ศาสตราวิญญาณราชันย์เหล็ก: ปฐมบทอัศวินมืดแห่งสถาบันเวทมนตร์•ตอนที่ 44

แนวร่วมใหม่

ผลงานโดย วาเลนเทียอัศวินมืด
คมหอกโลหะผสมยูนิกเซียมจ่อห่างจากลำคอของเรน วาลคีเรียสไม่ถึงคืบ รัศมีสีเงินยวดยวงจากปลายคมอาวุธสะท้อนเข้ากับม่านตาที่หรี่แคบลงของเขา ความเงียบงันภายในเพิงพักไม้กลางป่าดิบชื้นแห่งเขตแดนรอยต่ออัดแน่นไปด้วยกลิ่นอายของความตายและแรงกดดันระดับมหาเวท ชนเผ่าป่าเถื่อนแห่งไพรพฤกษ์ล้อมรอบพวกเขาไว้หมดแล้ว ทุกสายตาจ้องมองมาด้วยความระแวงและพร้อมจะฉีกร่างผู้บุกรุกจากสถาบันเวทมนตร์ออกเป็นชิ้นๆ "พวกเจ้ากล้าดียังไงถึงเดินดุ่มๆ เข้ามาในเขตอาคมศักดิ์สิทธิ์ของชนเผ่าเรา" เสียงทุ้มต่ำราวกับก้อนหินบดขยี้ดังขึ้นจากเงามืด ร่างสูงใหญ่ในชุดหนังสัตว์ ประดับด้วยกระดูกสัตว์อสูรและรอยสักเรืองแสงก้าวออกมา ชายผู้มีรอยแผลเป็นพาดผ่านดวงตาข้างซ้าย—คาลอส หัวหน้าเผ่าหมาป่าพเนจร สบตากับเรนอย่างไร้ความเกรงกลัว เรนไม่ขยับเขยื้อน เขายังคงยืนหลังตรง แม้บาดแผลจากการปะทะกับกองกำลังทหารรับจ้างเมื่อวานจะยังคงสร้างความปวดร้าวทุกครั้งที่กล้ามเนื้อขยับ ชายหนุ่มปรายตามองปลายหอกที่สั่นน้อยๆ จากแรงกดดันเวทมนตร์รอบตัว ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบสนทนาที่เย็นเยียบแต่ทรงพลัง "ถ้าพวกเราตั้งใจจะมาเป็นศัตรู เจ้าคงไม่ได้ยืนถือหอกขู่ข้าแบบนี้หรอก คาลอส... หรือจะต้องให้ข้าพูดชื่อคนที่ส่ง 'เงาเพลิง' มาเผาหมู่บ้านทางเหนือของพวกเจ้าเมื่อสามวันก่อน ถึงจะทำให้เจ้ายอมลดอาวุธลง" บรรยากาศในห้องโถงชั่วคราวดิ่งวูบลงทันที อุณหภูมิลดฮวบจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว คาลอสชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นอย่างปิดไม่มิด รอยสักบนผิวหนังของหัวหน้าเผ่าสั่นระริกตามสัญชาตญาณนักรบที่ถูกกระตุ้น คาร์ลอส ฟอน อาร์ค ซึ่งยืนอยู่เคียงข้างเรน ขยับตัวเล็กน้อยเพื่อเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ฉุกเฉิน มือเรียวยาวกุมด้ามจับกระบี่เวทมนตร์ประจำตระกูลแน่น นัยน์ตาสสีฟ้าเข้มกวาดมองไปรอบห้องเพื่อคำนวณเส้นทางถอยและจุดอับสายตาของศัตรู แม้ในใจจะประณามความบุ่มบ่ามของเรนที่เลือกใช้ไม้นี้ แต่เขาก็ปฏิเสธไม่ได้ว่านี่คือวิธีเดียวที่จะทำให้พวกเขามีตัวตนในสายตาของชนเผ่าผู้รักสันโดษกลุ่มนี้ "เจ้าพูดเรื่องอะไร... 'เงาเพลิง' เป็นแค่นิทานหลอกเด็กของพวกสถาบันเวทมนตร์" คาลอสเค้นเสียงลอดไรฟัน มือหนากำด้ามหอกแน่นขึ้นจนข้อต่อขึ้นสีขาว "นิทานงั้นรึ?" เรนแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาสสีรัตติกาลมองตรงเข้าไปในนัยน์ตาของอีกฝ่ายอย่างไร้ความกลัว "กองกำลังสวมหน้ากากเหล็กที่ใช้เวทมนตร์ธาตุไฟสีดำเผาทำลายคลังเสบียงและสังหารคนในเผ่าของเจ้าอย่างไร้ความปรานี นั่นฝีมือขุนนางจากสถาบันที่พวกเจ้าเกลียดชัง... และพวกมันก็กำลังล่าพวกเราเหมือนกัน" เรนเอื้อมมือไปปลดผ้าคลุมไหล่ที่เปื้อนฝุ่นออก เผยให้เห็นรอยแผลเป็นลึกรูปตราสัญลักษณ์กางเขนกลับหัวบริเวณหัวไหล่ขวา—สัญลักษณ์ของอัศวินศักดิ์สิทธิ์สายเลือดบริสุทธิ์ที่สลักไว้ด้วยคำสาปแช่ง คาลอสสูดลมหายใจเข้าลึก กลิ่นอายความแค้นที่อัดแน่นอยู่ในตัวของเรนนั้นรุนแรงเสียจนแม้แต่นักรบผู้ผ่านศึกมาโชกโชนอย่างเขายังต้องสะท้าน หอกในมือลดระดับลงครึ่งนิ้ว ความลังเลฉายชัดบนใบหน้าคมเข้มที่ผ่านลมฝนมามาก "ทำไมข้าต้องเชื่อคำพูดของพวกเด็กจากสถาบันเวทมนตร์ พวกเจ้ากินดีอยู่ดีบนยอดหอคอยคริสตัล ไม่เคยรู้หรอกว่าคนข้างล่างต้องดิ้นรนแค่ไหน" คาลอสถามเสียงกร้าว "เพราะพวกเรามีศัตรูคนเดียวกัน" คาร์ลอส ก้าวแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและสุภาพตามแบบฉบับขุนชั้นสูง แต่แฝงไว้ด้วยความเด็ดเดี่ยวที่หาได้ยากในเด็กหนุ่มวัยเดียวกัน เขาประสานสายตากับหัวหน้าเผ่าอย่างไม่หลบเลี่ยง "ตระกูลอาร์คของข้าอาจจะเคยสนับสนุนกองกำลังกวาดล้างในอดีต แต่ข้าในตอนนี้... ไม่ใช่คนเดิม และเรนก็ไม่ใช่เครื่องมือของใคร ข้อเสนอของเราง่ายมาก พวกท่านกำลังต้องการอาุตธและเวทมนตร์ป้องกันเขตอาคมเพื่อรับมือกับการโจมตีระลอกถัดไป ส่วนพวกเราต้องการข้อมูลและที่ซ่อนตัว... เรามาแลกเปลี่ยนกัน" ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง มีเพียงเสียงฝนที่เริ่มโปรยปรายลงมากระทบใบไม้ด้านนอก ชนเผ่าป่ารอบด้านเริ่มส่งเสียงซุบซิบบدสนทนากันเบาๆ คาลอสปรายตามองลูกน้องของตนเอง ก่อนจะหันกลับมามองเด็กหนุ่มทั้งสองคน ประกายตาของเขาไหววับด้วยความคิดที่ซับซ้อน "การร่วมมือกับพวกสถาบัน... เท่ากับการประกาศสงครามกับเบื้องบนอย่างเป็นทางการ" คาลอสก้าวเข้าไปใกล้เรนจนระยะห่างเหลือเพียงก้าวเดียว กลิ่นอายของป่าเขาและกลิ่นอายเวทมนตร์ดิบเถื่อนโชว์เข้าจมูก "ข้าไม่ได้กลัวตาย เด็กน้อย แต่ข้ามีคนนับร้อยที่ต้องปกป้อง หากพวกเจ้าทรยศเราแม้แต่ก้าวเดียว หัวของพวกเจ้าจะถูกเสียบประจานไว้ที่ทางเข้าป่าแห่งนี้เป็นสิ่งแรก" เรนมุมปากกระตุกขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่หาได้ยากยิ่งปรากฏบนใบหน้าเย็นชา "ถ้าพวกเราคิดจะทรยศ คงไม่เดินเข้ามามือเปล่าท่ามกลางดงหอกของพวกท่านตั้งแต่แรกหรอก" คาลอสจ้องหน้าเรนอยู่อีกอึดใจใหญ่ ก่อนจะพ่นลมหายใจออกทางจมูกแล้วสะบัดมือส่งสัญญาณให้เหล่าทหารยามลดอาวุธลงทั้งหมด แรงกดดันอันน่าอึดอัดพลันมลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความตึงเครียดที่เจือด้วยความระแวดระวังร่วมกัน "ตกลง... ชั่วคราวจนกว่าพระจันทร์สีเลือดจะขึ้นครองฟ้า" คาลอสเอ่ยเสียงเข้ม "ตามข้ามา ข้าจะพาพวกเจ้าไปพบนายท่านผู้อาวุโส ผู้กุมความลับทั้งหมดเกี่ยวกับ 'เงาเพลิง' ที่พวกเจ้าตามหา" เรนและคาร์ลอสสบตากันเพียงเสี้ยววินาทีเพื่อส่งสัญญาณรับรู้ถึงความสำเร็จขั้นแรก ทั้งสองก้าวเดินตามแผ่นหลังหนาใหญ่ของคาลอสลึกเข้าไปในเขตป่าทึบที่มืดทึบยิ่งขึ้น รากไม้โบราณระโยงระยางราวกับงูยักษ์ที่หลับใหล หมอกหนาทึบเริ่มปกคลุมผืนดินจนมองไม่เห็นทางข้างหน้า ทว่าสัญชาตญาณนักรบของเรนกลับร่ำร้องเตือนภัยอย่างรุนแรงเมื่อสัมผัสได้ถึงกระแสมานาแปลกปลอมที่แฝงตัวอยู่ใต้พื้นดิน พวกเขาลัดเลาะผ่านซากปรักหักพังของวิหารโบราณที่ถูกกลืนกินโดยธรรมชาติ ก่อนที่คาลอสจะหยุดยืนหน้าประตูหินสลักลวดลายประหลาดที่ปิดตายด้วยเถาวัลย์หนาทึบ หัวหน้าเผ่าท่องมนตร์บทสั้นๆ เสียงก้องกังวาน ประตูหินค่อยๆ แยกตัวออกพร้อมกับเสียงครูดคราดของหินผาที่เสียดสีกัน แต่ทว่า... สิ่งที่รออยู่หลังบานประตูนั้นไม่ใช่ห้องโถงลับของชนเผ่าอย่างที่ควรจะเป็น กลิ่นคาวเลือดที่สดใหม่โชยเตะจมูกทันทีที่รอยแยกของประตูเปิดกว้างพอให้ลมพัดผ่าน แสงไฟสีฟ้าสลัวจากคริสตัลเวทมนตร์ภายในห้องเผยให้เห็นร่างของเหล่านักรบชนเผ่าป่าหลายสพนอนจมกองเลือดอยู่บนพื้นหิน ศพทั้งหมดมีรอยแผลถูกเฉือนด้วยกระบี่เวทมนตร์ชั้นสูง—ร่องรอยการโจมตีที่คุ้นตาจนน่ากลัว คาลอสเบิกกว้างด้วยความตกใจ ร่างกำยำสั่นเทาเมื่อเห็นสหายร่วมรบคนสนิทนอนไร้ลมหายใจอยู่หน้าแท่นบูชา "เป็นไปไม่ได้... เขตอาคมป้องกันหนาแน่นที่สุด ทำไม..." เรนพุ่งตัวเข้าไปคุกเข่าลงข้างศพ มือหนาสัมผัสรอยแผลที่ยังมีความร้อนหลงเหลืออยู่ ก่อนจะหันขวับไปมองความมืดมิดเบื้องบนเพดานวิหารที่พังทลาย "พวกมันไม่ได้เพิ่งมา..." เรนเอ่ยเสียงลอดไรฟันด้วยความเย็นยะเยือก ดวงตาสีรัตติกาลหรี่แคบลงเมื่อตระหนักถึงความจริงอันโหดร้าย "พวกมันรอเราอยู่ที่นี่ตั้งนานแล้ว" ทันใดนั้น เสียงปรบมือช้าๆ และกังวานก็ดังสะท้อนก้องไปทั่วซากวิหารโบราณ จากเงาดำสนิทบนคานหินสูงชัน ร่างในชุดคลุมสีดำสนิทพร้อมหน้ากากโลหะรูปจันทร์เสี้ยวค่อยๆ ก้าวเดินออกมาอย่างสง่างาม ราวกับพญาคอยมองดูเหยื่อที่เดินเข้าสู่กรงขังด้วยความสมัครใจ "ยินดีต้อนรับสู่กับดัก... เรน วาลคีเรียส" เสียงหัวเราะเยือกเย็นดังลอดออกมาจากหน้ากากเหล็กนั้น พร้อมกับประกายแสงเวทมนตร์สีดำสนิทที่แผ่พุ่งออกมาจากฝ่ามือของมัน และเป้าหมายของคมดาบเวทมนตร์ดอกนั้น... พุ่งตรงมาที่คาร์ลอสที่ยืนอยู่ใกล้ที่สุดโดยไม่มีทางหลบเลี่ยง! *(โปรดติดตามตอนต่อไป)* --- ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านสมรภูมิและคราบน้ำตาแห่งเกียรติยศนี้ไปด้วยกันนะครับ - วาเลนเทียอัศวินมืด
สารจากนักเขียน (วาเลนเทียอัศวินมืด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศาสตราวิญญาณราชันย์เหล็ก: ปฐมบทอัศวินมืดแห่งสถาบันเวทมนตร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%