ศาสตราวิญญาณราชันย์เหล็ก: ปฐมบทอัศวินมืดแห่งสถาบันเวทมนตร์•ตอนที่ 43

การกลับมาของเรน

ผลงานโดย วาเลนเทียอัศวินมืด
กลิ่นคาวเลือดจางๆ ลอยอวลอยู่ในความมืดของโถงทางเดินชั้นใต้ดินของสถาบันเวทมนตร์—มันไม่ใช่กลิ่นที่ชวนให้คลื่นไส้ หากแต่เป็นกลิ่นอายดิบเถื่อนของเหล็กกล้าและพันธสัญญาโบราณที่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นด้วยชีวิต "หยุดฝีเท้าซะ คาร์ลอส" เสียงทุ้มต่ำที่เคยเจือความกระด้างในอดีต บัดนี้กลับราบเรียบแต่มั่นคงราวกับรากของขุนเขา เรน วาลคีเรียส ยกมือขึ้นขวางร่างของทายาทตระกูลฟอน อาร์ค เอาไว้ ดวงตาคมกริบภายใต้เงาหมวกคลุมศีรษะไม่ได้ฉายแววหวาดหวั่นแม้แต่น้อย มีเพียงประกายความนิ่งสงบดั่งผิวน้ำในคืนไร้จันทร์ คาร์ลอสชะงักฝีเท้าลงอย่างเสียไม่ได้ เขาหันมามองสหายร่วมเป็นร่วมตายที่เพิ่งหายตัวไปฝึกฝนอย่างไร้ร่องรอยนานนับสัปดาห์ รังสีอำมหิตที่แผ่อשอกมาจากตัวเรนในยามนี้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง มันไม่ใช่ความเกรี้ยวกราดของหมาป่าบาดแผลอีกต่อไป แต่มันคือความนิ่งสนิทของคมดาบที่ผ่านการตีซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนไร้รอยร้าว "เจ้า... ไปโดนอะไรมา เรน?" คาร์ลอสเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงระคนสงสัย พลางปรายตามองรอยแยกของอากาศที่ยังคงหลงเหลือไอความมืดอยู่เบื้องหน้า "ไอเวทมนตร์ตรงหน้าเราไม่ใช่เรื่องปรกติ ผنึกรูปกุญแจที่พวกมันใช้... กำลังกัดกินเขตอาคมของห้องเก็บศาสตราศักดิ์สิทธิ์" "ข้ารู้" เรนตอบสั้นๆ เขาก้าวล้ำขึ้นมาด้านหน้าหนึ่งก้าว มือเรียวหนายื่นออกไปแตะที่ด้ามจับของดาบเวทมนตร์ข้างเอว เสียงเหล็กเสียบสีกับปลอกดัง *กริ๊ก* เบาๆ แต่กลับทรงพลังพอที่จะสั่น "เจ้าเปลี่ยนไปนะ เรน" คาร์ลอสแค่นหัวเราะในลำคอเล็กน้อย แม้สถานการณ์จะคับขัน แต่เขากลับรู้สึกอุ่นใจอย่างประหลาดเมื่อมีชายคนนี้ยืนอยู่เคียงข้าง "ดูเหมือนการหายตัวไปครั้งนั้น จะไม่ได้ทำให้เจ้าอ่อนแอลงเลยสินะ" "ความอ่อนแอเป็นสิ่งฟุ่มเฟือยสำหรับคนที่ยังมีหนี้ต้องชำระ คาร์ลอส" เรนกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง สายตาคมกริบจดจ้องไปยังความมืดเบื้องหน้าที่เริ่มบิดเบี้ยว "และตอนนี้... เจ้าของรอยเลือดเมื่อครู่กำลังรอให้เราไปทวงถาม" สิ้นเสียงของเรน ไอความมืดมหาศาลก็พวยพุ่งทะลักออกมาจากรอยแยกรูปกุญแจ แรงดันวิญญาณระดับสูงกดทับจนแผ่นหินใต้ฝ่าเท้าแตกร้าวเป็นทางยาว เงาร่างสีดำทึบจำนวนสามร่างค่อยๆ ก้าวออกมาจากม่านหมอกควัน ดาบในมือของพวกมันอาบไปด้วยโลหิตสีดำสนิท เป็นอัศวินเงาที่ถูกสร้างขึ้นจากศาสตร์มืดต้องห้าม "ระวังตัวด้วย!" คาร์ลอสชักดาบประจำตระกูลออกมา ละอองแสงสีทองสว่างวาบขึ้นขับไล่ความมืดรอบตัว "พวกมันไม่ใช่หุ่นเชิดธรรมดา แรงกดดันนี่มัน... ระดับผู้พิทักษ์โบราณ!" เรนไม่ตอบคำถาม เขาเพียงแต่สูดลมหายใจเข้าลึก3 หลับตาลงชั่วพริบตา ภาพเหตุการณ์วันวาน ความเจ็บปวด และหยดเลือดที่หลั่งรินเพื่อแลกกับพลังในห้วงลึกแห่งจิตวิญญาณไหลย้อนเข้ามาในหัว แต่มันไม่ได้ทำให้เขาโกรธเกรี้ยวอีกต่อไป หากแต่มันหลอมรวมเป็นความเด็ดเดี่ยวที่มั่นคง เมื่อดวงตาสองข้างลืมขึ้นอีกครั้ง ประกายแสงสีฟ้าครามเข้มก็เปล่งประกายเจิดจ้าออกมาจากนัยน์ตา "ถอยไป คาร์ลอส..." เรนเอ่ยเบาๆ แต่เด็ดขาด "ทางนี้... ข้าจัดการเอง" พริบตาเดียว ร่างของเรนก็พุ่งหายไปจากจุดเดิมราวกับสายฟ้าแลบ ความเร็วของเขาเหนือกว่าเมื่อก่อนหลายเท่าตัว ดาบเวทมนตร์ในมือถูกหวาดตวัดออกเป็นวงโค้งที่สมบูรณ์แบบ เสียงโลหิตปะทะเหล็กดังสนั่นหวั่นไหว แรงสะเทือนจากการปะทะครั้งเดียวทำให้โถงทางเดินสั่นสะเทือนจนฝุ่นผงร่วงกราว อัศวินเงาร่างแรกไม่ทันแม้แต่จะยกดาบขึ้นป้องกัน ลำตัวของมันถูกตัดขาดเป็นสองท่อนด้วยวิถีดาบที่สะอาดและไร้ความปรานี ละอองวิญญาณสีดำสลายหายไปในอากาศทันทีอย่างไร้การต่อต้าน คาร์ลอสตาสว่างวาบด้วยความตกตะลึง *วิชาดาบนั่น... มันไม่ใช่กระบวนท่าของทหารรับจ้างทั่วไป แต่มันคือวิชาสายอัศวินศักดิ์สิทธิ์ขั้นสูงที่ผสานเข้ากับจิตวิญญาณด้านมืด! เรนฝึกฝนอะไรมากันแน่ในช่วงเวลาสั้นๆ นั้น?* แต่อัศวินเงาอีกสองร่างไม่ได้หยุดรอให้พวกเขาได้พักหายใจ พวกมันประสานเสียงคำรามก้องพร้อมกัน พุ่งเข้าโจมตีประกบจากซ้ายและขวาด้วยความเร็วสูง หมายจะฉีกร่างของเรนเป็นชิ้นๆ เรนพ่นลมหายใจออกทางจมูกอย่างเยือกเย็น เขาก้าวเท้าสลับตำแหน่งอย่างแม่นยำ หลบคมดาบที่เฉียดผ่านใบหูไปเพียงไม่กี่มิลลิเมตร ก่อนจะหมุนตัวฟาดฟันสวนกลับด้วยพละกำลังทั้งหมดที่มี *เปรี้ยง!* ประกายไฟจากการปะทะสว่างวาบดั่งดวงดาวในยามวิกาล แรงปะทะสะท้อนกลับจนแขนของเรชาชาไปหมด แต่เขากัดฟันกรอด ขμεกแรงใจทั้งหมดกดดันพลังวิญญาณในร่างให้ระเบิดออกมา ดาบเวทมนตร์อาบด้วยเปลวเพลิงสีครามที่ลุกโชนขึ้นอย่างรุนแรง "จงสลายไป... เงาแห่งอดีตที่ไร้ตัวตน!" เรนคำรามลั่น แรงเหวี่ยงครั้งสุดท้ายผสานกับพลังใจอันเด็ดเดี่ยว กวาดล้างอัศวินเงาทั้งสองร่างให้แตกสลายกลายเป็นเถ้าถธุลีในพริบตา ความเงียบงันกลับมาเยือนโถงทางเดินอีกครั้ง มีเพียงเสียงหอบหายใจเบาๆ ของเรนที่ยืนหยัดอยู่ท่ามกลางควันจางๆ คาร์ลอสเดินเข้าไปใกล้สหาย พลางตบไหล่หนาเบาๆ ด้วยความชื่นชม "เจ้าพัฒนาขึ้นจนน่ากลัวเลยนะ เรน... แบบนี้ข้าคงต้องพยายามให้มากกว่านี้แล้ว มิฉะนั้นคงโดนเจ้าทิ้งไว้ข้างหลังแน่ๆ" เรนเก็บดาบเข้าฝัก สีหน้ายังคงราบเรียบเช่นเดิม แม้ชัยชนะจะอยู่ตรงหน้า แต่สัญชาตญาณของเขากลับบอกว่าเรื่องราวยังไม่จบเพียงเท่านี้ "อย่าเพิ่งวางใจไป คาร์ลอส" เรนเอ่ยเตือน เสียงของเขาต่ำลงจนแทบจะเป็นเสียงกระซิบ "ประตูนั่น..." เขามองตรงไปยังบานประตูเหล็กกล้าโบราณของห้องเก็บศาสตราศักดิ์สิทธิ์ ที่บัดนี้สลักด้วยอักขระเวทมนตร์สีเลือดแปลกประหลาด และตรงใจกลางประตูกลับมีรอยมือปริมาณหนึ่งทาบอยู่ พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่ดังสะท้อนก้องมาจากด้านใน *แปะ... แปะ... แปะ...* เสียงปรบมือช้าๆ ดังขึ้นจากความมืดมิดเบื้องหลังประตูบานนั้น ราวกับมีใครบางคนกำลังรอต้อนรับการมาเยือนของพวกเขาอยู่ก่อนแล้ว "ยอดเยี่ยมมาก... สมกับที่เป็นทายาทสายเลือดกบฏ" เสียงแหบพร่าแต่เต็มไปด้วยอำนาจลึกลับดังลอดออกมา "เจ้าเติบโตขึ้นมากจริงๆ เรน วาลคีเรียส... แต่กุญแจดอกสุดท้ายที่เจ้าถืออยู่ มันยังไม่พอที่จะเปิดความลับทั้งหมดหรอกนะ" เรนและคาร์ลอสชะงักกึก ดวงตาของเรนเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อตระหนักได้ว่าเสียงนั้นคือใคร ร่างของบุคคลลึกลับในผ้าคลุมสีเทาเข้มค่อยๆ ก้าวทะลุผ่านประตูเหล็กหนาออกมา ราวกับประตูนั้นเป็นเพียงแค่ม่านหมองบางๆ และสิ่งที่เขาถืออยู่ในมือซ้าย... คือผนึกเวทมนตร์แท้จริงที่สถาบันตามหามาตลอด ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหน้ากระดาษแห่งความมืดและแสงสว่างนี้ด้วยกันครับ - วาเลนเทียอัศวินมืด -
สารจากนักเขียน (วาเลนเทียอัศวินมืด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศาสตราวิญญาณราชันย์เหล็ก: ปฐมบทอัศวินมืดแห่งสถาบันเวทมนตร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%