“วางดาบไม้ลงเสีย ถ้าไม่อยากให้มือของเจ้าหักคาด้ามก่อนจะได้เริ่มบทเรียนแรก”
เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในสนามฝึกซ้อมใต้ดินของสถาบันเวทมนตร์อาร์คานา กลิ่นอายของความกดดันจากมานาที่ควบแน่นเข้มข้นจนอากาศรอบข้างดูจะสั่นไหว เรน วาลคีเรียส ไม่ได้ขยับกายไปไหน เขายังคงกระชับดาบไม้ในมือแน่น รอยแผลเป็นที่พาดผ่านหางคิ้วซ้ายกระตุกเล็กน้อยขณะจ้องมองร่างสูงโปร่งที่ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า
คาร์ลอส ฟอน อาร์ค หัวหน้าชั้นปีที่สาม ผู้เปรียบเสมือนกำแพงหินที่นักเรียนทุกคนต่างหวาดเกรง ดวงตาสีน้ำเงินเข้มคู่นั้นกวาดมองเรนราวกับกำลังชั่งน้ำหนักสินค้าในตลาดมืด ไม่ใช่การมองเพื่อนร่วมชั้น แต่มันคือการประเมิน ‘ศัตรู’
“กฎของสถาบันนี้มีไว้เพื่อให้ผู้ที่ไร้ค่าได้รู้จักที่ยืนของตนเอง” คาร์ลอสเอ่ยต่อ น้ำเสียงเรียบเรื่อยทว่าบาดลึก “เจ้าเป็นเพียงทหารรับจ้างพเนจรที่โชคช่วยให้หลุดเข้ามาได้ อย่าได้สำคัญตัวผิดว่าวิถีของอัศวินจะถูกหยิบยื่นให้คนอย่างเจ้าได้ง่ายๆ”
เรนแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่แห้งแล้งและเย็นชาพอที่จะทำให้บรรยากาศรอบข้างเยือกแข็งลงอีกหลายส่วน “กฎของอัศวินหรือกฎของขุนนางกันแน่ที่ท่านกำลังพร่ำสอน คุณชายคาร์ลอส? ถ้าดาบในมือท่านมีไว้เพียงเพื่อกดขี่คนอื่นให้จมดิน ก็อย่าเรียกมันว่าศาสตราแห่งเกียรติยศเลยครับ”
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ก่อนที่คาร์ลอสจะขยับกายอย่างรวดเร็วราวกับเงาพราย ดาบไม้ในมือของเขาพุ่งตรงเข้าหาจุดตายที่ลำคอของเรนด้วยความเร็วที่ไม่อาจมองเห็นด้วยตาเปล่าสำหรับคนทั่วไป ทว่าเรนกลับอ่านทางออกตั้งแต่ปลายนิ้วของอีกฝ่ายเริ่มขยับ
*เคร้ง!*
เสียงไม้กระทบกันดังก้องกังวาน เรนเบี่ยงตัวหลบในวินาทีสุดท้าย ก่อนจะใช้สันดาบกระแทกเข้าที่ข้อมือของคาร์ลอสอย่างแม่นยำ เป็นจังหวะที่นิ่งสนิทและหนักหน่วง อดีตทหารรับจ้างไม่ได้ใช้เวทมนตร์เสริมพลังแม้แต่น้อย เขาใช้เพียง ‘สัญชาตญาณ’ ที่หล่อหลอมจากสมรภูมิที่เต็มไปด้วยกลิ่นเลือด
คาร์ลอสชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาของเขาฉายแววประหลาดใจก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความมุ่งมั่นที่ร้อนแรงขึ้น “ขยับตัวได้ไม่เลวสำหรับพวกสวะข้างถนน”
“สวะคนนี้แหละ ที่จะสอนให้ท่านรู้ว่าอัศวินที่แท้จริงไม่จำเป็นต้องพึ่งพาสายเลือดอันสูงส่งเพื่อกุมชัยชนะ” เรนตอบกลับพลางตั้งท่าดาบต่ำ เป็นท่าที่เขาถนัดที่สุด—ท่าเตรียมรับมือของอัศวินไร้นาม
การปะทะเริ่มต้นขึ้นอย่างดุเดือด คาร์ลอสโหมกระหน่ำวิชาดาบตระกูลอาร์คที่อ่อนช้อยทว่ารุนแรงราวกับพายุ แต่ละกระบวนท่าประสานเข้ากับเวทมนตร์ธาตุลมที่หมุนวนรอบคมดาบไม้จนเกิดเป็นเสียงแหลมหวีดหิว เรนไม่ได้ตอบโต้ด้วยความเร็ว แต่เขากลับใช้การ ‘ผ่อนและหนัก’ ของลมหายใจควบคุมจังหวะการต่อสู้ เขาหลบหลีกเข้าใกล้จุดบอดของคาร์ลอสซ้ำแล้วซ้ำเล่า กระแทก ปัดป้อง และต้อนให้อีกฝ่ายถอยร่น
สายตาของเหล่านักเรียนที่ยืนมุงดูอยู่รอบสนามเปลี่ยนไป จากความดูแคลนกลายเป็นความตกตะลึง ไม่มีใครเชื่อว่านักเรียนใหม่ที่ไร้ที่มาจะสามารถต้านทาน ‘พายุอาร์ค’ ของคาร์ลอสได้นานขนาดนี้
“ทำไมไม่ใช้เวทมนตร์?” คาร์ลอสตะโกนถามขณะหมุนตัวฟาดดาบลงมาดั่งสายฟ้าฟาด “เจ้าจะดูหมิ่นข้าหรือยังไง!”
“ถ้าผมใช้เวทมนตร์ ท่านจะแพ้ตั้งแต่วินาทีแรกที่ก้าวเท้าเข้ามาครับ” เรนตอบสวนทันควัน ก่อนจะอาศัยจังหวะที่คาร์ลอสเสียสมดุลเพียงเสี้ยววินาทีจากการเร่งมานาที่มากเกินไป พุ่งตัวเข้าไปประชิด พลิกข้อมือใช้ด้ามดาบกระแทกเข้าที่กลางอกของคาร์ลอสจนอีกฝ่ายกระเด็นถอยหลังไปสามก้าว ก่อนที่เรนจะตวัดดาบไม้จ่อเข้าที่ลำคอของหัวหน้าชั้นปีอย่างแผ่วเบาแต่ชัดเจน
สนามฝึกเงียบกริบจนได้ยินเสียงลมหายใจหอบถี่ของทั้งคู่
คาร์ลอสมองปลายดาบไม้ที่จ่ออยู่ตรงหน้า สลับกับใบหน้าที่เรียบเฉยไร้อารมณ์ของเรน เขาไม่ได้โกรธเคือง แต่ในแววตากลับมีความรู้สึกบางอย่างที่เขาไม่เคยสัมผัสมาก่อน... มันคือ ‘ความตื่นเต้น’ ที่ได้พบเจอกับสิ่งที่ท้าทายจารีตเดิมของเขา
“เจ้าเป็นใครกันแน่... เรน วาลคีเรียส” คาร์ลอสลดดาบลงต่ำ มือที่ถือดาบไม้สั่นเล็กน้อยจากแรงปะทะที่เพิ่งเกิดขึ้น
เรนเก็บดาบเข้าที่ข้างเอว ดวงตาสีเทาหม่นของเขาสบประสานกับคาร์ลอสอย่างตรงไปตรงมา “ผมก็แค่คนที่กำลังเรียนรู้วิถีของดาบ ในสถานที่ที่ผู้คนมัวแต่ยึดติดกับนามสกุลจนลืมไปว่า ดาบที่ไร้จิตวิญญาณก็เป็นเพียงแค่ไม้ท่อนหนึ่งเท่านั้นครับ”
บรรยากาศที่ตึงเครียดดูจะผ่อนคลายลง ทว่าในจังหวะที่เรนกำลังจะเดินหันหลังกลับออกจากสนามฝึก เสียงปรบมือที่ดังขึ้นช้าๆ จากมุมมืดของระเบียงชั้นบนก็หยุดทุกความเคลื่อนไหว
บุคคลในชุดคลุมสีดำสนิทผู้มีกลิ่นอายของความตายแผ่ซ่านออกมา ก้าวออกมาจากเงามืด ใบหน้าของเขาสวมหน้ากากเหล็กที่ดูคล้ายกับสัญลักษณ์ของกลุ่มอัศวินต้องห้ามที่หายสาบสูญไปเมื่อสิบปีก่อน
“น่ายินดี... น่ายินดีจริงๆ ที่ได้เห็นฝีมือที่ดิบเถื่อนแต่เต็มไปด้วยพรสวรรค์เช่นนี้” เสียงนั้นแหบพร่าและเย็นเยือก “เรน วาลคีเรียส... เจ้าคิดว่าการที่เจ้าเข้ามาที่นี่ด้วยตราประทับของตระกูลที่ล่มสลายไปแล้ว จะทำให้เจ้าอยู่อย่างสงบได้จริงๆ หรือ?”
เรนชะงักฝีเท้า ความเย็นวาบแล่นผ่านสันหลัง สิ่งที่เขาพยายามปิดบังมาตลอดชีวิตกำลังถูกเปิดเผยต่อหน้าศัตรูที่เขากำลังตามล่า
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปในเส้นทางแห่งดาบกับผมนะครับ วาเลนเทียอัศวินมืดจะกลับมาสานต่อเรื่องราวในตอนถัดไปครับ
ศาสตราวิญญาณราชันย์เหล็ก: ปฐมบทอัศวินมืดแห่งสถาบันเวทมนตร์•ตอนที่ 2
กฎเหล็กของอัศวิน
ผลงานโดย วาเลนเทียอัศวินมืด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (วาเลนเทียอัศวินมืด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศาสตราวิญญาณราชันย์เหล็ก: ปฐมบทอัศวินมืดแห่งสถาบันเวทมนตร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!