กับข้าวหลังบ้านของเชฟตกอับกับคุณชายผู้มาพร้อมตู้แช่ทองคำ•ตอนที่ 5

สัญญาซัพพลายเออร์ที่ไม่มีในโลก

ผลงานโดย กาแฟโบราณแก้วโต
เสียงก้นกระทะเหล็กหล่อกระทบกับเตาถ่านดัง *'เคร้ง'* สนั่น กลิ่นหอมฉุยของพริกขี้หนูสวนคั่วแห้งและกระเทียมเจียวจนเหลืองกรอบโชยตลบอบอวลไปทั่วห้องครัวแคบๆ ด้านหลังร้าน รินรดาตวัดตะหลิวผัดหมูสับกับกากหมูชิ้นโตที่เจียวใหม่ๆ ลงในกระทะ คลุกเคล้าด้วยน้ำปลาแท้ชั้นดีและน้ำตาลมะพร้าวเคี่ยวเค็มๆ หวานๆ จนเคลือบเนื้อหมูทุกอณู เมนู "ข้าวแห้งกากหมูคั่วพริกเกลือ" นี้ไม่ได้มีไว้ขายตามสั่งทั่วไป แต่มันคืออาวุธชิ้นสำคัญในการรับมือกับแขกยามวิกาลที่ไม่ได้รับเชิญ หน้าประตูร้าน "ครัวหลังบ้าน" ยามนี้เงียบสงบผิดปกติ ทว่าความเงียบนั้นกลับอัดแน่นไปด้วยไอคุกคามจากชายฉกรรจ์สามคนที่ยืนขวางทางเข้า รอยสักมังกรลายพร้อยที่โผล่พ้นร่มผ้าและสายตาพาลเกเรบ่งบอกสถานะของพวกเขาได้เป็นอย่างดี—พวก "หมาล่าเนื้อ" ของเสี่ยอู้ด เจ้าพ่อเงินกู้และนักพัฒนาที่ดินผู้จ้องจะฮุบตึกแถวโซนนี้มานาน "บอกเจ้าของร้านออกมาซะเถอะ แม่สาวน้อย... แค่เซ็นใบโอนสิทธิ์แลกกับเงินก้อนโต ชีวิตพวกเธอจะสุขสบาย ไม่ต้องมานั่งหลังขดหลังแข็งผัดข้าวต้มกลิ่นอายจนๆ แบบนี้หรอก" หัวหน้าแก๊งอันธพาลเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน พลางใช้ปลายรองเท้าบูทเคาะประตูเหล็กม้วนเสียงดังปังๆ รินรดาไม่ได้สะดุ้งสะเทือน เธอวางตะหลิวลง ปาดเหงื่อที่ซึมตามไรผมด้วยหลังมือ ดวงตากลมโตฉายแววเย็นชาและดุดัน ไม่หลงเหลือคราบของเชฟตกอับที่เคยถูกครอบครัวทอดทิ้งแม้แต่น้อย เธอกำลังจะก้าวออกไปเผชิญหน้าด้วยสิทธิ์ของเจ้าของพื้นที่ แต่ทว่า... มีเงาร่างสูงสง่าในชุดสูทสีกรมท่าตัดเย็บประณีตก้าวตัดหน้าเธอไปเสียก่อน คุณคีรินทร์ ชายหนุ่มผู้มาพร้อมกับความลับและตู้แช่ทองคำในมิติพิศวง ปลดกระดุมเสื้อสูทออกหนึ่งเม็ดอย่างใจเย็น เขายืนขวางหน้าพวกนักเลงด้วยท่าทีรากับขุนนางผู้สูงศักดิ์กำลังมองฝุ่นผงบนรองเท้า "พวกคุณคงไม่รู้หนังสือสินะครับ ถึงได้อ่านป้าย 'เขตส่วนบุคคล' ไม่ออก" เสียงทุ้มต่ำแต่นุ่มนวลเอ่ยขึ้นอย่างสุภาพ ทว่าแฝงรังสีความกดดันชนิดที่ทำให้อุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงทันตาเห็น "เฮ้ย! ไอ้หน้าอ่อนนี่มาจากไหนวะ อยากลองดีกับเสี่ยอู้ดรึไง!" หนึ่งในลูกน้องชักมีดพกออกมาขู่ คีรินทร์ไม่แม้แต่จะชายตามองอาวุธในมือมัน เขายกมือขึ้นตบเบาๆ สองครั้ง ทันใดนั้น รถยนต์ซีดานสีดำสนิทนับสบคันก็แล่นเข้ามาจอดปิดล้อมตรอกแคบๆ นี้ไว้ทุกด้าน ชายชุดดำนับสิบชีวิตก้าวลงมาจากรถพร้อมเพรียงกัน แรงกดดันระดับมหาเศรษฐีผู้กุมเศรษฐกิจครึ่งประเทศแผ่พุ่งจนพวกนักเลงหน้าซีดเผือด เหงื่อกาฬแตกพลั่กในชั่วพริบตา "ผมให้เวลาสามวินาทีในการไสมหัวออกไปจากรัศมีร้อยเมตรนี้ มิฉะนั้น... พรุ่งนี้เช้าพวกคุณจะไม่เหลือแม้แต่ชื่อในทะเบียนบ้าน" คีรินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย แต่กลับทรงพลังเสียจนพวกอันธพาลต้องถอยกรูดโดยไม่ต้องรอให้ถึงวินาทีที่สาม เมื่อความเงียบสงบกลับคืนมาอีกครั้ง คีรินทร์จึงหันกลับมาหารินรดาที่ยืนกอดอกพิงขอบประตู มองเขาด้วยแววตาซับซ้อน "คุณเล่นใหญ่เกินไปแล้วนะ คุณคีรินทร์" รินรดาเอ่ยเสียงเรียบ แม้ในใจจะแอบทึ่งกับความเด็ดขาดของชายหนุ่มผู้นี้ไม่น้อย "ผมไม่ได้เล่นใหญ่ครับ เชฟริน" คีรินทร์ก้าวเข้ามาใกล้ กลิ่นหอมจางๆ ของโคโลญจ์ราคาแพงผสมผสานกับกลิ่นกากหมูคั่วพริกเกลือกลายเป็นความลงตัวที่แปลกประหลาด "ผมแค่ปกป้อง 'แหล่งพลังงาน' สำคัญของผมต่างหาก ลองถ้าคุณเป็นอะไรไป แล้วใครจะทำข้าวต้มแห้งและหมูสามชั้นตุ๋นยาจีนให้ผมกินล่ะครับ?" รินรดาแค่นเสียงฮึดฮัดในลำคอ แต่ริมฝีปากกลับกระตุกยิ้มบางๆ อย่างอดไม่ได้ "ที่แท้ก็กลัวอดกินนี่เอง ฉันก็นึกว่ามีใจรักความยุติธรรม" "มีใจรักคุณด้วยครับ ถ้าคุณจะกรุณาพิจารณา" คีรินทร์ตอบกลับทันควันอย่างไร้ความเขินอาย เล่นเอารินรดาถึงกับชะงัก ใบหน้าเนียนขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างรวดเร็ว เธอรีบเบือนหน้าหนีซ่อนความประหม่าด้วยการตักข้าวสวยร้อนๆ ใส่ชามโปะด้วยกากหมูคั่วพริกเกลือส่งกลิ่นหอมฟุ้ง ราดด้วยน้ำจิ้มซีฟู้ดรสจัดจ้านฝีมือเธอเอง "กินซะ แล้วก็ฟังข้อเสนอของคุณให้จบ... ว่าคุณจะเอาอะไรแลกกับการเข้ามาวุ่นวายในชีวิตฉัน" รินรดายื่นชามอาหารให้ คีรินทร์รับชามเซรามิกมาถือไว้ รอยยิ้มพึงพอใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคาย เขาตักข้าวเข้าปากคำโต เคี้ยวช้าๆ เพื่อซึมซับรสชาติอันจัดจ้านกลมกล่อมที่ตัดกันอย่างสมบูรณ์แบบระหว่างความมันกรอบของกากหมูและความเผ็ดร้อนของพริกเกลือ ก่อนจะวางชามลงบนโต๊ะไม้เก่าๆ แล้วมองสบตาเธอตรงๆ "ข้อเสนอของผมง่ายมากครับ เชฟริน" คีรินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจังขึ้น "ผมขอเป็น 'ลูกค้าวีไอพีถาวร' แต่สิทธิพิเศษของผมคือ... ผมขอผูกขาดวัตถุดิบและฝีมือการทำอาหารของคุณแต่เพียงผู้เดียว แลกกับการที่ผมจะใช้ทรัพยากรทั้งหมดที่มี กว้านซื้อตึกแถวและที่ดินย่านนี้ทั้งหมด แล้วโอนกรรมสิทธิ์เป็นชื่อของคุณ... ฟรีๆ" รินรดาเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย นางเอกสาวผู้ผ่านการหักหลังมาโชกโชนย่อมรู้ดีว่า ไม่มีของฟรีในโลกนี้ ยิ่งเป็นข้อเสนอจากมหาเศรษฐีผู้ลึกลับ ยิ่งต้องมีเดิมพันที่สูงลิ่ว "แล้วฉันต้องแลกด้วยอะไร?" รินรดากล่าวเสียงเย็น "แลกกับการที่... คุณต้องทำอาหารให้ผมกินทุกเย็น และอนุญาตให้ผมเป็นคนดูแลคุณ ทั้งเรื่องร้าน เรื่องหนี้สินของครอบครัวคุณ และเรื่องหัวใจของคุณด้วยครับ" ยังไม่ทันที่รินรดาจะได้เอ่ยปากปฏิเสธหรือตกลง เสียงเคาะประตูกระจกหน้าร้านก็ดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน พร้อมกับร่างระหงของหญิงสาววัยกลางคนคนหนึ่งที่แต่งตัวด้วยเสื้อผ้าแบรนด์เนมราคาแพงระยับ แต่ใบหน้ากลับซีดเซียวและเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก—**คุณนายรสริน** แม่แท้ๆ ของเธอที่เคยประกาศตัดขาดและฮุบสมบัติชิ้นสุดท้ายไปเมื่อสามเดือนก่อน กำลังยืนตัวสั่นเทาอยู่เบื้องหน้า พร้อมกับเอ่ยประโยคที่ทำให้บรรยากาศในร้านเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ "รินรดา... ช่วยแม่ด้วย! พ่อของลูก... พ่อของลูกถูกพวกมันจับตัวไปแล้ว!" [ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาลิ้มรสความเข้มข้นในบทนี้ด้วยกันนะครับ]
สารจากนักเขียน (กาแฟโบราณแก้วโต)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับข้าวหลังบ้านของเชฟตกอับกับคุณชายผู้มาพร้อมตู้แช่ทองคำ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%