กับข้าวหลังบ้านของเชฟตกอับกับคุณชายผู้มาพร้อมตู้แช่ทองคำ•ตอนที่ 4

สงครามน้ำพริกผักจิ้ม

ผลงานโดย กาแฟโบราณแก้วโต
"ถ้าฝีมือปลายจวักของหล่อนมันดีจริง ร้านข้าวต้มริมทางสภาพใกล้เจ๊งนี่คงไม่ต้องรอให้คนอื่นมาเซ้งหรอกนะรินรดา เที่ยวนี้ฉันอุตส่าห์เมตตาเอาสัญญาแบ่งมรดกที่ดินผืนเก่าของตาแก่มาให้เซ็น ก็รีบๆ จรดปากกาซะ จะได้เอาเงินไปใช้หนี้พวกเจ้าหนี้เงินกู้ที่ตามทวงหน้าบ้านให้มันพ้นๆ อับiายขายหน้าชาวบ้านเขา!" เสียงแหลมสูงปรี๊ดของ ‘ป้าวิไล’ ป้าแท้ๆ ผู้มีศักดิ์เป็นพี่สาวของแม่ ดังก้องทะลุผ้าม่านลูกไม้สีขาวเก่าๆ เข้ามาในครัวหลังบ้าน รินรดาชะوกมือที่กำลังสับข่าสดๆ บนเขียงไม้เนื้อหนาลงเล็กน้อย ดวงตากลมโตคู่คมกริบไหววับด้วยประกายเพลิงสีชาด ความแค้นเคืองที่ถูกสลักไว้ในใจเมื่อครั้งถูกญาติสนิทร่วมสายเลือดร่วมมือกันฮุบกิจการร้านอาหารของพ่อแม่เมื่อสามปีก่อน กลับมาเดือดพล่านขึ้นอีกครั้งในยามที่กลิ่นอายความจนตรอกพยายามจะบีบคั้นเธอให้จำนน รินรดาไม่ตอบโต้ทันที เธอเลือกที่จะบรรจงใช้มีดปังตอเล่มโตสับข่า กุ้งแห้งเนื้อดี และพริกขี้หนูสวนสีแดงสดลงไปในครกหินอ่างศิลา น้ำหนักและจังหวะการตำของเธอหนักแน่นและดุดัน ราวกับกำลังใช้ครกใบนี้บดขยี้ความโลภและหน้าต่าหน้าทุเรศของคนที่ยืนแหกปากอยู่หน้าร้าน ป้าวิไลไม่ได้มาคนเดียว ด้านข้างยังมี ‘น้าประจักษ์’ ลูกพี่ลูกน้องชายหนุ่มพุงพลุ้ยที่สวมสร้อยทองเส้นเท่าเชือกกล้วย ยืนกอดอกพิงกรอบประตูด้วยสีหน้าเหยียดหยาม กวาดสายตามองไปรอบครัวที่ถูกรีโนเวทใหม่ด้วยงบหลักล้านของคุณคีรินทร์อย่างอิจฉาริษยา "โหมIย... จัดครัวซะหรูหราเชียว แม่คุณ ตั้งแต่ผัวเก่าทิ้งไป คงไปเกาะไอ้หนุ่มกระเป๋าหนักที่ไหนมาล่ะสิ ถึงมีปัญญาเปลี่ยนเคาน์เตอร์ครัวเป็นหินอ่อนได้ แต่เสียดายนะ... ต่อให้แต่งร้านให้สวยเป็นวังทองยังไง ถ้าก้นครัวไม่มีปัญญาทำเงิน สุดท้ายก็ต้องเอาที่ดินผงซักฟอกของตามาขายใช้หนี้นอกระบบอยู่ดี" น้าประจักษ์หัวเราะหึๆ ในลำคอ สายตาโลภโมจิเหลือบไปเห็นตู้แช่สเตนเลสสตีลสีทองอร่ามที่ตั้งมุมห้อง "เห้ย... ตู้แช่อะไรวะเนี่ย ดูท่าทางราคาแพงชะมัด เอามาขัดดอกใช้หนี้พวกฉันสักครึ่งแสนน่าจะพอนะแม่" มือที่กำลังหยิบขวดน้ำปลาชั้นดีหยุดชะงักลง รินรดายืดตัวตรงอย่างสง่างาม เธอวางขวดเครื่องปรุงลงกระทบเคาน์เตอร์เสียงดังสนั่น *ก๊อง!* ก่อนที่เธอจะทันได้อ้าปากตอกกลับ ร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนสีฟ้าอ่อนของคุณคีรินทร์ก็ก้าวออกมาจากประตูเชื่อมห้องพักผ่อน สายตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาราคาแพงกวาดมองผู้มาเยือนทั้งสองด้วยรอยยิ้มเย็นชาที่ไม่ได้ส่งไปถึงดวงตา "ขอโทษด้วยนะครับ พอดีตู้แช่ทองคำเครื่องนี้ และที่ดินผืนที่พวกคุณกำลังตาเป็นมันอยู่... เป็นกรรมสิทธิ์ของผมตามกฎหมายทั้งหมดแล้วครับ" คุณคีรินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้มแต่น่าเกรงขาม ก้าวเข้ามาประชิดตัวรินรดาอย่างปกป้อง พร้อมกับยื่นมือไปหยิบผ้าขนหนูผืนเล็กมาซับเหงื่อที่ข้างขมับให้หญิงสาวอย่างอ่อนโยน "ส่วนเรื่องหนี้สิน ถ้าหมายถึงเงินกู้ดอกเบี้ยโหดสามแสนบาทที่พวกคุณแอบเอาชื่อรินไปค้ำประกันไว้... ผมใช้คืนให้พวกเจ้าหนี้เขาหมดตั้งแต่เมื่อวานแล้วล่ะครับ" ป้าวิไลและน้าประจักษ์หน้าถอดสีทันที ริมฝีปากอ้าค้างราวกับปลาทองขาดน้ำ "แก... แกเป็นใครวะ! เรื่องนี้มันเรื่องในครอบครัวเรา แกมีสิทธิ์อะไรมาสอด..." ป้าวิไลแว้ดขึ้นด้วยความตกใจ "ผมเป็นสามีของเธอครับ" คุณคีรินทร์ตัดบทด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด "และในเมื่อพวกคุณอุตส่าห์ถ่อสังขารมาถึงนี่เพื่อดูว่าภรรยาผมจะเอาปัญญาที่ไหนหาเงิน... งั้นก็เชิญอยู่รับประทานอาหารมื้อเที่ยงฝีมือเธอให้เป็นบุญปากก่อนกลับสักมื้อเถอะครับ เผื่อว่าสมองที่เสื่อมถอยไปตามวัยจะได้จดจำรสชาติของคนที่พวกคุณเคยเหยียบย่ำเอาไว้ได้บ้าง" รินรดาแอบอมยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย เคมีและความเปย์ระดับพรีเมียมของคุณชายคีรินทร์ในยามนี้ช่างน่าหมั่นไส้และน่าซบอกลงไปซบในเวลาเดียวกันเสียจริง แต่เวลานี้ไม่ใช่เวลามาเขินอาย เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ดวงตาสุกใสเปล่งประกายความดุดันของเชฟผู้กุมอำนาจในอาณาจักรของตนเอง "อยากรู้ใช่ไหมล่ะว่าคนตกอับอย่างฉันจะเอาอะไรมาสู้พวกปลิงอย่างพวกแก?" รินรดาหันกลับไปจัดการครกหินในมือต่อ เสียงตำพริกกระเทียมดัง *โครกคราก* เป็นจังหวะที่ทรงพลัง เธอบรรจงเทกุ้งแห้งป่นละเอียดลงไป ตามด้วยกะปิอย่างดีที่ย่างไฟจนหอมกรุ่น คลุกเคล้าให้เข้ากันด้วยพายไม้เนื้อเนียน กลิ่นหอมฉุนของเครื่องแกงโบราณเริ่มตีตลบอบอวลพุ่งทะยานออกจากห้องครัวผ่านหน้าต่างระบายอากาศออกไปสู่ตรอกซอกซอยด้านนอกทันที แต่วันนี้... มันไม่ใช่น้ำพริกธรรมดา รินรดาก้าวไปเปิดตู้แช่ทองคำ หยิบกุ้งแม่น้ำตัวโตเนื้อแน่นสดใสที่ถูกแช่แข็งในมิติเวลาสมบูรณ์แบบออกมา กุ้งแม่น้ำธรรมชาติจากแม่น้ำโขงที่ส่งตรงมาจากระบบลึกลับ เนื้อของมันใสแจ๋วและส่งกลิ่นหอมของความสดชวนน้ำลายสอ เธอจัดการย่างมันด้วยเตาถ่านกะลามะพร้าวที่ให้ความร้อนสม่ำเสมอ จนมันกุ้งสีส้มสดเยิ้มเย้ายวนส่งกลิ่นหอมฟุ้งตลบอบอวลไปทั่วทั้งบ้าน "กลิ่นอะไรวะเนี่ย..." น้าประจักษ์เผลอกลืนน้ำลายลงคอเสียงดังเอื๊อก ความหอมของกุ้งย่างที่ผสานกับกลิ่นกะปิเผาและสมุนไพรคั่วซัดเข้าจมูกจนท้องไส้ปั่นป่วน รินรดาไม่สนใจสายตาที่เริ่มหิวกระหายของญาติจอมปลอม เธอจัดแจงตำเนื้อกุ้งแม่น้ำย่างลงไปในน้ำพริกกระปิสูตรลับโบราณของตระกูล เติมน้ำมะนาวแท้คั้นสดๆ น้ำปลาดี และน้ำตาลปี๊บเคี่ยวเคี่ยวเคี่ยวจนเข้ากันเป็นเนื้อเดียว น้ำพริกผัดกุ้งสดรสจัดจ้านสีส้มอมแดงจัดจ้านถูกตักใส่ถ้วยเซรามิกสีขาวนวล โรยหน้าด้วยพริกขี้หนูสวนสีเขียวแดงและใบมะกรูดซอยบางเฉียบ ข้างๆ กันนั้นคือผักจิ้มออร์แกนิกนานาชนิด ทั้งยอดมะกอกสดรสเปรี้ยวนิดๆ แตงกวาญี่ปุ่นกรอบกริบ มะเขือเปราะลูกจิ๋วจากแปลงปลูกหลังบ้าน และที่เด็ดที่สุดคือ ‘ดอกผักบุ้งไทยนา’ ลวกน้ำปลาจนกรอบเขียวขจีราดด้วยกะทิสดเคี่ยวเค็มหวานมัน "น้ำพริกผักจิ้มสูตรตกอับ... เชิญชิมดูสิครับเผื่อจะช่วยให้สำนึกอะไรขึ้นมาได้บ้าง" รินรดาเลื่อนถ้วยน้ำพริกควันฉุยไปตรงหน้าป้าวิไลและน้าประจักษ์ที่ยืนกลืนน้ำลายอึกใหญ่ กลิ่นหอมยวนใจของน้ำพริกสูตรลับนี้ไม่ได้ลอยอยู่แค่ในครัว แต่มันกระจายตัวผ่านสายลมพัดออกไปจนเพื่อนบ้านในละแวกใกล้เคียงต่างต้องชะโงกหน้าออกมาจากหน้าต่างด้วยความฉงนสนเท่ห์ กลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์นี้ปลุกเร้าประสาทสัมผัสของคนทั้งซอยให้หันขวับมามองที่บ้านของรินรดาเป็นตาเดียว ป้าวิไลที่ตั้งใจมาพังร้าน กลับมือไม้สั่นด้วยความอยากอาหารจนเผลอยื่นมือไปหยิบช้อนตักน้ำพริกเข้าปากคำโต... ดวงตาฝ้าฟางเบิกกว้างขึ้นทันทีเมื่อรสชาติเผ็ด เปรี้ยว เค็ม หวาน และความหอมหวานของกุ้งแม่น้ำสดๆ ระเบิดขึ้นในโพรงปากอย่างลึกล้ำ ทว่า ในวินาทีที่ทุกคนกำลังเคลิบเคลิ้มไปกับรสชาติอันไร้ที่ติ เสียงเคาะประตูกระจกหน้าร้านดังขึ้นรัวๆ พร้อมกับร่างของแขกไม่ได้รับเชิญกลุ่มใหญ่ที่วิ่งกรูเข้ามาเบียดเสียดกันจนแน่นขนัดร้านข้าวต้ม! "น้องริน! กลิ่นอะไรหอมฟุ้งไปสามบ้านแปดบ้านแบบนี้วะ! เอาข้าวสวยร้อนๆ มาจานนึง เอาชุดน้ำพริกกุ้งสดนี่ด่วนเลย ฉันได้กลิ่นมาตั้งแต่ปากซอยแล้วโว้ย!" เสียงตะโกนโหววกเหวกของ ‘เฮียหมง’ เจ้าของร้านขายของชำผู้ทรงอิทธิพลประจำซอยดังลั่น พร้อมกับธนบัตรใบสีเทาที่ถูกยื่นสะบัดอยู่กลางอากาศ รินรดายกยิ้มมุมปากอย่างเยือกเย็น เธอหันไปสบตากับคุณคีรินทร์ที่ยืนกอดอกมองภาพความวุ่นวายตรงหน้าด้วยรอยยิ้มเอ็นดู ก่อนที่สายตาคมของเธอจะตวัดกลับมามองหน้าป้าวิไลที่กำลังอ้าปากค้างถือช้อนสั่นเทา "ดูท่าทาง... น้ำพริกสูตรตกอับของฉัน จะขายดีจนพวกแกไม่มีที่ยืนในร้านนี้แล้วล่ะมั้งครับ?" [ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาลิ้มรสความเข้มข้นในบทนี้ด้วยกันนะครับ]
สารจากนักเขียน (กาแฟโบราณแก้วโต)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับข้าวหลังบ้านของเชฟตกอับกับคุณชายผู้มาพร้อมตู้แช่ทองคำ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%