ่มปรากฏขึ้นบนผนังหินด้านหลังรูปปั้นผู้ก่อตั้งสถาบัน ไม่ใช่รอยร้าวจากการเสื่อมสภาพตามกาลเวลา แต่มันคือรอยร้าวที่มีอักขระเวทมนตร์สีเลือดเปล่งประกายจางๆ อยู่ภายใน ในขณะเดียวกัน ที่ทางเดินมืดมิดหน้าห้องประชุม เรนที่เพิ่งเดินออกมาก็สัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนบางอย่างที่สั่นสะท้านไปถึงจิตวิญญาณ เขาหยุดกะทันหันเมื่อกลิ่นอายความตายที่คุ้นเคยโชยมากับสายลมที่พัดผ่านอุโมงค์ทางเดิน ชายในชุดคลุมสีเทาเข้มคนหนึ่งก้าวออกมาจากเงามืดของเสาหิน ใบหน้าของเขาถูกซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากเหล็กที่ไร้อารมณ์ ในมือของเขามีจดหมายที่ประทับตราสีดำสนิท ซึ่งเรนรู้ดีว่ามันเป็นตราของ 'ภาคีผู้พิทักษ์แห่งเงามืด' องค์กรที่ควรจะล่มสลายไปตั้งแต่สงครามยุคอดีตเมื่อร้อยปีที่แล้ว “เรน วาลคีเรียส” เสียงแหบพร่าดั่งใบไม้แห้งกรีดสีกันดังขึ้นจากใต้หน้ากากนั้น “นายเข้าใจเรื่องความยุติธรรมดีนี่… แต่น่าเสียดายที่คนที่จะตัดสินความยุติธรรมนั้น ไม่ใช่ทั้งนาย และไม่ใช่ประธานสภานักเรียนคนนั้นหรอก” ชายปริศนายื่นจดหมายฉบับนั้นให้เรน ก่อนจะกล่าวประโยคที่ทำให้เลือดในกายของเรนเย็นเฉียบ “เจ้าของโรงเรียนนี้ที่แท้จริง เพิ่งจะตื่นขึ้นจากการหลับใหล และนั่นหมายถึงว่า วันที่นายปกป้องเด็กพวกนั้นเอาไว้ คือวันที่นายได้เซ็นชื่อลงในบันทึกแห่งความตายของตัวเองแล้ว” คนในชุดคลุมหายวับไปกับเงามืดทิ้งไว้เพียงความเงียบงันและจดหมายที่เรนถืออยู่ในมือ เมื่อเขาเปิดจดหมายออก สิ่งที่ปรากฏอยู่ข้างในไม่ใช่ข้อความ แต่เป็น 'เศษเสี้ยวของดาบศักดิ์สิทธิ์' ที่แตกหัก ซึ่งเป็นดาบเดียวกับที่พ่อของเขาใช้ในวันสุดท้ายก่อนจะหายสาบสูญไปในสงคราม! ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางในเส้นทางแห่งดาบอันโหดร้ายนี้กับผมนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ วาเลนเทียอัศวินมืด
สารจากนักเขียน (วาเลนเทียอัศวินมืด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศาสตราวิญญาณราชันย์เหล็ก: ปฐมบทอัศวินมืดแห่งสถาบันเวทมนตร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%