เศรษฐีตกอับกับระบบช็อตฟีลตัวจี๊ด•ตอนที่ 18

ความหวังครั้งใหม่ของธุรกิจ

ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
"ถ้าคุณยังเอาเวลาสามชั่วโมงไปนั่งเลือกมุมถ่ายรูปไอแพดกับกระถางต้นไม้ในออฟฟิศอีก โปรเจกต์กู้บริษัทที่เราวางแผนกันไว้ คงได้กลายเป็นโปรเจกต์กู้ชีพคุณแทนแน่ครับ ธันวา" เสียงหวานปนเย็นชาของรินรดาดังขึ้นท่ามกลางความเงียบของห้องประชุมขนาดกลาง เอกสารงบการเงินนับร้อยหน้าถูกรวบรวมและเคาะลงกับโต๊ะกระจกเสียงดังสนั่น เธอสวมชุดสูทสีเทาเข้มเข้ารูป ผมยาวสลวยรวบตึงเผยให้เห็นลำคอระหงและใบหน้าที่เรียบนิ่งราวกับรูปปั้นน้ำแข็ง แต่หากสังเกตให้ดีที่หางตาของเธอกำลังกระตุกเล็กน้อยด้วยความเหนื่อยหน่าย ธันวา ในชุดสูทสีชมพูพาสเทลปักเลื่อมรูปแมวเหมียวที่กำลังกระพริบตาได้ กลับไม่ได้สะท้านสะเทือนต่อคำขู่ของคู่หมั้นสาวเลยแม้แต่น้อย เขากำลังบรรจงใช้แปรงแต่งหน้าขนนุ่มปัดฝุ่นละอองที่ไม่มีอยู่จริงบนปกเสื้อของตัวเองอย่างใจเย็น ก่อนจะเงยหน้าขึ้นส่งยิ้มพริ้มเพราให้ทนายสาวคนเก่ง "รินรดาครับ คุณกำลังมองข้ามรายละเอียดที่สำคัญที่สุดของโลกยุคใหม่ไปนะ ภาพลักษณ์และความสุนทรีย์คือพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจ! ลูกค้าที่จะมาเซ็นสัญญาซื้อตึกร้างกับเราวันนี้ เขาไม่ได้อยากดูตัวเลขขาดทุนสี่ร้อยล้านหรอกครับ เขาอยากเห็นซีอีโอที่มีออร่าเปล่งประกายเจิดจ้าต่างหาก" ธันวาพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังราวกับศาสตราจารย์กำลังบรรยายวิชาปรัชญา รินรดากลอกตาขึ้นฟ้าอย่างสุดจะทน เธอสูดหายใจเข้าลึก [ติ๊ง! ตรวจพบความตั้งใจในการกอบกู้บริษัทระดับ 'เกรดซี' ระบบมอบภารกิจเสริม: ทำให้คู่หมั้นสาวผู้เย็นชาหลุดอุทานคำว่า 'บ้าไปแล้ว' ออกมาให้ได้ภายใน 10 นาที! หากสำเร็จ รับแต้มความกวนประสาท 50,000 แต้ม และบัตรกำนัลสปาห้าดาวตลอดชีพ หากล้มเหลว... ระบบจะบังคับให้ท่านใส่กางเกงเลสีแดงไปเดินพรมแดงงานการกุศล!] เสียงแจ้งเตือนจากระบบช็อตฟีลตัวจี๊ดดังขึ้นในหัวของธันวา ทำให้มุมปากของชายหนุ่มกระตุกยิ้มกริ่มอย่างเจ้าเล่ห์ทันที กางเกงเลสีแดงหรือ? ฝันไปเถอะ! ชาตินี้ธันวาผู้รักความหล่อเหลาไม่มีวันยอมเอาชื่อเสียงไปแลกเด็ดขาด "คุณทำหน้าแบบนั้นอีกแล้วนะธันวา สายตาแบบที่คุณกำลังมองผมอยู่ มันคือสายตาของคนที่กำลังสงสัยในศักยภาพของมหาเศรษฐีผู้ซ่อนเร้น..." ธันวาเท้าแขนลงกับโต๊ะโน้มตัวเข้าไปใกล้หญิงสาว รินรดาขยับตัวถอยหลังเล็กน้อยโดยสัญชาตญาณ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นแป้งเด็กราคาแพงลอยเข้าแตะจมูก เธอจ้องมองนัยน์ตาพราวระยับของคู่หมั้น แม้ภายนอกเขาจะทำตัวกาวๆ ไร้สาระไปวันๆ แต่ตลอดสองสัปดาห์ที่ผ่านมา ตั้งแต่วันที่บริษัทเกือบล้มละลายและเจ้าหนี้มาล้อมตึก ธันวาคนนี้แหละที่เป็นคนยืนหยัดอยู่แถวหน้า จัดการเจรจาหนี้สินแบบพลิกตำราที่ไม่มีสอนในมหาวิทยาลัยไหน แถมยังควักเงินสดก้อนโตมาหมุนเวียนในบริษัทได้อย่างน่าเหลือเชื่อ โดยที่เธอเองก็ยังหาคำตอบไม่ได้ว่าเขาไปเอาเงินมหาศาลพวกนั้นมาจากไหน "ฉันไม่ได้สงสัยศักยภาพของคุณค่ะ..." รินรดาชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเผลอใช้สรรพนามที่คุ้นเคย ก่อนจะรีบปรับเสียงให้กลับมาเป็นทางการ "ฉันแค่สงสัยว่าสมองของคุณได้รับการกระทบกระเทือนจากการล้มละลายครั้งก่อนหรือเปล่า ถึงได้คิดแผนการตลาดบ้าๆ แบบการทำ 'คอนเทนต์ไลฟ์สดกินมาม่ารสหมูสับเคลือบทองคำเปลว' เพื่อเรียกเรตติ้งให้บริษัทอสังหาฯ เนี่ยนะ!" ธันวายิ้มกว้างเมื่อได้ยินคำพูดนั้น "นั่นไม่ใช่เรื่องบ้าครับรินรดา แต่นั่นคือกลยุทธ์ 'ความขัดแย้งทางชนชั้นที่น่ารัก' ต่างหาก! คุณลองคิดดูสิครับ บรรดาไฮโซพันล้านเขากินอาหารมิชลินจนเบื่อแล้ว การได้เห็นอดีตซีอีโอพันล้านนั่งกินมาม่าห่อละหกบาทโดยใส่ทองคำเปลวแท้ มันสะท้อนความเจ็บปวดและความหวังในเวลาเดียวกัน! รับรองว่าคลิปนี้ยอดวิวทะลุสิบล้านภายในสองชั่วโมงแน่นอนครับ!" รินรดานวดขมับตัวเองทันที เธอรู้สึกว่าเส้นเลือดในสมองกำลังเต้นตุบๆ "คุณธันวาคะ... นี่เรากำลังจะประชุมกับตัวแทนจาก 'กลุ่มทุนซันไชน์' กลุ่มทุนอสังหาฯ ยักษ์ใหญ่ที่มีข่าวลือว่าพร้อมจะฮุบกิจการเราได้ทุกเมื่อนะ ถ้าพวกเขามารอดูกลยุทธ์มาม่าทองคำของคุณ แล้วเกิดเปลี่ยนใจไม่ซื้อโปรเจกต์ตึกคอมเพล็กซ์ขึ้นมา เราได้กลายเป็นคนเร่ร่อนจริงๆ แน่" "ไว้ใจผมเถอะครับ" ธันวาตบหน้าอกตัวเองเสียงดังป้าบ "ผมสัญญาว่าการประชุมวันนี้ จะไม่มีคำว่าน่าเบื่อ และไม่มีคำว่าขาดทุนอย่างแน่นอน" ในจังหวะนั้นเอง เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งตามมารยาท เลขาหน้าห้องเปิดประตูเข้ามาด้วยใบหน้าซีดเผือด ตัวสั่นเทาเล็กน้อยราวกับลูกนกตกน้ำ "คุณ... คุณรินรดาครับ ทางตัวแทนจากกลุ่มทุนซันไชน์มาถึงแล้วครับ... และ... และคนที่มาด้วย ไม่ใช่ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจครับ..." รินรดาลุกขึ้นยืนทันที สัญชาตญาณนักกฎหมายบอกเธอว่ากำลังมีพายุลูกใหญ่พัดเข้ามา "ใครมา?" "คุณกิตติศักดิ์... ประธานกรรมการบริหารกลุ่มทุนซันไชน์ และ... และคุณหญิงวิภาณี มารดาของคุณกิตติศักดิ์ครับ" รินรดาสูดหายใจเข้าลึก ใบหน้าของเธอซีดลงถนัดตา กลุ่มทุนซันไชน์ส่งระดับบิ๊กบอสมาเองถึงที่นี่ นั่นหมายความว่าพวกเขามีเป้าหมายเดียวคือการกดดันให้บริษัทของธันวาขายกิจการในราคาถูกเหมือนได้เปล่า ที่สำคัญที่สุด... กิตติศักดิ์คืออดีตเพื่อนสนิทของธันวาที่เคยหักหลังและฉกชิงทุกอย่างไปจากเขาในวันที่ธันวาตกอับที่สุด! บรรยากาศในห้องประชุมเปลี่ยนเป็นอึดอัดและกดดันขึ้นมาทันที รินรดากำมือแน่นจนข้อต่องอขาว เธอหันไปมองธันวาด้วยความเป็นห่วง กลัวว่าชายหนุ่มจะทนรับแรงกระแทกจากความจริงไม่ไหว ทว่า... ธันวาไม่ได้มีสีหน้าตื่นตระหนกเลยแม้แต่น้อย รอยยิ้มพริ้มเพราเมื่อครู่หายไป ถูกแทนที่ด้วยแววตาคมกริบดุจพญาอินทรีที่กำลังมองเหยื่อในกรง "มากันเร็วกว่าที่คิดแฮะ..." ธันวาพึมพำเบาๆ มือเรียวยาวเอื้อมไปหยิบแว่นกันแดดสีชาขึ้นมาสวมทับใบหน้า ก่อนจะพ่นลมหายใจออกมาอย่างสบายอารมณ์ "เชิญพวกเขาเข้ามาได้เลยครับ น้องเลขา..." ประตูกลุ่มห้องประชุมถูกผลักให้เปิดกว้างออกอย่างไร้ความเกรงใจ ร่างท้วมในชุดสูทแบรนด์ดังระดับโลกของ 'กิตติศักดิ์' ก้าวเข้ามาด้วยท่าทีเย่อหยิ่งและรอยยิ้มเยาะเย้ยที่มุมปาก ข้างกายคือคุณหญิงวิภาณีผู้สวมเครื่องเพชรระยิบระยับเต็มคอ "โอ้โห... นี่ห้องประชุมบริษัท หรือห้องแต่งตัวลิเกกันแน่เนี่ย ธันวาเพื่อนรัก นายยังคงรสนิมทุเรศๆ แบบนี้ไม่เปลี่ยนเลยนะ" กิตติศักดิ์หัวเราะร่าด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน กวาดสายตามองห้องประชุมด้วยความดูแคลน ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งที่เก้าอี้ประธานฝั่งตรงข้ามโดยไม่ต้องรอให้ใครเชิญ รินรดากัดริมฝีปากแน่น กำลังจะอ้าปากโต้กลับเพื่อปกป้องคู่หมั้น แต่ทว่า... ธันวากลับยกมือขึ้นห้ามเธอไว้ช้าๆ ชายหนุ่มถอดแว่นกันแดดออก วางลงบนโต๊ะกระจกอย่างใจเย็น รอยยิ้มที่มุมปากของเขาในตอนนี้ กลับทำให้กิตติศักดิ์รู้สึกหนสันหลังวาบขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ "ยินดีต้อนรับครับ กิตติศักดิ์... เพื่อนรักที่ฉัน 'คิดถึง' มาตลอด..." ธันวากล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แต่แฝงความเย็นเยียบจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงหลายองศา "และต้องขอบคุณล่วงหน้าด้วยนะ ที่วันนี้... นายพาเงินก้อนโตมาให้ฉันถอนทุนคืน" กิตติศักดิ์ชะงักไปชั่วครู่ ก่อนจะหัวเราะลั่นห้อง "ถอนทุนคืน? นายเอาสมองส่วนไหนคิดวะธันวา บริษัทใกล้เจ๊งอย่างแกเนี่ยนะจะมาเอาเงินฉัน ฝันกลางวันอยู่หรือเปล่า วันนี้ฉันมาเพื่อซื้อตึกซากปรักหักพังนี่ในราคาเศษเงิน... ถ้าไม่อยากล้มละลายจนต้องไปนอนข้างถนน ก็รีบเซ็นสัญญาขายซะ!" ธันวาไม่โต้เถียง เขายกมือขึ้นดีดนิ้วเป๊าะเสียงดังสนั่น เพล้ง! ประตูกระจกด้านหลังห้องประชุมที่ติดกับลานจอดเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวบนดาดฟ้าจู่ๆ ก็ถูกเปิดออก พร้อมกับเสียงใบพัดเฮลิคอปเตอร์รุ่นใหม่ล่าสุดที่กำลังร่อนลงจอดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ลมกระโชกแรงพัดเอาเอกสารบนโต๊ะปลิวว่อน ร่างของชายชุดสูทสีดำสวมแว่นกันแดดนับสิบคนก้าวลงมาจากเฮลิคอปเตอร์ ในมือของหัวหน้าบอดี้การ์ดถือกระเป๋าเอกสารหนังแท้สีดำสนิทเดินตรงดิ่งเข้ามาในห้องประชุม ก่อนจะวางกระเป๋าลงตรงหน้าธันวาแล้วเปิดออก เผยให้เห็นก้อนเงินสดสกุลเงินตราต่างประเทศและบัตรเครดิตสีดำขอบทองคำแท้สลักชื่อ 'ธันวา' ที่เปล่งประกายระยิบระยับสะท้อนแสงไฟ ธันวาหยิบบัตรเครดิตใบนั้นขึ้นมาหมุนเล่นในมืออย่างไม่แยแส ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับกิตติศักดิ์ที่กำลังยืนอ้าปากค้าง ตาโตเท่าไข่ห่านด้วยความช็อกสุดขีด "เศษเงินเหรอครับ กิตติศักดิ์..." ธันวายิ้มละมุน ขยับเข้าไปกระซิบด้วยน้ำเสียงที่ได้ยินกันแค่สองคน "พอดีว่าบัตรวงเงินไม่จำกัดใบนี้ของผม... มันเพิ่งรูดซื้อบริษัทของคุณไปเมื่อสามวินาทีที่แล้ว... เชิญออกไปจากตึก 'ของผม' ได้แล้วครับเพื่อนรัก" ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางเสียงหัวเราะมาด้วยกันในตอนนี้นะครับ --- ฮาไม่จำกัด
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เศรษฐีตกอับกับระบบช็อตฟีลตัวจี๊ด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%