ศาสตราวิญญาณราชันย์เหล็ก: ปฐมบทอัศวินมืดแห่งสถาบันเวทมนตร์•ตอนที่ 34

สติสัมปชัญญะ

ผลงานโดย วาเลนเทียอัศวินมืด
"อย่าปล่อยให้กลิ่นอายความมืดกลืนกินจิตวิญญาณนายไปมากกว่านี้, เรน!" น้ำเสียงของคาร์ลอสไม่ได้ราบเรียบเหมือนยามปกติ มันเจือไปด้วยความร้อนรนและแรงกดดันจากพลังเวตระดับสูงที่แผ่พุ่งออกมาจากแหวนตราประจำตระกูลฟอน อาร์ค รอบตัวเรนเวลานี้ถูกห่อหุ้มด้วยหมอกควันสีดำทมิฬ—ผลพวงจากการฝืนใช้ศาสตราวิญญาณราชันย์เหล็กเกินขีดจำกัดจนมานาในร่างกายตีกลับ ดวงตาข้างหนึ่งของเรนเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานราวกับสัตว์ป่ากระหายเลือด สติสัมปชัญญะของอดีตทหารรับจ้างกำลังเลือนรางลงทุกขณะ ภายใต้จิตใต้สำนึก เสียงกระซิบจากอดีตอันเจ็บปวดกำลังกัดกินหัวใจเขาให้จมดิ่งสู่หุบเหวแห่งความแค้น เรนหอบหายใจหนักหน่วง เม็ดเหงื่อกาฬไหลโทรมหน้าผาก ดาบเวทมนตร์ในมือสั่นระริกราวกับมีชีวิต มันพยายามจะกลืนกินผู้เป็นนายให้กลายเป็นทาสรับใช้ของศาสตรา "ถอยไป... คาร์ลอส..." เสียงของเรนแหบพร่า ร่างกายสั่นเทาจากการต่อสู้ภายใน "นายก็รู้ว่าถ้าฉันควบคุมมันไม่ได้... ฉันจะ..." "ฉันไม่สนใจกฎเกณฑ์บ้าบออะไรทั้งนั้น!" คาร์ลอสตัดบทด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด นัยน์ตาคมกริบของทายาทขุนนานจ้องมองตรงมายังสหายร่วมรบอย่างไม่หลบเลี่ยง เขาก้าวเท้าเข้ามาประชิดในระยะที่อันตรายที่สุด แม้ปลายดาบสีนิลของเรนจะจ่ออยู่ตรงอกเสื้อของตนเองก็ตาม "นายเคยช่วยชีวิตฉันไว้ที่สนามประลองเวตเขตแดนใต้ นายเคยบอกฉันว่ามิตรภาพของลูกผู้ชายคือการเอาชีวิตเข้าแลก... ตอนนี้ ถึงตาฉันต้องทวงคืนสัญญานั้นแล้ว เรน!" ระบบแจ้งเตือนสีแดงฉานปรากฏขึ้นในห้วงความคิดของเรน ทว่าเขากลับมองเห็นมันเป็นเพียงภาพเบลอ *[คำเตือน: จิตวิญญาณผู้ใช้กำลังเข้าสู่ภาวะวิกฤต (Corruption Rate: 89%)]* *[ระบบแนะนำ: ทำการตัดขาดการเชื่อมต่อกับศาสตราวิญญาณทันที มิฉะนั้นสมองส่วนกลางจะได้รับความเสียหายถาวร]* "สมองเสียหายเหรอ... หึ ช่างมันปะไร" เรนกัดฟันกรอดจนเลือดซึมออกจากมุมปาก เขารู้ดีว่าหากตัดการเชื่อมตอนนี้ พลังที่สะสมมาทั้งหมดจะย้อนกลับมาทำลายเส้นوมานาจนพิการไปตลอดชีวิต แต่นั่นยังไม่น่ากลัวเท่ากับการที่เขาจะกลายเป็นปีศาจคลั่งที่แม้แต่พวกพ้องก็จำไม่ได้ คาร์ลอสไม่รอให้เรนตัดสินใจ มือขวาของขุนหนุ่มตระกูลใหญ่ประสานอินทร์คาถาบทโบราณ—*'มนตร์ชำระจิตปฐพี' (Earthen Purification)* เป็นเวทมนตร์ระดับสูงที่หาได้ยากใน108บทเรียนพื้นฐานของสถาบัน มันไม่ใช่เวทโจมตี แต่เป็นเวทสนับสนุนที่ใช้พลังมานาบริสุทธิ์กดทับจิตสังหารและดึงสติของผู้ใช้ให้กลับคืนสู่ร่างเนื้อ แสงสีทองนวลตาพวยพุ่งจากฝ่ามือของคาร์ลอส แผ่ซ่านเข้าสู่แผ่นหลังและหัวใจของเรน ความรู้สึกเย็นวาบราวกับสายธารบริสุทธิ์ไหลผ่านเส้นโลหิต ช่วยบรรเทาความร้อนรุ่มจากพิษของศาสตราวิญญาณลงได้ในชั่วพริบตา "ตั้งสติซะ เรน! นายไม่ใช่เครื่องมือแก้แค้นของใคร นายคือเรน วาลคีเรียส... อัศวินมืดผู้ปกป้องสถาบันแห่งนี้!" เสียงคำรามของคาร์ลอสเปรียบเสมือนค้อนเหล็กที่ทุบลงบนทั่งแห่งสติสัมปชัญญะ เรนสะท้านเฮือก ดวงตาสีแดงฉานค่อยๆ กลับมาเป็นสีดำสนิทตามเดิม หมอกควันสีดำที่พวยพุ่งรอบตัวมลายหายไปในอากาศ เหลือเพียงร่างที่ทรุดฮวบลงคุกเข่ากับพื้นหินอ่อนของห้องโถงวิจัยใต้ดิน แฮ่ก... แฮ่ก... เรนหอบหายใจโกยกอบอากาศเข้าปอดอย่างกระหาย ดวงตาสะท้อนภาพเพื่อนสนิทที่ยืนค้ำหัวอยู่ตรงหน้าด้วยสีหน้าโล่งอกแต่ยังคงความเคร่งขรึม "นาย... ทำบ้าอะไรลงรู้ตัวบ้างไหม" เรนเค้นเสียงออกมาทีละคำ พลางใช้ดาบปักยันพื้นไว้เพื่อไม่ให้ล้มลง "เวทมนตร์บทนั้น... มันผลาญมานาในตัวนายไปเกือบหมดไม่ใช่หรือไง" คาร์ลอสถอนหายใจยาวเหยียด ก่อนจะเก็บแหวนตราประจำตระกูลที่ยังหลงเหลือไอเวทจางๆ เข้าไปในกระเป๋าเสื้อ เขาเหยียดมือข้างหนึ่งออกไปเบื้องหน้า เพื่อดึงสหายให้ลุกขึ้นยืน "ถ้าฉันไม่ทำ นายก็คงกลายเป็นเศษซากเนื้อที่ถูกดาบเล่มนั้นสูบวิญญาณไปแล้ว... และบอกตามตรงนะ เรน การไม่มีนายคอยช่วยวางแผนในวิชาคาถาประยุกต์ มันทำให้ฉันต้องทำงานหนักเป็นสองเท่า ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ารำคาญใจยิ่งกว่าการสูญเสียมานาซะอีก" คาร์ลอสกล่าวด้วยน้ำเสียงติดตลกเล็กน้อยเพื่อลดความตึงเครียดในบรรยากาศ แม้ใบหน้าจะยังคงเรียบตึงตามแบบฉบับขุนหนูผู้เคร่งครัดก็ตาม เรนแค่นหัวเราะในลำคอ ยอมยื่นมือไปจับแขนของคาร์ลอสแล้วดึงตัวเองให้ลุกขึ้นยืนอย่างมั่นคง ความเจ็บปวดจากการสะท้อนกลับของมานายังคงแล่นแปลบไปตามข้อต่อ แต่สติสัมปชัญญะของเขากลับคืนมาเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์แล้ว "ขอบใจ... คาร์ลอส" เรนเอ่ยสั้นๆ แต่หนักแน่น น้ำเสียงเจือความซาบซึ้งที่ไม่อาจเอ่ยบรรยายออกมาเป็นคำพูดทั้งหมด "ฉันติดหนี้ชีวิตนายอีกครั้งแล้ว" "เก็บดอกเบี้ยไว้ทบตอนสอบปลายภาคก็แล้วกัน" คาร์ลอสตอบรับด้วยรอยยิ้มมุมปากที่นานๆ ครั้งจะปรากฏให้เห็น ทว่า ในจังหวะที่บรรยากาศระหว่างสองสหายกำลังผ่อนคลายลง เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบก็ดังขึ้นจากทางเดินมืดมิดเบื้องล่าง บรรยากาศรอบตัวพลันเปลี่ยนเป็นหนทึบและเย็นเยียบจนน่าขนลุก ไอมานาอันชั่วร้ายที่เข้มข้นกว่าตอนที่เรนเกือบสูญเสียการควบคุมนับร้อยเท่ากำลังคืบคลานเข้ามาใกล้เรนและคาร์ลอสทีละน้อย *[แจ้งเตือนฉุกเฉินระดับสูงสุด: ตรวจพบการปลุกชีพของ 'ศาสตราวิญญาณบรรพกาล' ในเขตหวงห้ามชั้นที่ 4]* *[คำเตือน: สิ่งที่กำลังลืมตาตื่นขึ้น ไม่ใช่แค่วิญญาณอาฆาต... แต่มันคือผู้สร้างศาสตราที่แท้จริง]* เรนหันขวับไปมองเบื้องล่างทันที ดาบเวทมนตร์ในมือสั่นสะท้านอีกครั้ง แต่มันไม่ใช่การต่อต้านเช่นเมื่อครู่... มันคืออาการ 'หวาดกลัว' เงาร่างมหึมาที่สวมเกราะเหล็กสีดำสนิทและถือเคียวขนาดยักษ์ค่อยๆ ก้าวพ้นความมืดออกมา ดวงตาสีฟ้าครามใต้หมวกเหล็กคู่นั้นจ้องมองตรงมาที่เรน พร้อมกับเสียงหัวเราะแหבריส์ที่สะท้อนก้องในหัวของพวกเขาทั้งสองคน "ในที่สุด... ก็มีเหยื่อผู้มีคุณสมบัติพอจะสวมใส่ร่างนี้เดินเข้ามาถึงที่สินะ..." ขอบพระคุณทุกท่านที่ยังคงติดตามและร่วมเดินหน้าฝ่าฟันความมืดมิดนี้ไปด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
สารจากนักเขียน (วาเลนเทียอัศวินมืด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศาสตราวิญญาณราชันย์เหล็ก: ปฐมบทอัศวินมืดแห่งสถาบันเวทมนตร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%