“ขยับไปทางซ้ายอีกนิดคาร์ลอส... ถ้านายไม่อยากให้กระบี่ที่ซ่อนอยู่ใต้สูทนั่นครูดกับสีข้างจนเสียบุคลิก”
เรนกระซิบเสียงต่ำพลางจัดปกเสื้อเชิ้ตของตนเอง สายตาของเขาไม่ได้จับจ้องไปที่คู่เต้นรำหรือเหล้าองุ่นเลิศรสในมือ แต่กำลังกวาดมองไปทั่วโถงจัดเลี้ยงขนาดมหึมาของสถาบันเวทมนตร์ ภายใต้แสงไฟระย้าที่ส่องประกายวับวาว ความรู้สึกเจ็บแปลบที่หัวใจจากเหตุการณ์เมื่อครู่ยังคงตกค้างอยู่ราวกับเข็มพิษที่ปักคาเอาไว้ แต่นี่ไม่ใช่เวลาที่จะมาครุ่นคิดเรื่องวิญญาณของตัวเอง
คาร์ลอส ฟอน อาร์ค สูดลมหายใจลึก เขาอยู่ในชุดทักซิโด้สีน้ำเงินเข้มที่ดูสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ ทว่าแววตาของเขากลับเต็มไปด้วยความระแวดระวัง “นายสัมผัสได้ใช่ไหม เรน? บรรยากาศในนี้... มันผิดปกติเกินไป กลิ่นไอเวทมนตร์ที่หนาแน่นจนน่าอึดอัด กลิ่นของเหล็กเย็นและเลือดที่เจือจางอยู่ในอากาศ”
“กลิ่นความตายครับ” เรนตอบสั้นๆ “พวกมันไม่ได้มาเพื่อดื่มฉลอง พวกมันมาเพื่อล่า”
งานเต้นรำประจำปีที่ควรจะเป็นการเฉลิมฉลองชัยชนะแห่งการศึกษา บัดนี้กลับกลายเป็นกับดักที่ถูกจัดวางไว้อย่างประณีต เรนมองผ่านฝูงชนที่กำลังเริงระบำ เหล่าบุตรหลานขุนนางผู้สูงศักดิ์ดูช่างไร้เดียงสาในสายตาของอดีตทหารรับจ้างเช่นเขา พวกเขาไม่รู้เลยว่าภายใต้หน้ากากแฟนซีที่สวมใส่ มีความมุ่งร้ายที่ซ่อนเร้นอยู่
เรนขยับตัวก้าวเดินไปตามจังหวะดนตรีที่เร่งเร้าขึ้น ทุกย่างก้าวของเขามั่นคงและเงียบเชียบ สัญชาตญาณของนักฆ่าบอกเขาว่าเป้าหมายอยู่ใกล้แค่เอื้อม
“ดูนั่น” คาร์ลอสส่งสัญญาณด้วยสายตาไปยังบริกรหนุ่มที่กำลังเดินถือถาดแชมเปญผ่านกลุ่มนักเรียนหญิงไป ท่าเดินของเขาดูแข็งทื่อเกินไป มือที่ประคองถาดไม่ได้สั่นไหวแม้แต่น้อยราวกับถูกบังคับด้วยกลไกบางอย่าง และที่สำคัญที่สุด... ดวงตาของบริกรคนนั้นไม่มีประกายของชีวิต มันว่างเปล่าราวกับหลุมศพ
“หุ่นเชิดเวทมนตร์งั้นรึ?” เรนพึมพำ
“ไม่... นั่นมัน 'นักฆ่าเงาดำ' พวกมันไม่ได้ถูกเชิดด้วยเวท แต่มันถูกลบตัวตนทิ้งจนกลายเป็นเพียงอาวุธที่มีเนื้อหนัง” คาร์ลอสกัดฟันแน่น มือของเขาเอื้อมไปแตะด้ามดาบที่ซ่อนอยู่ใต้เสื้อนอกโดยอัตโนมัติ
จังหวะเพลงวอลซ์เปลี่ยนเป็นท่วงทำนองที่ดุดันขึ้น ทันใดนั้น ไฟในโถงใหญ่ก็ดับพรึ่บลงท่ามกลางเสียงกรีดร้องของเหล่าคุณหนูผู้สูงศักดิ์ ความมืดมิดเข้าปกคลุมพื้นที่ชั่วขณะ เรนไม่รอช้า เขาพุ่งตัวผ่านฝูงชนที่ตื่นตระหนกด้วยความเร็วที่เหนือมนุษย์
*เคร้ง!*
เสียงเหล็กกระทบกันดังสนั่นก้องโถง เรนใช้สันมือปัดมีดสั้นอาบยาพิษที่พุ่งเข้าใส่ลำคอของอาจารย์ใหญ่ที่นั่งอยู่ในที่ประทับออกไปได้ทันท่วงที ประกายไฟแลบออกจากคมดาบที่เรนคว้าออกมาจากอากาศด้วยทักษะการต่อสู้ที่ฝึกฝนมานับทศวรรษ
“ทุกคนหมอบลง!” เรนตะโกนก้อง เสียงของเขาเฉียบขาดและเต็มไปด้วยอำนาจสั่งการราวกับแม่ทัพในสนามรบ
แสงไฟเวทมนตร์ถูกจุดขึ้นอีกครั้งโดยเหล่าอาจารย์ แต่ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้ากลับทำให้ทุกคนต้องหยุดหายใจ บริกรนับสิบคนในงานได้ฉีกกระชากชุดที่สวมใส่ทิ้ง เผยให้เห็นรอยสักสีแดงฉานบนผิวหนังที่แผ่ไอความร้อนออกมาเหมือนเหล็กเผาไฟ พวกมันคือมือสังหารที่ถูกดัดแปลงร่างกายด้วยวิชาต้องห้าม
คาร์ลอสกระโจนเข้าหาศัตรูที่อยู่ใกล้ที่สุด กระบี่เลเซอร์ของเขาแผ่รัศมีสีทองเจิดจ้า ฟาดฟันผ่านร่างของมือสังหารคนหนึ่งจนล้มลงไป แต่มันกลับลุกขึ้นมาใหม่ได้ในทันทีด้วยร่างกายที่สมานแผลได้อย่างรวดเร็ว
“พวกมันมีเกราะเวทมนตร์!” คาร์ลอสสบถ “การโจมตีทางกายภาพทำอะไรพวกมันไม่ได้เลย!”
เรนกัดฟันกรอด ความเจ็บปวดที่หัวใจแล่นริ้วขึ้นมาอีกครั้ง คล้ายกับว่าวิญญาณในร่างเขากำลังเรียกร้องให้ปลดปล่อยพลังบางอย่างออกมา เขาไม่มีเวลาคิดถึงผลกระทบที่จะตามมา เขาพุ่งเข้าหาใจกลางของกลุ่มมือสังหาร สายตาจ้องเขม็งไปยังชายสวมหน้ากากนกฮูกที่ยืนอยู่บนระเบียงชั้นสอง ชายคนนั้นคือหัวหน้าของกลุ่มผู้บุกรุก
“เป้าหมายอยู่ที่นั่น” เรนคำรามพลางคว้าดาบเล่มโปรดขึ้นมา ถ่ายโอนกระแสเวทมนตร์สีดำสนิทเข้าสู่ตัวดาบ ใบดาบที่เคยเป็นเหล็กธรรมดาบัดนี้กลับกลายเป็นอาวุธศักดิ์สิทธิ์ที่ห่อหุ้มด้วยเปลวเพลิงแห่งวิญญาณ
เขากระโดดขึ้นสูงเหนือพื้นดิน ร่างของเขากลายเป็นเงาสีดำที่พุ่งผ่านกลุ่มมือสังหารไปอย่างรวดเร็ว ทุกร่างที่เขาเฉียดผ่านต่างแยกออกเป็นสองส่วนพร้อมกับรอยแผลที่ถูกแผดเผาด้วยไฟเวทมนตร์สีดำ ไม่มีการฟื้นคืนชีพอีกต่อไปสำหรับพวกมัน
เรนพุ่งถึงตัวชายหน้ากากนกฮูกด้วยความเร็วที่ไม่อาจมองเห็นได้ทัน ชายคนนั้นหัวเราะเบาๆ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ทำเอาหัวใจของเรนแทบหยุดเต้น
“เจ้าทำได้ดีมาก... เรน วาลคีเรียส... แต่เจ้าลืมไปแล้วหรือว่า 'กุญแจ' ที่อยู่ในอกเจ้าน่ะ มันไม่ได้มีไว้เพื่อปกป้องใคร แต่มีไว้เพื่อทำลายทุกอย่างที่เจ้าห่วงใยต่างหาก”
สิ้นคำพูด ชายสวมหน้ากากก็ปลดปล่อยพลังเวทมนตร์สีเลือดพุ่งเข้าใส่หน้าอกของเรนโดยตรง ความเจ็บปวดมหาศาลถาโถมเข้ามาดั่งคลื่นยักษ์ เรนทรุดลงกับพื้น ดาบในมือสั่นสะท้านอย่างรุนแรง ภาพตรงหน้าเริ่มพร่าเลือน แต่สิ่งที่เขามองเห็นได้ชัดเจนที่สุด คือเงาของตัวเองที่กำลังลุกขึ้นยืนในความมืด... เงาที่ไม่ได้ขยับตามร่างของเขา แต่มันกำลังแยกตัวออกมาจากแผ่นหลังพร้อมกับรอยยิ้มที่ชั่วร้ายที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็นมา
เรนเบิกตากว้างเมื่อเห็นเงาของตัวเองก้าวเดินไปหาคาร์ลอสที่กำลังหันหลังให้ พร้อมกับคมมีดสีดำที่งอกออกมาจากนิ้วของเงาตนนั้น!
ขอให้ทุกท่านร่วมลุ้นไปกับชะตากรรมของเรนในตอนต่อไปนะครับ ผมวาเลนเทียอัศวินมืดขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามอย่างยิ่งครับ
ศาสตราวิญญาณราชันย์เหล็ก: ปฐมบทอัศวินมืดแห่งสถาบันเวทมนตร์•ตอนที่ 21
ภัยคุกคามในงานเลี้ยง
ผลงานโดย วาเลนเทียอัศวินมืด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (วาเลนเทียอัศวินมืด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศาสตราวิญญาณราชันย์เหล็ก: ปฐมบทอัศวินมืดแห่งสถาบันเวทมนตร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!