ศาสตราวิญญาณราชันย์เหล็ก: ปฐมบทอัศวินมืดแห่งสถาบันเวทมนตร์•ตอนที่ 3

กลุ่มก้อนของคนนอกคอก

ผลงานโดย วาเลนเทียอัศวินมืด
“ถ้าจะฝึกแบบนั้น ก็ไปตายเสียเถอะครับ” เรน วาลคีเรียส ไม่ได้ตะโกน เขาเพียงแค่พูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบขณะดึงดาบไม้ที่แตกหักออกจากมือของเด็กหนุ่มผู้ผอมแห้งตรงหน้า ก่อนจะขว้างมันทิ้งลงพื้นอย่างไม่ใยดี กลิ่นดินเปียกชื้นหลังฝนตกในโรงฝึกร้างหลังสถาบันอบอวลไปด้วยความอึดอัด เด็กหนุ่มสามคนที่นั่งหอบหายใจอยู่บนพื้นคือ ‘พวกขยะ’ ที่ถูกขับออกจากชั้นเรียนเวทมนตร์หลัก เพราะพลังเวทในกระแสเลือดของพวกเขามันเบาบางราวกับละอองน้ำ “นายจะมาสอนอะไรพวกเรา?” เสียงของ ‘ลูคัส’ หนึ่งในกลุ่มคนนอกคอกสั่นเครือ “พวกเราไม่มีอนาคต ไม่มีแม้แต่พลังจะกุมด้ามดาบเวทมนตร์ด้วยซ้ำ นายเป็นใคร... ถึงมาตัดสินว่าวิธีของพวกเรามันผิด?” เรนเดินเข้าไปใกล้ เงาของเขาบดบังแสงจากตะเกียงน้ำมันจนเกิดเป็นเงามืดทาบทับร่างของทั้งสามคน เขานั่งยองๆ ลง สายตาคมกริบราวกับพยัคฆ์ที่ผ่านสมรภูมิมานับไม่ถ้วนจ้องมองเข้าไปในดวงตาที่เต็มไปด้วยความหวาดหวั่น “พลังเวทน่ะหรือ?” เรนแค่นยิ้มที่มุมปาก “ผมเคยเห็นจอมเวทผู้ยิ่งใหญ่ตายเป็นใบไม้ร่วงเพียงเพราะเขาหยิ่งผยองในพลังของตัวเอง จนลืมไปว่าอาวุธที่น่ากลัวที่สุดในสงคราม ไม่ใช่เปลวเพลิงที่ระเบิดออก แต่มันคือ ‘ความนิ่ง’ ที่จะคว้านหัวใจศัตรูในจังหวะที่พวกมันประมาทต่างหากครับ” เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก่อนจะชักดาบเล่มจริงออกมาเพียงเล็กน้อย เสียงเสียดสีของคมเหล็กกับฝักดาบดังกรีดแทรกความเงียบงัน มันเป็นเสียงที่เย็นเยียบและทรงพลังพอที่จะทำให้บรรยากาศรอบข้างดูหนักอึ้งขึ้นอย่างกะทันหัน “ลุกขึ้นมาครับ ถ้าพวกคุณยอมรับว่าตัวเองอ่อนแอเพียงเพราะโชคชะตาขีดเขียนมาให้ ก็จงถอดชุดนักเรียนทิ้งแล้วกลับไปทำไร่ทำนาเสีย แต่ถ้ายังอยากมีลมหายใจในฐานะอัศวิน... ก็จงมองสิ่งที่ผมกำลังจะทำให้ดู และจำไว้ให้ขึ้นใจ ว่าความเจ็บปวดจากการฝึก คือการต้อนรับที่อ่อนโยนที่สุดที่คุณจะได้รับจากสมรภูมิจริง” คาร์ลอส ฟอน อาร์ค ซึ่งยืนกอดอกพิงเสาหินอยู่มุมมืดของโรงฝึกมานานขยับตัวเล็กน้อย ดวงตาของทายาทขุนนางผู้สูงศักดิ์หรี่ลง เขาเฝ้ามองชายที่เขาเคยดูแคลนว่าเป็นเพียง ‘ทหารรับจ้างไร้หัวนอนปลายเท้า’ กำลังขัดเกลาพวกที่ถูกสังคมลืม ความมุ่งมั่นในแววตาของเรนไม่ใช่ความสงสาร แต่เป็นความบ้าคลั่งที่คาร์ลอสเองก็อธิบายไม่ได้ว่ามันคืออะไรกันแน่ “ทำไมต้องเป็นพวกนี้?” คาร์ลอสเอ่ยขึ้น เสียงของเขาดังพอที่จะทำให้ทุกคนในห้องหยุดชะงัก “พวกนี้คือขยะที่สถาบันคัดทิ้ง นายกำลังเสียเวลาเปล่า เรน” เรนไม่หันกลับไปมอง แต่เขากลับกดปลายดาบลงบนพื้นจนหินแตกร้าว “ขยะสำหรับสถาบัน คือเครื่องจักรสังหารที่ไม่มีใครกล้าแตะต้องในสมรภูมิครับ คุณชายคาร์ลอส คนพวกนี้ไม่มีอะไรจะเสีย พวกเขาไม่มีศักดิ์ศรีตระกูลให้ต้องรักษา ไม่มีกำแพงอคติที่คอยกั้นขวางการเรียนรู้... ในสนามรบ สิ่งที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่ยอดอัจฉริยะที่ถือดาบทองคำ แต่คือคนที่ตายมาแล้วรอบหนึ่งอย่างพวกเขานี่แหละ” คำพูดของเรนกระแทกใจคนฟังจนเงียบกริบ กลุ่มคนนอกคอกเริ่มลุกขึ้นยืน แววตาที่เคยหม่นแสงเริ่มเปลี่ยนเป็นความดุดันที่ถูกจุดติดขึ้นมาด้วยถ้อยคำที่บาดลึก ตลอดหลายชั่วโมงต่อมา คือการฝึกที่โหดร้ายที่สุดเท่าที่โรงฝึกนี้เคยเห็นมา เรนไม่ได้สอนคาถาเวทมนตร์ แต่เขาเคี่ยวกรำพวกเขาด้วยการจัดระเบียบร่างกาย การถ่ายโอนน้ำหนัก และการอ่านจังหวะการหายใจของศัตรู เลือดหยดลงบนพื้นหิน เสียงหอบหายใจแข่งกับเสียงเหล็กกระทบกัน และสิ่งที่งอกงามขึ้นท่ามกลางหยาดเหงื่อ คือมิตรภาพที่ไม่เคยมีมาก่อนระหว่างชายผู้มีอดีตดำมืดกับเหล่านักเรียนผู้ถูกทอดทิ้ง เมื่อยามค่ำคืนมาเยือน แสงจันทร์สาดส่องผ่านช่องหน้าต่างโรงฝึก ทุกคนทิ้งตัวลงนอนบนพื้นด้วยความเหนื่อยล้า แต่ความรู้สึกในใจกลับเบาสบายอย่างประหลาด “เรน...” ลูคัสเรียกเขาเบาๆ “ทำไมถึงช่วยพวกเรา?” เรนที่กำลังเช็ดดาบด้วยผ้าผืนเก่าหยุดชะงัก สายตามองออกไปที่ความมืดมิดนอกหน้าต่าง “เพราะผมรู้ว่าการถูกตราหน้าว่าไร้ค่า... มันให้ความรู้สึกอย่างไร และผมสาบานไว้แล้วว่า จะไม่มีใครต้องตกตายในสนามรบเพียงเพราะขาดคนชี้ทาง... ตราบใดที่ผมยังมีลมหายใจอยู่” ทว่า ในขณะที่ความเงียบสงบเข้าครอบงำ ทันใดนั้นประตูไม้บานใหญ่ของโรงฝึกก็ถูกพังกระแทกเข้ามาจนเศษไม้กระจายเต็มพื้น ร่างในชุดเกราะเงินวับวาวของอัศวินศักดิ์สิทธิ์ประจำสถาบันก้าวเข้ามาพร้อมกับใบหน้าที่เย็นชา พวกเขาไม่ได้มาเพื่อทักทาย แต่ในมือของหัวหน้ากลุ่มอัศวินกลับถือหมายจับที่ประทับตราสีชาด—ตราสัญลักษณ์ของการล่าสังหารคนนอกคอก “เรน วาลคีเรียส” เสียงนั้นเย็นเยียบราวกับน้ำแข็ง “เจ้าถูกตั้งข้อหาทรยศต่อกฎสถาบันด้วยการฝึกวิชาต้องห้ามให้กับพวกขยะเหล่านี้... จงวางดาบลง และก้าวออกมาสู่แดนประหารโดยดี” ความตกใจวูบขึ้นในดวงตาของคาร์ลอส เขาชักดาบออกมาขวางหน้าเรนโดยสัญชาตญาณ ขณะที่เรนค่อยๆ ลุกขึ้นช้าๆ รอยยิ้มที่มุมปากดูเหี้ยมเกรียมเกินกว่าที่ใครจะคาดเดา ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปในเส้นทางแห่งดาบกับผมนะครับ วาเลนเทียอัศวินมืดจะกลับมาสานต่อเรื่องราวในตอนถัดไปครับ
สารจากนักเขียน (วาเลนเทียอัศวินมืด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศาสตราวิญญาณราชันย์เหล็ก: ปฐมบทอัศวินมืดแห่งสถาบันเวทมนตร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%