เสียงกระแทกของกล่องโฟมหนาพิเศษตกลงบนโต๊ะไม้สักเก่าหลังครัว ดังสะท้อนก้องท่ามกลางความเงียบงันของยามวิกาล กลิ่นอายความเย็นเยือกของน้ำแข็งแห้งพวยพุ่งออกมาพร้อมกับไอน้ำสีขาวจางๆ ลอยคลุ้งผสมผสานกับกลิ่นหอมอ่อนๆ ของเครื่องเทศคั่วในกระทะเหล็กหล่อที่ยังคงหลงเหลืออยู่
รินรดากวาดสายตาคมกริบมองกล่องพัสดุปริศนาที่ถูกส่งตรงมาถึงหลังบ้านโดยไม่ผ่านการนัดหมาย เธอยังคงถือตะหลิวไม้ในมือซ้ายนิ่งสนิท ขณะที่มือขวาเอื้อมไปดึงเทปกาวสีน้ำตาลออกอย่างไม่ไยดี ฝากล่องเปิดออกเผยให้เห็นห่อสูญญากาศสีดำสนิทนับสิบชิ้น
เมื่อกรีดเปิดห่อแรก กลิ่นหอมเฉพาะตัวของเห็ดทรัฟเฟิลขาวจากแคว้นพิดมอนต์ก็โชยแตะจมูกทันที ตามมาด้วยเนื้อวากิวมิยาซากิเกรด A5 ที่มีลายไขมันแทรกละเอียดดั่งงานศิลปะชั้นครู และไข่ปลาคาเวียร์สีดำสนิทในกระปุกแก้วเจียระไน วัตถุดิบเหล่านี้มีมูลค่ารวมกันทะลุหลักแสนบาทในพริบตาเดียว แต่มันกลับถูกส่งมาในฐานะ "ของสมนาคุณ" จากชายผู้ร่ำรวยล้นฟ้า
"คุณนี่มัน... ใช้เงินแก้ปัญหาไม่เลือกที่จริงๆ สินะครับ"
เสียงทุ้มต่ำแต่เจือแววขบขันดังขึ้นจากมุมมืดของระเบียงหลังบ้าน คีรินทร์ก้าวออกมาจากเงาไม้ในชุดสูทเนื้อดีที่ถูกถอดสูทนอกออกเหลือเพียงเสื้อเชิ้ตพับแขนขึ้นถึงข้อศอก เขากอดอกพิงเสาไม้สักด้วยท่าทางสบายๆ ดวงตาคมกราบมองเชฟสาวผู้กำลังขมวดคิ้วมุ่น
รินรดาวางตะหลิวลงบนเคาน์เตอร์อย่างแรงจนเกิดเสียงดังทึบ เธอยืนกอดอกจ้องมองทายาทมหาเศรษฐีด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความระอาปนดุดัน
"คุณคีรินทร์ นี่มันหมายความว่าอย่างไรครับ?" รินรดาเอ่ยถาม น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมดืดมีดโกนอาบน้ำผึ้ง "ผมบอกคุณไปแล้วไม่ใช่หรือครับว่า ครัวหลังบ้านของผมไม่ต้อนรับวัตถุดิบราคาแพงระยับที่ไร้ซึ่งจิตวิญญาณแบบนี้"
คีรินทร์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย เดินเข้ามาใกล้แสงไฟสีส้มอุ่นจากหลอดไฟดวงเปลือยที่ห้อยเหนือเคาน์เตอร์ รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นอย่างใจ1เย็น "ผมแค่คิดว่า เชฟฝีมือระดับคุณ สมควรได้ใช้ของที่ดีที่สุดในตลาดโลก วัตถุดิบเกรดต่ำตามตลาดสดทั่วไป มันคู่ควรกับฝีมือคุณตรงไหนกันครับริน"
"คุณกำลังดูถูกตลาดสด และกำลังดูถูกความเป็นเชฟของผมด้วยครับ"
รินรดาก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะไม้ ระยะห่างระหว่างทั้งสองลดลงจนเหลือเพียงไม่กี่คืบ ดวงตากลมโตฉายแวววาวด้วยความถือดี เธอยื่นมือไปหยิบเนื้อวากิ้วราคาแพงชิ้นนั้นขึ้นมาพิจารณาชั่วครู่ ก่อนจะโยนมันลงไปในถังขยะสเตนเลสข้างเคาน์เตอร์อย่างไม่ลังเล
*เคร้ง!*
เสียงเนื้อราคาหลักหมื่นกระทบก้นถังขยะดังสนั่น คีรินทร์ชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึงระคนฉุนเฉียว ชายหนุ่มไม่คาดคิดว่าหญิงสาวจะกล้าทำลายวัตถุดิบที่บินตรงมาจากต่างประเทศด้วยความไร้เยื่อใยเช่นนี้
"คุณทำบ้าอะไรลงไปรู้ตัวไหม นั่นมันกิโลกรัมละหลายหมื่น..." คีรินทร์หลุดปากเสียงดังขึ้น
"แล้วไงครับ?" รินรดาตัดบททันควัน น้ำเสียงของเธอหนักแน่นและจริงจังจนอีกฝ่ายต้องเงียบงัน "สำหรับคุณ มันคือตัวเลขในบัญชี คือสัญลักษณ์แสดงความเหนือกว่า หรืออาจจะเป็นแค่ของเล่นแก้เบื่อแก้เซ็งยามว่างจากตึกสูงระฟ้า แต่สำหรับผม... วัตถุดิบทุกชนิดมีชีวิต มีเรื่องราว และมีเกียรติของมัน"
เธอยกมือขึ้นกอดอก สายตาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของชายหนุ่มราวกับจะทะลุผ่านเข้าไปถึงก้นบึ้งความคิด
"คุณมองเห็นแค่ป้ายราคา แต่มองไม่เห็นหัวใจของคนทำอาหารเลย คุณคีรินทร์" รินรดากล่าวต่อด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง1ระดับ แต่กลับทรงพลังยิ่งกว่าเดิม "เนื้อวากิ้วเกรด A5 ที่ถูกฟรีซมาข้ามน้ำข้ามทะเล มันสูญเสียความชุ่มฉ่ำตามธรรมชาติไปหมดแล้ว ไข่ปลาคาเวียร์กระปุกนั้นถูกเปิดทิ้งไว้ให้อากาศสัมผัสเกินสองนาที รสสัมผัสมันด้านชาไร้ชีวิตชีวา... ของพวกนี้ ต่อให้ราคาแพงแค่ไหน ก็เป็นได้แค่ 'วัตถุดิบเกรดเอในถังขยะของคนรวย' เท่านั้นแหละครับในสายตาผม"
ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่หลังบ้านชั่วขณะ มีเพียงเสียงแมลงยามค่ำคืนและเสียงลมหายใจอุ่นๆ ของคนทั้งสอง
คีรินทร์นิ่งอึ้งไป เขากวาดสายตามองถังขยะสเตนเลสใบนั้นสลับกับใบหน้าเรียบเฉยแต่เด็ดเดี่ยวของหญิงสาว สมองที่เคยชินกับการประเมินมูลค่าทรัพย์สินและการเจรจาธุรกิจนับร้อยล้านพลันหยุดทำงานไปชั่วขณะ ไม่มีคู่ค้าคนไหนกล้าปฏิเสธเงินของเขา ไม่มีใครกล้าบอกว่าของขวัญที่เขานำมาให้คือขยะ... มีเพียงผู้หญิงคนนี้ คนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขาในชุดผ้ากันเปื้อนเปื้อนคราบซอส
แต่น่าแปลก... แทนที่เขาจะรู้สึกโกรธเคืองจนอยากหันหลังเดินกลับ ความรู้สึกบางอย่างกลับตีตื้นขึ้นมาในอก ความท้าทายที่แห้งหายไปจากชีวิตอันน่าเบื่อหน่ายถูกจุดประกายขึ้นอีกครั้งอย่างรุนแรง
คีรินทร์หลุดหัวเราะเบาๆ ออกมาในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความยอมจำนนและทึ่งจัด
"คุณนี่มัน... ดื้อด้านเสียจริงนะริน" คีรินทร์ส่ายหัวช้าๆ รอยยิ้มอบอุ่นปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างปิดไม่มิด "แล้วถ้าผมอยากพิสูจน์ให้คุณเห็นล่ะ ว่าผมไม่ได้มองแค่ป้ายราคา เชฟผู้สูงส่งจะยอมให้โอกาสผักชีใบเลื่อยริมทาง หรือหมูสามชั้นติดมันจากตลาดสดหลังซอย ได้พิสูจน์ตัวเองบนโต๊ะอาหารบ้างไหมล่ะครับ"
รินรดาหรี่ตามองเขาอย่างระแวง "คุณหมายความว่าอย่างไร?"
"พรุ่งนี้เช้า ผมจะไปตลาดสดกับคุณ" คีรินทร์ประกาศกร้าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เด็ดขาด พร้อมกับก้าวเข้าไปใกล้จนรินรดาต้องถอยหลังไปชนเคาน์เตอร์ "ผมจะเลือกวัตถุดิบด้วยตัวเอง ให้คุณเป็นคนสอนผมว่า หัวใจของคนทำอาหารที่แท้จริงมันหน้าตาเป็นอย่างไร... และถ้าผมสอบตก คุณจะใช้ตะหลิวเคาะหัวผมสักทีสองที ผมก็จะไม่ปริปากบ่นเลยครับ"
รินรดาพ่นลมหายใจออกทางจมูกเบาๆ กับความหน้ามึนที่ถูกห่อหุ้มด้วยมาดสุภาพบุรุษของคนตรงหน้า แต่ก่อนที่เธอจะได้เอ่ยปากปฏิเสธ กลิ่นหอมกรุ่นของน้ำซุปกระดูกหมูเคี่ยวเค็มๆ มันๆ ที่เธอทิ้งไว้บนเตาก็ส่งกลิ่นตีตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ พร้อมกับเสียงเดือดปุดๆ เบาๆ ของมันฝรั่งและรากผักชีที่กำลังหลอมรวมกันอย่างสมบูรณ์แบบ
คีรินทร์สูดหายใจเข้าลึกเพื่อรับกลิ่นนั้น ดวงตาคมเป็นประกายวาววับทันทีเมื่อหันไปเห็นหม้อดินเผาใบเล็กบนเตา
"นั่น... กลิ่นอะไรครับ?" คีรินทร์ถามเสียงพร่าโดยไม่รู้ตัว
รินรดายิ้มมุมปากอย่างเหนือกว่า เธอก้าวเลี่ยงตัวเขาไปเปิดฝาหม้อดินเผา ควันสีขาวพวยพุ่งพร้อมกับกลิ่นหอมของซุปกระดูกหมูตุ๋นหัวไชเท้ารสชาติเข้มข้นที่เคี่ยวมานานกว่าห ชั่วโมง เนื้อหมูเปื่อยนุ่มจนแทบละลายในปากลอยเด่นอยู่เหนือผิวซุปสีทองใส
เชฟสาวตักน้ำซุป1ช้อนโต๊ะเป่าเบาๆ แล้วยื่นไปจ่อริมฝีปากของชายหนุ่มโดยไม่ทันตั้งตัว
"ลองชิมดูสิครับ... ซุปกระดูกหมูราคาหกสิบบาทจากตลาดสด ที่ไม่มีแม้แต่ชื่อแบรนด์หรูๆ ประทับไว้" รินรดาเอ่ยกระซิบเสียงนุ่มข้างหู พร้อมกับรอยยิ้มท้าทายที่ทำเอาหัวใจคนสายเปย์กระตุกวูบ "แล้วคุณจะรู้ว่า... ขุมทรัพย์ที่แท้จริง หน้าตาเป็นอย่างไร"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาลิ้มรสความเข้มข้นในบทนี้ด้วยกันนะครับ
กับข้าวหลังบ้านของเชฟตกอับกับคุณชายผู้มาพร้อมตู้แช่ทองคำ•ตอนที่ 3
วัตถุดิบเกรดเอในถังขยะของคนรวย
ผลงานโดย กาแฟโบราณแก้วโต
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กาแฟโบราณแก้วโต)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับข้าวหลังบ้านของเชฟตกอับกับคุณชายผู้มาพร้อมตู้แช่ทองคำ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!