ศาสตราวิญญาณราชันย์เหล็ก: ปฐมบทอัศวินมืดแห่งสถาบันเวทมนตร์•ตอนที่ 33

ความโกรธที่ควบคุมไม่อยู่

ผลงานโดย วาเลนเทียอัศวินมืด
“อย่าขยับ... ถ้าไม่อยากให้หัวใจของแกกลายเป็นรูพรุนไปมากกว่านี้ คาร์ลอส” น้ำเสียงของเรนแหบพร่าและต่ำลึกจนแทบฟังไม่ได้ว่าเป็นเสียงมนุษย์ นัยน์ตาสีเทาหม่นที่เคยนิ่งสงบดั่งผิวน้ำในยามค่ำคืน บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานดั่งโลหิตที่เพิ่งไหลรินจากคมดาบ เส้นเลือดดำปูดโปนขึ้นตามกรอบหน้าและลำคอราวกับเถาวัลย์พิษที่กำลังรัดรึงชีวิตของเขาไว้ รอบกายเรน อากาศสั่นไหวอย่างรุนแรง ไอหมอกสีทมิฬพวยพุ่งออกมาจากร่างกายราวกับเปลวเพลิงที่ไร้ความร้อน มันกัดกินพื้นหินอ่อนของโถงฝึกซ้อมจนแตกร้าวเป็นรอยไหม้เกรียม คาร์ลอส ฟอน อาร์ค ยืนหอบหายใจอยู่ห่างออกไปเพียงสามก้าว มือข้างที่ถือดาบศักดิ์สิทธิ์สั่นระริก เลือดไหลซึมจากบาดแผลที่ไหล่ขวาชโลมชุดยูนิฟอร์มสีขาวบริสุทธิ์จนกลายเป็นสีแดงชาด “เรน... ตั้งสติหน่อย!” คาร์ลอสตะโกนลั่น เสียงของเขาสั่นเครือแต่ยังคงความเด็ดเดี่ยว “แกกำลังจะสูญเสียตัวตนไปนะ! สิ่งที่แกกำลังถืออยู่ในมือ... มันไม่ใช่ศาสตราเวทมนตร์ แต่มันคือคำสาปที่พร้อมจะดูดกลืนวิญญาณของแกไปตลอดกาล!” เรนแค่นหัวเราะ เสียงหัวเราะที่ฟังดูขมขื่นและเต็มไปด้วยความเคียดแค้น “ความแค้นที่ฉันแบกไว้... มันมากเกินกว่าที่หัวใจมนุษย์จะทนไหว คาร์ลอส แกเป็นลูกขุนนาง แกจะไปเข้าใจอะไร? แกไม่เคยเห็นพรรคพวกของตัวเองถูกพวกอัศวินศักดิ์สิทธิ์เชือดคอเหมือนหมูเหมือนหมา!” เรนก้าวเท้าเดินเข้ามาหาช้าๆ ทุกย่างก้าวที่เขาวางเท้า พื้นหินสั่นสะเทือน ดาบในมือของเขาเริ่มแผ่รังสีสีดำทมิฬที่บิดเบี้ยว มันไม่ใช่พลังเวทมนตร์ของสถาบัน แต่เป็นพลังที่เก่าแก่กว่าและน่าสะพรึงกลัวกว่าหลายเท่าตัว “ฉันไม่ได้บอกว่าฉันเข้าใจความเจ็บปวดของแก แต่ถ้าแกปล่อยให้ความโกรธนำทางแบบนี้ แกก็ไม่ต่างอะไรกับพวกอัศวินที่แกเกลียดชัง!” คาร์ลอสปักดาบลงกับพื้น แล้วก้าวเข้ามาข้างหน้าโดยไม่ป้องกันตัว “ฆ่าฉันสิ ถ้าความตายของฉันมันทำให้แกหายแค้นได้ แต่จำไว้ว่า... ถ้าแกทำแบบนั้น เรน วาลคีเรียสที่ฉันนับถือ ก็ได้ตายไปตั้งแต่วินาทีนี้แล้ว” เรนชะงัก ดาบสีดำในมือของเขาสั่นไหวอย่างรุนแรง ใบหน้าของเขาบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดจากการต่อสู้ภายใน แววตาสีแดงฉานวูบไหวราวกับเปลวเทียนที่กำลังจะดับ ความทรงจำอันโหดร้ายในช่วงเวลาที่เขาเป็นทหารรับจ้างไหลบ่าเข้ามาประหนึ่งเขื่อนแตก ทั้งกลิ่นคาวเลือด เสียงกรีดร้องของเพื่อนพ้อง และความว่างเปล่าที่คอยกัดกินจิตใจ *‘ฆ่ามัน... สังหารผู้ที่ขวางทางเจ้า...’* เสียงกระซิบปีศาจดังก้องอยู่ในหัวของเรน มันเย้ายวนและทรงพลัง “หุบปาก...” เรนกัดฟันแน่น จนเลือดไหลซึมออกมาจากมุมปาก “เรน! ฟังเสียงของฉัน!” คาร์ลอสคว้าไหล่ของเรนไว้แน่น แม้จะรู้ว่าพลังมืดนั้นกำลังแผดเผาผิวหนังของเขาจนเกิดรอยไหม้ “แกไม่ใช่เครื่องจักรสังหาร! แกคือเรน คนที่เคยแบ่งปันขนมปังแห้งๆ ให้ฉันในค่ำคืนที่หิมะตก! แกคือคนที่มีหัวใจ!” ไอทมิฬรอบตัวเรนพุ่งเข้าปะทะกับคาร์ลอสจนอีกฝ่ายกระเด็นถลากลับไปชนกับผนังห้องจนเสียงดังสนั่น แต่คาร์ลอสก็ยังฝืนพยุงตัวขึ้นมา แววตาของเขาไม่มีความหวาดกลัว มีเพียงความเห็นอกเห็นใจที่ซื่อตรง เรนยืนนิ่งอยู่กลางโถง ร่างกายสั่นสะท้าน เขามองดูมือของตัวเองที่กำลังเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทราวกับความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามา ความโกรธที่เคยปะทุเหมือนภูเขาไฟเริ่มถูกกดทับด้วยความรู้สึกผิดและมโนธรรมที่ยังคงหลงเหลืออยู่เพียงน้อยนิด “ฉัน... กำลังทำอะไรอยู่...” เรนพึมพำ น้ำตาหยดหนึ่งไหลผ่านรอยเลือดบนใบหน้า ทันใดนั้นเอง บรรยากาศภายในโถงฝึกซ้อมกลับเงียบสนิทลงอย่างน่าประหลาด เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและเชื่องช้าดังขึ้นมาจากความมืดด้านหลังประตูห้องโถงที่ควรจะถูกปิดตายเอาไว้ ร่างของชายชราในชุดคลุมสีเทาเข้มผู้เป็นอาจารย์ใหญ่ก้าวออกมาจากเงามืด นัยน์ตาของเขามองมาที่เรนด้วยความผิดหวังปนความวิตกอย่างปิดไม่มิด มือที่เหี่ยวย่นของเขายกขึ้น สะบัดเบาๆ ม่านพลังเวทมนตร์ชั้นสูงก็คลุมร่างของเรนไว้ เพื่อกักขังพลังมืดไม่ให้รั่วไหลออกไปมากกว่านี้ “เจ้าพลาดแล้ว เรน วาลคีเรียส” อาจารย์ใหญ่เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแต่เย็นยะเยือก “เจ้าเปิดประตูบานนั้นด้วยความแค้น... และตอนนี้ สิ่งที่อยู่หลังประตูบานนั้น ก็ได้เลือกเจ้าเป็นภาชนะแล้ว” ก่อนที่เรนจะทันได้ตอบโต้ ผนังห้องโถงด้านหนึ่งก็ระเบิดออกด้วยแรงระเบิดมหาศาล เศษหินกระจัดกระจายไปทั่วทิศทาง พร้อมกับการปรากฏตัวของบุรุษในชุดเกราะสีเงินวาววับที่สลักลวดลายตระกูลอัศวินศักดิ์สิทธิ์ที่เรนเกลียดชังที่สุด บุรุษผู้นั้นก้าวเข้ามาด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยเลศนัย ก่อนจะปักธงสัญลักษณ์แห่งกองอัศวินกางเขนดำลงบนพื้นหิน “เราได้รับรายงานว่ามีสัตว์ร้ายหลุดออกมาจากนรก... ดูเหมือนข่าวลือจะเป็นจริงสินะ ว่าเจ้าคือจุดกำเนิดของหายนะครั้งใหม่ของอาณาจักรนี้” เรนเงยหน้าขึ้น ดวงตาสีแดงฉานจ้องมองผู้มาเยือนด้วยจิตสังหารที่ทวีคูณยิ่งกว่าเก่า ในขณะที่ดาบสีดำในมือของเขากลับส่องประกายวาวโรจน์เหมือนกำลังยินดีที่จะได้ลิ้มรสโลหิตของเป้าหมายที่แท้จริง นี่คือเส้นทางที่เขาเลือก... หรือนี่คือโชคชะตาที่ถูกกำหนดไว้ตั้งแต่วันที่เขาหยิบดาบเล่มนี้ขึ้นมากันแน่? ขอบพระคุณทุกท่านที่ยังคงยืนหยัดเคียงข้างผมในความมืดมิดของนิยายเรื่องนี้ และร่วมเดินทางไปกับผมจนถึงตอนนี้ครับ
สารจากนักเขียน (วาเลนเทียอัศวินมืด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศาสตราวิญญาณราชันย์เหล็ก: ปฐมบทอัศวินมืดแห่งสถาบันเวทมนตร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%