เศรษฐีตกอับกับระบบช็อตฟีลตัวจี๊ด•ตอนที่ 9

เดตแรกที่เกือบพังเพราะภารกิจ

ผลงานโดย ฮาไม่จำกัด
เสียงกริ๊งใสระฆังทองของภัตตาคารอาหารฝรั่งเศสระดับมิชลินสามดาวดังขึ้น พร้อมๆ กับเสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่ที่สุดในรอบสัปดาห์ของทนายสาวผู้เคร่งขรึม รินรดากำลังใช้มีดเงินตัดชิ้นเนื้อเทนเดอร์ลอยด์อย่างประณีต ราวกับว่าเธอกำลังใช้มันผ่าตัดสมองของคนตรงหน้าเพื่อดูว่ามีรอยหยักหลงเหลืออยู่บ้างไหม หลังจากที่ธันวาเอาแต่เขี่ยสลัดในจานไปมาด้วยสีหน้าคร่ำเคร่งราวกับนักกู้ระเบิดกำลังตัดสินใจว่าจะตัดสายไฟสีแดงหรือสีน้ำเงิน "ธันวา คุณเป็นอะไรไปคะ... เอ่อ ตั้งแต่ออกจากคอนโดมา คุณเอาแต่พึมพำเรื่องตัวเลขประหลาดๆ แล้วก็ทำหน้าเหมือนคนท้องผูกเรื้อรังมาสามวัน" รินรดาเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยตามแบบฉบับทนายความมืออาชีพ ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นสายตาแฟชั่นหรี่ลงเล็กน้อยด้วยความสงสัยระคนเหนื่อยหน่าย เธอยังจำได้ดีว่าผู้ชายคนนี้เคยเป็นซีอีโอหนุ่มผู้เนี๊ยบกริบและรักภาพลักษณ์ยิ่งชีพ แต่ตอนนี้เขากลับนั่งหลังงอ คิ้วขมวดมุ่น และมีเหงื่อกาฬผุดซึมตามไรผมทั้งที่ห้องแอร์เย็นเฉียบ "ผมไม่ได้ท้องผูกครับริน..." ธันวาตอบเสียงเครือ พลางเหลือบมองหน้าจอโฮโลแกรมใสแจ๋วที่ลอยเคว้งคว้างอยู่กลางอากาศเฉพาะตัวเขาคนเดียว ตัวอักษรสีแดงฉานกระพริบวิบวับยั่วยวนกวนประสาท [แจ้งเตือนระบบ: ภารกิจเร่งด่วน! เพื่อเป็นการทดสอบความกล้าหาญของลูกผู้ชายและปลดล็อกวงเงินสำรองฉุกเฉิน 50 ล้านบาท โฮสต์จะต้องลุกขึ้นยืนบนเก้าอี้ ยกมือขึ้นตะโกนบอกรักคู่หมั้นด้วยประโยคว่า "รินรดาที่รัก คุณคือแก้วตาดวงใจ ถ้าขาดคุณไป ผมคงเหมือนหมาโดนน้ำร้อนลวก!" เสียงดังฟังชัดภายในเวลา 60 วินาที!] [บทลงโทษหากล้มเหลว: ยึดนาฬิกาโรเล็กซ์เรือนโปรด และหักแต้มความหล่อเหลาลง 30 เปอร์เซ็นต์ เหลือสภาพหน้าตาคล้ายลิงอุรังอุตังตกมันเป็นเวลา 3 วัน!] ธันวาอ่านข้อความนั้นแล้วแทบอยากจะเอาหัวโขกขอบโต๊ะอาหารราคาแพงลิบลิ่วให้รู้แล้วรู้รอด นาฬิกาโรเล็กซ์เรือนนั้นเขาเพิ่งประมูลมาด้วยน้ำพักน้ำแรง (และเงินเก็บก้อนสุดท้ายก่อนบริษัทจะเจ๊ง) ถ้ามันหายไปแล้วเขาจะเอาหน้าที่ไหนไปเดินเฉิดฉาย ส่วนเรื่องหน้าตาคล้ายลิงอุรังอุตัง... โอ้โห แค่คิดภาพตัวเองเดินไปไหนมาไหนแล้วมีคนโยนกล้วยให้กิน เขาก็ขนลุกเกรียวไปถึงกระดูกสันหลังแล้วครับพี่น้อง! "ธันวาคะ?" รินรดาเอียงคอสงสัยเมื่อเห็นคู่หมั้นหนุ่มเงียบไปนานผิดปกติ แถมหน้าตาเดี๋ยวซีดเดี๋ยวแดงราวกับคนกำลังตัดสินใจกระโดดตึก "อาหารไม่ถูกปากเหรอคะ หรือว่าคุณเครียดเรื่องคดีฟ้องร้องเมื่อเช้า?" "เปล่าครับ... ริน... คือว่า..." ธันวาพยายามกลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผาก สมองประมวลผลอย่างรวดเร็วด้วยความเร็วสูงยิ่งกว่าชิปประมวลผลเอไอ เวลาในระบบกำลังนับถอยหลัง... 45... 44... 43 วินาที! บ้าเอ๊ย! ถ้าเขาทำตามนี้ ภาพลักษณ์นักธุรกิจผู้สุขุมนุ่มลึกที่สั่งสมมาตลอดชีวิตจะป่นปี้ไม่เหลือชิ้นดี แถมบรรดาไฮโซผู้ดีตีนแดงที่นั่งจิบไวน์ราคาแพงระยับโต๊ะข้างๆ คงหันมามองเขาด้วยสายตารังเกียจเดียดฉันท์ราวกับตัวประหลาดจากดาวอังคารแน่ๆ แต่ถ้าเขาไม่ทำ... เขาก็ต้องกลายเป็นลิงอุรังอุตัง! ระหว่างเสียศักดิ์ศรีกับเสียหน้าตาอันหล่อเหลา... สำหรับผู้ชายที่รักสวยรักงามอย่างธันวาแล้ว อย่างแรกยังพอเยียวยาได้ อย่างหลังนี่คือหายนะระดับชาติครับ! ชายหนุ่มสูดหายใจเข้าลึกจนเต็มปอด มือหนากำเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ดวงตาคมกริบมองสบตาเข้ากับดวงตาคู่สวยของรินรดาที่กำลังมองมาด้วยความงุนงง ร่างสูงโปร่งผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูงอย่างกะทันหัน จนเก้าอี้ไม้สักราคาแพงส่งเสียงครูดไปกับพื้นหินอ่อนดัง *เอี๊ยด* แสบแก้วหู พนักงานเสิร์ฟชาวฝรั่งเศสที่กำลังเดินถือขวดไวน์ผ่านมาถึงกับชะงักเท้ากุนกิ๊ก ลูกค้าโต๊ะข้างๆ ที่กำลังลิ้มรสฟัวกราส์ต่างหยุดช้อนในมือพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย ทุกสายตาทั้งภัตตาคารพุ่งเป้ามาที่ชายหนุ่มผู้มีท่าทีประหลาดราวกับคนสติหลุด รินรดากระพริบตาปริบๆ เธอยกผ้าเช็ดปากขึ้นซับริมฝีปากช้าๆ น้ำเสียงเริ่มสั่นด้วยความตกใจปนระแวง "ธันวา... คุณจะทำอะไรคะ? นั่งลงเถอะค่ะ คนมองกันหมดแล้วนะ" "รินครับ! ผมรอเวลานี้มานานแล้ว!" ธันวาตะโกนลั่นร้านด้วยน้ำเสียงที่ดังลั่นทะลุทะลวงจนแก้วไวน์บนโต๊ะแทบร้าว ใบหน้าของเขาแดงก่ำด้วยความอับอายผสมความจำยอม ร่างกายสั่นเทาเล็กน้อยแต่ก็กัดฟันทำตามภารกิจ "รินรดาที่รัก! คุณคือแก้วตาดวงใจ! ถ้าขาดคุณไป ผมคงเหมือนหมาโดนน้ำร้อนลวกกกกก!" สิ้นเสียงตะโกนอันทรงพลัง ทั่วทั้งภัตตาคารตกอยู่ในความเงียบงันสนิท ชนิดที่ว่าแม้แต่เสียงเข็มตกพื้นก็คงได้ยิน พนักงานเสิร์ฟทำขวดไวน์เกือบหลุดมือ ลูกค้าโต๊ะมุมห้องอ้าปากค้างจนขนมเค้กในปากแทบจะร่วงลงมา ส่วนรินรดานั้น... นิ่งสนิท เธอนั่งแข็งทื่อเป็นหุ่นขี้ผึ้ง ดวงตากลมโตเบิกกว้างจนแทบหลุดจากเบ้า สมองของทนายสาวผู้ปราดเปรื่องหยุดทำงานไปชั่วขณะ เธอคาดเดาได้ทุกคดีความบนโลกใบนี้ แต่เธอบอกไม่ได้เลยว่าผู้ชายตรงหน้ากำลังเล่นตลกคาเฟ่หรือสมองกลับจากการทำงานหนักเกินไป ธันวายืนหอบหายใจโยน ตาส่งวิบวับขอความเห็นใจไปให้คู่หมั้นสาวที่ตอนนี้หน้าเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ ไม่ใช่เพราะความเขินอายจากคำบอกรักสุดซึ้ง (เพราะมันโคตรจะทุเรศและไม่โรแมนติกเอาเสียเลย!) แต่เป็นเพราะความอับอายจนอยากจะมุดแผ่นดินหนีต่างหาก [ติ๊ง! ภารกิจสำเร็จลุล่วง! โฮสต์แสดงความหน้าด้านหน้าทนได้อย่างยอดเยี่ยม ได้รับแต้มรางวัล 10,000 แต้ม! ปลดล็อกวงเงินสำรองฉุกเฉิน 50 ล้านบาทเข้าสู่บัญชีธนาคารส่วนตัวเรียบร้อยแล้ว!] เสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้นพร้อมกับเสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของธันวาสั่นครืดคราด เขาหยิบมันขึ้นมาเหลือบมองหน้าจอ... ข้อความจากธนาคารแจ้งเตือนยอดเงินฝากเข้ามาจำนวน 50,000,000 บาทถ้วน! รินรดาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อดึงสติกลับมา เธอสูดลมหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่ มือเรียวบางสั่นระริกด้วยความเหลืออด เธอกวาดสายตามองรอบร้านที่ผู้คนเริ่มซุบซิบและอมยิ้มขบขัน ก่อนจะหันขวับมาจ้องหน้าคู่หมั้นหนุ่มด้วยแววตาพิโรธที่แม้แต่จำเลยในชั้นศาลยังต้องก้มหน้าร้องขอชีวิต "ธันวา..." รินรดากัดฟันกรอด น้ำเสียงลอดไรฟันทีละคำอย่างเยือกเย็น "นี่คุณ... อยากไปนอนนอกบ้าน หรืออยากให้ฉันฟ้องหยิกหยองข้อหาทำให้เสียชื่อเสียงในที่สาธารณะคะ?" ธันวายิ้มแห้งๆ เหงื่อไหลย้อยเต็มกรอบหน้า หลบสายตาอันคมกริบดั่งใบมีดโกนของคู่หมั้นสาว แต่ในใจกลับหัวเราะร่าเพราะเงินห้าสิบล้านนอนนิ่งอยู่ในบัญชีเรียบร้อยแล้วครับท่านผู้ชม! ทว่า ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดถึงขีดสุดจนธันวาเตรียมใจรับชะตากรรม ประตูบานเลื่อนกระจกอัตโนมัติของภัตตาคารก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างสูงโปรดในชุดสูทแบรนด์เนมราคาแพงลิบลิ่วยี่ห้อดัง ผู้มาใหม่ก้าวเข้ามาด้วยท่าทีเย่อหยิ่ง ใบหน้าหล่อเหลาแต่แฝงแววเจ้าเล่ห์จดจ้องตรงมาที่โต๊ะของพวกเขา ก่อนจะส่งเสียงหัวเราะเยาะเย้ยดังลั่นร้าน "โอ้โห! นึกว่าใคร ที่แท้ก็อดีตซีอีโอร้อยล้านผู้ตกอับนี่เอง ถึงกับต้องมาตะโกนขายหน้าแลกเศษเงินซื้อข้าวกินเลยเหรอวะ ธันวา?" เสียงทุ้มกวนประสาทของ 'กิตติ' อดีตคู่แข่งทางธุรกิจผู้เคยถูกธันวาเหยียบย่ำมาก่อนดังขึ้น พร้อมกับสายตารังเกียจเหยียดหยามที่กวาดมองทั้งคู่ตั้งแต่หัวจรดเท้า "น่าสมเพชจริงๆ แหะ ท่าทางบริษัทแกคงเจ๊งจนต้องมาเกาะผู้หญิงกินแล้วสินะ!" รินรดาลุกขึ้นยืนทันที สีหน้าเย็นชาแปรเปลี่ยนเป็นความดุดัน เธอเตรียมจะอ้าปากตอกกลับไอ้คนไร้มารยาทนี่ให้หน้าหงาย แต่ธันวากลับยกมือขึ้นห้ามไว้เสียก่อน ชายหนุ่มผู้กุมอำนาจเงินมหาศาลแย้มยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ทำให้กิตติถึงกับชะงักกึกโดยไม่รู้สาเหตุ ธันวาหยิบโทรศัพท์มือถือราคาแพงขึ้นมาปลดล็อกหน้าจออย่างใจเย็น สายตาคมกราบกรานมองผู้มาใหม่ราวกับมองมดปลวกตัวหนึ่ง "กิตติ... นายยังปากดีไม่เปลี่ยนเลยนะ" ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่ทรงพลังจนน่าขนลุก "พอดีเลย ฉันกำลังเบื่อๆ อยู่พอดี... นายสนใจจะมาเป็นลูกน้องเช็ดรองเท้าให้ฉันไหมล่ะ พอดีบริษัทของนายตอนนี้ หนี้สินท่วมหัวจนใกล้จะโดนยึดแล้วไม่ใช่เหรอ?" กิตติหน้าถอดสีทันที ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจสุดขีดเมื่อความลับทางธุรกิจถูกเปิดเผยกลางที่สาธารณะ "แก... แกพูดเรื่องบ้าอะไรวะ! บริษัทฉันมั่นคงจะตาย!" "มั่นคงงั้นเหรอ?" ธันวายิ้มเยาะ พลางกดปุ่มบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือเบาๆ เสียงสัญญาณโทรออกดังขึ้นเพียงครั้งเดียว ก่อนที่ปลายสายจะรับด้วยความนอบน้อม "สวัสดีครับท่านธันวา มีอะไรให้ผมรับใช้ครับ?" เสียงทุ้มของประธานกรรมการบริหารธนาคารใหญ่ดังลอดออกมาจากลำโพงสมาร์ทโฟนท่ามกลางความเงียบสงบของภัตตาคาร "ช่วยจัดการซื้อหนี้ทั้งหมดของบริษัทกิตติกรุ๊ป แล้วสั่งอายัดบัญชีพวกเขาทั้งหมดภายในสามนาทีนี้ทีครับ... พอดีผมอยากได้ตึกสำนักงานของพวกเขามาทำเป็นที่จอดรถแมวพอดี" กิตติหน้าซีดเผือกราวกับกระดาษ ไร้ซึ่งสีเลือด ดวงตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวสุดขีดเมื่อตระหนักได้ว่า... อดีตเศรษฐีตกอับตรงหน้าไม่ได้ล้อเล่น และเขากำลังเหยียบย่างเข้ามาสู่หายนะครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิต! ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความกาวไปกับผมนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะครับ!
สารจากนักเขียน (ฮาไม่จำกัด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เศรษฐีตกอับกับระบบช็อตฟีลตัวจี๊ด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%