"ธันวา... คุณอธิบายตัวเลขยี่สิบล้านนี่ให้ฉันฟังหน่อยสิครับ... เอ๊ย, ฟังให้ดีนะว่าคุณเอามาจากไหน!"
แฟ้มเอกสารสีน้ำตาลถูกกระแทกลงบนโต๊ะกระจกเสียงดังสนั่นจนกาแฟในแก้วกระฉอก รินรดาในชุดสูทสีเทาดำเข้ารูปยืนค้ำโต๊ะ แววตาคู่คมกริบที่เคยใช้พิพากษาคดีความในศาลมานักต่อนักกำลังจ้องมองชายหนุ่มผู้เป็นคู่หมั้นด้วยประกายความสงสัยระคนจับผิด เธอดึงกระดาษใบเสร็จการโอนเงินสดก้อนโตและสลิปการซื้อขายหุ้นบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำออกมากางตรงหน้าเขา
ธันวาชะงักฝีเท้าลงทันที ดวงตาคมกริบหรี่แคบลงเมื่อตระหนักได้ว่า... นี่ไม่ใช่แค่เกมธุรกิจธรรมดาเสียแล้ว ความลับที่เขาพยายามปิดบังระบบช็อตฟีลตัวจี๊ดกำลังจะถูกขุดรากถอนโคนโดยทนายสาวผู้มีไอคิวระดับปีศาจคนนี้
บรรยากาศในห้องทำงานส่วนตัวเงียบกริบจนได้ยินเสียงเข็มนาฬิกาเดิน ธันวากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สมองอันชาญฉลาดของอดีตซีอีโอหมุนจี๋เพื่อหาข้อแก้ตัวที่ฟังขึ้นที่สุด แต่ทว่า...
[ติ๊ง! แจ้งเตือนจากระบบช็อตฟีล: ตรวจพบวิกฤตความแตกขั้นวิกฤต! โฮสต์มีเวลา 10 วินาทีในการแก้ตัว หากตอบคำถามไม่เนียน ระบบจะหักเงินในบัญชีเหลือศูนย์และบังคับให้โฮสต์ใส่ชุดกระโปรงตุ๊กตาบาร์บี้วิ่งรอบตึก!]
เสียงแจ้งเตือนในหัวทำเอาธันวาเกือบสำลักน้ำลายตัวเอง หน้าหล่อเหลาบิดเบี้ยวไปชั่วขณะด้วยความสยดสยอง ชุดบาร์บี้เหรอ? ไม่เด็ดขาด! ภาพลักษณ์ซีอีโอผู้ทรงภูมิของเขาจะมาพังทลายเพราะชุดสีชมพูฟรุ้งฟริ้งไม่ได้เป็นอันขาด!
"ริน... คือว่า..." ธันวาฝืนยิ้มแห้งๆ พยายามทำเสียงให้ราบเรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ "คุณก็รู้ว่าผมเป็นคนมีเสน่ห์... เอ่อ หมายถึง มีวิสัยทัศน์กว้างไกล การลงทุนมันก็ต้องมีฟลุ๊คกันบ้างจริงไหมครับ?"
รินรดายังคงไม่ขยับเขยื้อน เธอกอดอกแน่น สายตาคมกวาดมองสำรวจตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าของชายหนุ่มราวกับกำลังสแกนหาพิรุธ
"ฟลุ๊ค?" เสียงหวานเย็นเยียบจนน่าขนลุกเอ่ยทวนคำ "ฟลุ๊คแบบไหน ถึงทำให้คนที่เคยถังแตกจนไม่มีเงินจ่ายค่ากาแฟเมื่อสามวันก่อน กลายมาเป็นเศรษฐีเงินล้านที่มีเงินสดหมุนเวียนในพอร์ตหลักร้อยล้านภายในข้ามคืน? ธันวา... คุณไปปล้นธนาคาร หรือว่าคุณไปขายวิญญาณให้ซาตานมากันแน่?"
ทนายสาวสาวเท้าเข้ามาประชิดตัวทีละน้อย กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ เอกลักษณ์เฉพาะตัวลอยแตะจมูก แต่ธันวาไม่มีอารมณ์มาสุนทรีย์กับความใกล้ชิดนี้ เพราะในหัวเขากำลังประมวลผลความเสี่ยงขั้นสูงสุด
"ผมบอกแล้วไงว่าผมมีความสามารถ..." ธันวาพยายามก้าวถอยหลังทีละก้าว แต่สะโพกกลับชนเข้ากับชั้นหนังสือเสียงดังปัง "อีกอย่าง เงินพวกนี้มัน... เอ่อ... เป็นมรดกจากคุณทวดฝั่งญาติห่างๆ ที่เพิ่งเสียชีวิตไปครับ!"
"คุณทวด?" รินรดาทวนคำ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความไม่เชื่อถืออย่างถึงที่สุด "คุณทวดฝั่งไหนคะ? ฉันจำได้ว่าครอบครัวคุณล้มละลายและตัดขาดจากญาติโกโหติกาไปหมดตั้งแต่คุณอายุสิบขวบแล้วนะ ธันวา... อย่ามาโกหกน้ำขุ่นๆ กับทนายความอย่างฉันเลย มันเสียเวลาเปล่า"
ธันวากัดฟันกรอด ระบบบ้านี่ก็ช่างสรรหาเวลาช็อตฟีลเสียจริง ตัวเลขถอยหลังในหัวของระบบกำลังกระพริบเตือนสีแดงฉานเหลือเวลาอีกเพียง 3 วินาทีสุดท้าย!
ถ้าเขาบอกความจริงเรื่องระบบ... เธอจะหาว่าเขาบ้าและส่งตัวเข้าโรงพยาบาลศรีธัญญาแน่ๆ แต่ถ้าไม่บอก เธอคงจะขุดคุ้ยจนเจอหลักฐานมัดตัวเขาแน่นหนาจนดิ้นไม่หลุด
ในจังหวะความเป็นความตายนั้นเอง เสียงเคาะประตูก็กรีดแทรกบรรยากาศตึงเครียดขึ้นสามครั้งติดๆ กัน
ก๊อก ก๊อก ก๊อก!
ทั้งสองคนสะดุ้งเล็กน้อย รินรดาขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิดที่มีคนมารบกวนจังหวะการสอบสวน ส่วนธันวากลับถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกราวกับรอดตายจากประหารชีวิต
"เชิญ!" รินรดาตะโกนเสียงเข้ม
ประตูกลไม้เนื้อดีถูกผลักเปิดออกช้าๆ ร่างของเลขาหนุ่มหน้าตาตื่นตระหนกวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาในห้องโดยไม่รอให้อีกฝ่ายอนุญาตเต็มปาก ใบหน้าของเขามีเหงื่อกาฬไหลซึมเต็มกรอบหน้า แสดงถึงความตระหนกตกใจอย่างขีดสุด
"คุณรินรดาครับ! คุณธันวาครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ!" เลขาร้องเสียงหลง พยายามสูดหายใจเข้าปอดลึกๆ เพื่อเรียบเรียงคำพูด "ข้างล่าง... หน้าตึกสำนักงานของเราตอนนี้..."
"มีอะไร พูดให้มันชัดเจนสิ!" รินรดาเอ็ดด้วยความรำคาญใจ
"มี... มีเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวสามลำบินมาลงจอดบนลานจอดดาดฟ้าครับ! แล้วตอนนี้... มีกลุ่มคนในชุดสูทดำนับสิบคนกำลังเดินตรงดิ่งมาที่ห้องนี้ พร้อมกับ..." เลขากลืนน้ำลายเอื้อมมือปาดเหงื่อ "พร้อมกับกระเป๋าเอกสารที่อัดแน่นไปด้วยโฉนดที่ดินและทองคำแท่งมูลค่ามหาศาล พวกเขาบอกว่า... มารับเจ้านายที่แท้จริงกลับบ้านครับ!"
รินรดาเบิกตากว้าง หันขวับกลับมามองหน้าคู่หมั้นของตนเองทันที แววตาของเธอสั่นระริกด้วยความตกตะลึงพรึงเพริด
ธันวาเองก็อ้าปากค้าง นัยน์ตาสีเข้มเบิกกว้างด้วยความงุนงงไม่แพ้กัน... เจ้านายที่แท้จริงงั้นหรือ? เขาเนี่ยนะ?
เสียงฝีเท้าหนักแน่นนับสคู่กำลังเดินใกล้เข้ามาเรื่อยๆ หยุดอยู่หน้าประตูห้องทำงานของรินรดานี่เอง ก่อนที่บานประตูจะถูกผลักเปิดออกอย่างไร้ซึ่งมารยาทโดยชายชราในชุดสูทภูมิฐานผู้สวมแว่นตากรอบทอง ที่ก้าวเข้ามาพร้อมโค้งคำนับให้ธันวาอย่างนอบน้อมที่สุด
"ยินดีต้อนรับกลับครับ... ท่านประธานใหญ่ผู้กุมความลับแห่งตระกูลที่ร่ำรวยที่สุดในประเทศ"
รินรดาหันขวับกลับมามองธันวาอีกครั้งด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยคำถามนับล้านประการ ขณะที่ธันวากำลังจะอ้าปากปฏิเสธ เสียงแจ้งเตือนจากระบบก็ดังขึ้นในหัวด้วยน้ำเสียงที่สดใสผิดเวลา...
[ติ๊ง! ปลดล็อกภารกิจลับ: ยอมรับสถานะมหาเศรษฐีตัวจริงต่อหน้าคู่หมั้น รับไปเลยแต้มสะสม 500,000 แต้ม และบัตรเครดิตดำไร้ขีดจำกัด!]
ทันทีที่เสียงระบบเงียบลง เสียงรูดปรื๊ดของเครื่องรูดบัตรเครดิตมโนภาพก็ดังขึ้นในโสตประสาท พร้อมกับความจริงที่ว่า... ความลับที่ปิดบังมาตลอด กำลังจะพังทลายลงในวินาทีนี้อย่างไม่มีทางหลบหนี!
---
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางเสียงหัวเราะมาด้วยกันในตอนนี้นะครับ
เศรษฐีตกอับกับระบบช็อตฟีลตัวจี๊ด•ตอนที่ 14
ความแตกหรือแค่เรื่องบังเอิญ
ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เศรษฐีตกอับกับระบบช็อตฟีลตัวจี๊ด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!