เศรษฐีตกอับกับระบบช็อตฟีลตัวจี๊ด•ตอนที่ 5

ภารกิจแกล้งทำเป็นใบ้

ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
"ผมขอคัดค้านการตัดสินใจบ้าๆ ของคุณธันวาครับ! บริษัทของเราไม่ใช่สนามเด็กเล่น ที่นึกอยากจะเทขายหุ้นกลุ่มโลจิสติกส์ทิ้งเพื่อไปซื้อฟาร์มเลี้ยงไส้เดือน!" เสียงตบโต๊ะดังสนั่นห้องประชุมใหญ่ของเครือโฮลดิ้งยักษ์ใหญ่ แรงกระแทกทำให้แก้วกาแฟเซรามิกราคาแพงสั่นระริก กาแฟสีดำเข้มกระฉอกออกมาเลอะเอกสารงบการเงิน ประธานกรรมการอาวุโส "อำนาจ" ผู้มีศักดิ์เป็นอาแท้ๆ ของธันวา ยืนค้ำโต๊ะด้วยสีหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว ดวงตาของเขาจ้องมองหลานชายด้วยความสมเพชเวทนา ผสมผสานกับความกระหายที่จะฮุบอำนาจเบ็ดเสร็จ บอร์ดบริหารคนอื่นๆ ต่างพากันพยักหน้ารับลูก ส่งเสียงซุบซิบนินทาเหยียดหยามดังระงมราวกับฝูงแมลงวันตอมซากศพ พวกเขาต่างรอคอยเวลาที่อดีตซีอีโอหนุ่มผู้เคยค้ำฟ้า จะล่มสลายลงอย่างไม่เป็นท่า ธันวา นั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้หนังแท้บุอย่างดี ใบหน้าหล่อเหลาคมคายยังคงความเนี๊ยบไร้ที่ติ เส้นผมเซ็ตทรงมาอย่างดีด้วยโพเมดราคาแพง ชุดสูททักซิโดสั่งตัดพิเศษจากอิตาลีขับให้เขาดูสง่างามราวกับพระเอกภาพยนตร์ฮอลลีวูด ทว่า... ในหัวของเขากลับไม่ได้กำลังเครียดเรื่องวิกฤตบริษัทแม้แต่น้อย *[ติ๊ง! แจ้งเตือนจากระบบช็อตฟีลตัวจี๊ด: ตรวจพบสถานการณ์ตึงเครียดระดับ 5 ดาว! เพื่อเป็นการสั่งสอนพวกสุนัขลอบกัด ระบบขอสั่งให้ท่าน "ทำตัวเป็นใบ้" ห้ามปริปากพูดคำใดๆ ออกมาเด็ดขาดจนกว่าการประชุมจะจบลง หากฝ่าฝืน... จะถูกยึดกางเกงสแลคกลางห้องประชุม เหลือเพียงกางเกงในลายเป็ดน้อยสีเหลืองอ๋อย!]* เสียงแจ้งเตือนกวนประสาทดังขึ้นในหัว พร้อมกับภาพจำลองโฮโลแกรมกางเกงในเป็ดน้อยลอยเด่นขึ้นมาเตะตา ธันวาถึงกับมุมกระตุก ใบหน้าที่เคยเรียบเฉยเกือบหลุดมาดขรึม *‘ไอ้ระบบเวรนี่! บังคับกันเกินไปแล้วนะเว้ย! ให้กูเงียบเนี่ยนะ? แล้วจะเอาอะไรไปเถียงไอ้แก่นี่ล่ะ!’* ธันวาแอบกู่ร้องในใจอย่างบ้าคลั่ง "เงียบไปเลยนะไอ้หลานไม่รักดี! หรือว่าแกไม่มีปัญญาจะหาข้อแก้ตัวแล้ว? หะ?" อำนาจแค่นเสียงหัวเราะเยาะในลำคอ ยิ่งเห็นธันวา นั่งเงียบสนิทไม่ยอมปริปากพูดอะไรสักแอะ เขากยิ่งได้ใจ คิดว่าหลานชายจนมุมแล้วจริงๆ "ถ้าแกไม่มีปัญญาบริหาร ก็เซ็นใบลาออกซะ! ยกตำแหน่งประธานให้ฉันจัดการแทนเถอะ ก่อนที่บริษัทมันจะเจ๊งคามือแก!" ความกดดันในห้องประชุมพุ่งสูงขึ้นถึงขีดสุด บอร์ดบริหารต่างประสานเสียงกดดันให้ธันวาแสดงความรับผิดชอบ รินรดา ทนายสาวคู่หมั้นที่นั่งประกบข้างเขามาตลอด สังเกตเห็นความผิดปกติ เธอขมวดคิ้วมุ่นด้วยความกังวล มือเรียวบางภายใต้โต๊ะเอื้อมไปดึงชายเสื้อสูทของธันวาเบาๆ พร้อมกับกระซิบเสียงลอดไรฟัน "ธันวา... คุณเป็นอะไร ทำไมไม่เถียงเขากลับไปล่ะ? ปล่อยให้มันลูบคมอยู่ได้ยังไง หรือว่าคุณคิดแผนอะไรออก?" ธันวาหันไปมองรินรดา ดวงตากลมโตของเธอบ่งบอกถึงความห่วงใยและพร้อมจะลุกขึ้นสู้เคียงบ่าเคียงไหล่เสมอ แม้ในยามที่เขาล้มละลาย แต่ติดที่ว่า... เขากำลังโดนระบบขู่ยึดกางเกงอยู่! หากเขาอ้าปากพูดตอนนี้ มีหวังภาพลักษณ์ท่านประธานผู้ทรงเสน่ห์ได้พินาศสันตะโรกลายเป็นไอ้โรคจิตใส่กางเกงในเป็ดน้อยแน่ๆ ธันวาทำได้เพียงสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ปั้นหน้าให้สงบนิ่งที่สุด ยกมือขึ้นทำท่าทางภาษามือมั่วๆ ชี้ไปที่ปากตัวเอง ทำตาโต และส่ายหัวดุ๊กดิ๊กราวกับคนหูหนวกและเป็นใบ้มาแต่กำเนิด พรึบ! ทั้งห้องประชุมตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะ ทุกสายตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง อำนาจที่กำลังอ้าปากเตรียมจะด่าต่อ ถึงกับค้างเติ่ง กะพริบตาปริบๆ ด้วยความงุนงง "อะ... อะไรของแกวะ? เป็นใบ้ไปแล้วรึไง?" อำนาจขมวดคิ้วถามด้วยความไม่แน่ใจ ธันวาไม่ตอบ เขาแสร้งทำเป็นเอามือแตะหู ทำท่าทางโบกไม้โบกมือคล้ายคนใบ้กำลังพยายามสื่อสารภาษามือที่ไม่มีอยู่จริง พร้อมกับทำหน้าตาออดอ้อนน่าสงสารส่งให้รินรดา รินรดาอ้าปากค้าง สมองของทนายสาวอัจฉริยะประมวลผลไม่ทันกับสิ่งที่เห็น เธอหันมามองหน้าธันวา สลับกับมองบอร์ดบริหารด้วยความงงงวยสุดขีด *‘นี่เขา... สติหลุดไปแล้วจริงๆ เหรอเนี่ย?’* รินรดาแอบคิดในใจ หัวใจหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม "ฮ่าๆๆๆๆ!" เสียงหัวเราะเยาะเย้ยดังลั่นจากปากรองประธานฝ่ายการตลาด "ดูสารรูปมันสิครับท่านประธาน! สงสัยกดดันจนสมองกลับ กลายเป็นใบ้ไปซะแล้ว แบบนี้จะเอาปัญญาที่ไหนมาบริหารบริษัทล่ะครับ ขับไล่ออกไปเถอะครับ น่าสมเพชจริงๆ!" บอร์ดบริหารหลายคนพากันหัวเราะร่ออย่างไร้ความปรานี อำนาจเหยียดยิ้มกว้างด้วยความสะใจ เขาคิดว่านี่คือโอกาสทองที่จะกำจัดหลานชายออกไปจากเส้นทางอำนาจได้อย่างสมบูรณ์แบบ "ในเมื่อแกเป็นใบ้ พูดจาไม่รู้เรื่องแล้ว ก็ไม่มีสิทธิ์มานั่งเก้าอี้ตัวนี้อีกต่อไป!" อำนาจทุบโต๊ะประกาศกร้าว "ทนายความ! เอาเอกสารปลดออกให้มันเซ็นเดี๋ยวนี้!" ทีมกฎหมายรีบเดินถือเอกสารหนาเตอะเข้ามาประชิดตัวธันวา รินรดากัดริมฝีปากแน่น เธอกำลังจะลุกขึ้นปกป้องคู่หมั้นและเตรียมงัดข้อกฎหมายมาฟาดหน้าพวกมันให้หงายเงิบ แต่ทว่า... ธันวาชิงยกมือห้ามเธอไว้เสียก่อน ชายหนุ่มแย้มรอยยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยอำนาจลึกลับและเยือกเย็นจนน่ากลัว ดวงตาคู่คมกวาดมองหน้าทุกคนในห้องประชุมทีละคน ช้าๆ ชัดๆ โดยไร้ซึ่งความหวาดกลัวใดๆ ทั้งสิ้น เขายื่นมือไปหยิบแท็บเล็ตราคาแพงขึ้นมา นิ้วเรียวกดพิมพ์ข้อความอย่างรวดเร็วด้วยความเร็วแสง แล้วหมุนหน้าจอหันไปทางกล้องวงจรปิดและบอร์ดบริหารทุกคน หน้าจอแท็บเล็ตปรากฏข้อความตัวโตที่ทำเอาทุกคนในห้องถึงกับหน้าซีดเผือกราวกับกระดาษ *[เชิญเห่าให้เต็มที่เลยครับพวกคุณอาทั้งหลาย เพราะอีกสามนาทีข้างหน้า บัญชีธนาคารส่วนตัวของพวกคุณทั้งหมดจะถูกอายัด และบริษัทในเครือที่พวกคุณแอบยักยอกเงินไป... กำลังจะถูกฟ้องล้มละลายโดย "กองทุนบลูสกาย" ที่ผมเป็นเจ้าของตัวจริง]* เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์มือถือของอำนาจและบอร์ดบริหารทุกคนดังขึ้นพร้อมเพรียงกันราวกับนัดหมาย! *ติ๊ง! ติ๊ง! ติ๊ง!* สีหน้าของอำนาจที่เคยเหิมเกริม เปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำสลับขาวซีดในพริบตา มือที่ถือสมาร์ทโฟนสั่นเทาจนเกือบหลุดมือ เมื่อเปิดหน้าจอขึ้นมาดูยอดเงินในบัญชี... มันขึ้นตัวเลขสีแดงติดลบมหาศาล! ธันวาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จัดปกเสื้อสูทให้เข้ารูปอย่างใจเย็น รอยยิ้มร้ายกาจผุดขึ้นที่มุมปาก แม้เขาจะยังไม่ได้เปล่งเสียงพูดออกมาสักคำ แต่รัศมีกดดันที่แผ่ออกมาจากตัวเขากลับทำให้ทุกคนในห้องถึงกับเข่าอ่อนทรุดลงไปกองกับพื้น รินรดานั่งอึ้งตาค้าง สมองขาวโพลน เธอมองแผ่นหลังกว้างของคู่หมั้นด้วยความรู้สึกทึ่งระคนตกตะลึง นี่น่ะหรือคือชายหนุ่มที่ทำตัวเพี้ยนๆ มาตลอดสัปดาห์? ธันวาปรายตามองอำนาจที่กำลังหน้าซีดเป็นไก่ต้ม ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบสมาร์ทโฟนราคาแพงขึ้นมา เตรียมกดปุ่มทำลายล้างขั้นสุดท้าย และในวินาทีนั้นเอง... เสียงเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวขนาดใหญ่ก็บินมาจอดสนิทอยู่บนดาดฟ้าตึกสำนักงานใหญ่ พร้อมกับเสียงฝีเท้าของชายชุดดำนับสิบคนที่กำลังพังประตูห้องประชุมเข้ามาอย่างอุกอาจ! ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและหัวเราะไปกับความกาวของธันวาในตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะครับ!
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เศรษฐีตกอับกับระบบช็อตฟีลตัวจี๊ด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%