ความมืดมิดในห้องลับใต้ตำหนักบูรพาไม่เคยปรานีผู้ใด เช่นเดียวกับความลับที่หลินฟางเซียนจงใจซุกซ่อนไว้ภายใต้กล่องไม้จันทน์หอมแกะสลักลวดลายหงส์เคียงมังกร
ปลายนิ้วเรียวงามที่เคยถูกเหยียดย่ำจนชุ่มโชกไปด้วยโลหิตในอดีต บัดนี้กำลังบรรจงเปิดฝากล่องออกอย่างเชื่องช้า เสียงไม้เสียดสีกันเบาหวิวราวกับเสียงถอนหายใจของวิญญาณที่ยังไม่ไปผุดไปเกิด ภายในนั้นไม่ได้มีเพียงเอกสารราชการปลอมแปลงที่จักรพรรดิอี้หลงใช้เป็นเครื่องมือทำลายล้างตระกูลหลิน หากแต่มี "หลักฐานชิ้นสำคัญ" ที่จะพลิกแผ่นดินต้าเฉิงให้ลุกเป็นไฟ
"พระองค์ทรงตามหาแทบพลิกแผ่นดิน... แต่ไม่เคยคาดคิดเลยสินะเพคะว่า ของสิ่งนี้จะอยู่ใต้พระบาทของพระองค์มาตลอด"
ฟางเซียนพึมพำกับความว่างเปล่า รอยยิ้มเยาะหยันผุดขึ้นที่มุมปากอย่างงดงามแต่เยียบเย็น นางหยิบห่อผ้าแพรสีชาดที่ซ่อนอยู่ชั้นล่างสุดขึ้นมา เมื่อคลี่ออก สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาคือ "ป้ายหยกประจำตัวจักรพรรดิ" สลักลวดลายหงส์คู่มังกรทองคำแท้ ซึ่งเป็นของพระราชทานเพียงชิ้นเดียวที่นางได้รับในคืนเข้าหอ... คืนที่อี้หลงมอบทั้งความรัญจวนอันป่าเถื่อนและรอยแผลเป็นในจิตใจที่ไม่มีวันลบเลือน
ข้างกันนั้นคือชิ้นส่วนของชุดคลุมปักลายหมีน้อยสีขาวสะอาดตา ซึ่งนางแอบตัดเย็บด้วยความรักและหยาดน้ำตาในวันที่ตั้งครรภ์ทายาทลับๆ ก่อนที่เด็กน้อยคนนั้นจะถูกพรากไปจากอกโดยฝีมือของพระสนมเอกและอำนาจมืดของบุรุษผู้ไร้หัวใจ
"แอ๊ด..."
เสียงเปิดประตูห้องทรงอักษรด้านบนดังขึ้นแผ่วเบา แต่สมาธิอันแหลมคมของฟางเซียนทำให้รับรู้ได้ทันที ฝีเท้าหนักแน่นที่คุ้นเคยกำลังก้าวเข้ามาใกล้ทางลับนี้ทุกที ร่างสูงใหญ่ของจักรพรรดิอี้หลง—อดีตสวามีผู้เย่อหยิ่งและปัจจุบันคือนักโทษทางอารมณ์ที่ยอมคุกเข่าแทบเท้านาง—กำลังเดินตามกลิ่นหอมของกำยานที่นางจงใจทิ้งไว้
ฟางเซียนไม่มีเวลาเก็บของทั้งหมดลงกล่อง ร่างระหงรีบซ่อนป้ายหยกและผ้าแพรไว้ในอกเสื้อ ก่อนที่แผ่นหลังบอบบางจะถูกสวมกอดจากด้านหลังด้วยความโหยหาอันร้อนรุ่ม ลมหายใจอุ่นร้อนที่รดรินอยู่ข้างกกหูทำให้ขนลุกชันไปทั่วร่าง
"เจ้าลงมาทำอะไรที่นี่... ฟางเซียน"
เสียงทุ้มต่ำที่เจือความสั่นเครือกระซิบชิดริมฝีปาก อี้หลงโอบกอดเอวคอดกิ่วไว้แน่นราวกับกลัวว่านางจะเป็นเพียงภาพลวงตา ดวงตาคมกราบกรานมองสำรวจใบหน้างดงามที่เรียบเฉยไร้ความรู้สึกของนาง หัวใจของโอรสสวรรค์เจ็บแปลบจนแทบหยุดเต้น ทุกครั้งที่นางมองเขาด้วยแววตาว่างเปล่า มันเหมือนกับมีมีดนับพันเล่มมากรีดแทะ
"หม่อมฉันเพียงแต่มารำลึกความหลัง... ถึงวันที่หม่อมฉัน 'ตาย' ไปจากวังหลังแห่งนี้เพคะ ฝ่าบาท" นางตอบเสียงเรียบ ลมหายใจเปี่ยมไปด้วยพิษสงที่พร้อมจะแว้งกัดเขาทุกเมื่อ
อี้หลงขบกรามแน่น ความรู้สึกผิดบาปที่กัดกินวิญญาณทำให้เขาไม่อาจอดกลั้นได้อีกต่อไป ร่างสูงพลิกร่างบางให้หันมาเผชิญหน้า ก่อนจะดันแผ่นหลังของนางแนบชิดติดกับผนังห้องเย็นเยียบ ปิดกั้นทุกทางหนีด้วยอ้อมแขนที่ทรงพลัง ดวงตาคมกริบฉายแววปรารถนาและร้าวรานในคราวเดียวกัน
"เจ้าจะลงโทษเราอย่างไรก็ได้ ฟางเซียน... แต่ได้โปรด อย่ามองเราด้วยสายตาแบบนั้น" อี้หลงคำรามต่ำริมฝีปาก สัมผัสได้ถึงความหอมหวานจากกายสาวที่ปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบเถื่อนในตัวให้ตื่นขึ้น ความโหยหาที่สะกดกลั้นมาแรมเดือนปะทุขึ้นราวกับลาวาใต้พิภพ
เขาก้มลงประกบเรียวปากหยักลึกบดขยี้ลงบนกลีบปากนุ่มของนางทันทีโดยไม่รอคำอนุญาต จูบนั้นทั้งดุดัน เร่าร้อน และเต็มไปด้วยความเจ็บปวดของการวอนขอ ฟางเซียนเบิกตากว้างด้วยความตกใจ นางพยายามทุบตีแผงอกกว้างเพื่อขัดขืน แต่แรงอันน้อยนิดหรือจะสู้แรงของจักรพรรดิผู้คลั่งรัก ลิ้นร้อนชื้นรุกล้ำเข้าไปเกี่ยวพันดูดดื่มความหวานล้ำภายในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ มือหนาข้างหนึ่งสอดเข้าใต้ร่มผ้า ลูบไล้ผิวเนียนนุ่มราวน้ำนมอย่างลืมตัวปลุกเร้าอารมณ์สั่นสะท้านไปทั่วทุกอณูขุมขน
ความวาบหวามแผ่ซ่านไปทั่วร่างจนลมหายใจของทั้งคู่ขาดห้วง อี้หลงถอนริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่ง ปล่อยให้หยาดน้ำใสเชื่อมต่อระหว่างริมฝีปากของคนทั้งสอง ดวงตาดุจพญาอินทรีย์แดงก่ำด้วยเพลิงสวาทที่กำลังลุกโชน เขาก้มลงซุกไซ้ซอกคอขาวผ่อง ขบเม้มผิวเนื้ออ่อนนุ่มจนเกิดรอยรักสีแดงก่ำท่ามกลางความมืดมิด มือใหญ่เลิกชายกระโปรงผ้าแพรเนื้อดีขึ้นสูงสัมผัสเรียวขาเนียนสวยที่สั่นระริก
"ฝ่าบาท... หยุดนะเพคะ!" ฟางเซียนหอบสะท้าน น้ำเสียงของนางแม้จะพยายามแข็งกร้าว แต่กลับสั่นพร่าด้วยแรงอารมณ์ที่เขาจงใจปลุกปั่น
"เราไม่หยุด... และจะไม่มีวันปล่อยให้เจ้าไปไหนอีก" อี้หลงกระซิบชิดใบหู ร่างหนาทาบทับเบียดชิดเข้าแนบแน่นจนรับรู้ถึงความต้องการอันร้อนรุ่มที่ตื่นตัว พร้อมที่จะกลืนกินนางให้เป็นหนึ่งเดียว
ในห้วงเวลาแห่งความเร่าร้อนที่สติสัมปชัญญะเกือบจะหลุดลอย ปลายนิ้วของอี้หลงที่กำลังลูบไล้อยู่บริเวณอกเสื้อของนาง กลับไปสะดุดเข้ากับมุมแข็งๆ ของวัตถุบางอย่างที่ถูกซ่อนไว้
ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ อี้หลงชะงักมือ ดวงตาคมกราบกรานหรี่ลงด้วยความสงสัย เขากวาดตามองใบหน้าที่ตื่นตระหนกขึ้นมาวูบหนึ่งของนาง ก่อนจะเอื้อมมือควานเข้าไปในสาบเสื้อของพระชายา แล้วดึง "สิ่งนั้น" ออกมาท่ามกลางความมืด
แสงสลัวจากคบเพลิงด้านนอกส่องลอดเข้ามาพอให้เห็นวัตถุในมือของโอรสสวรรค์ชัดเจน... ป้ายหยกประจำตัวจักรพรรดิที่หายสาบสูญไปพร้อมกับการสิ้นพระชนม์ของฮองเฮาเมื่อห้าปีก่อน และเศษผ้าปักลายหมีน้อยที่เปื้อนคราบน้ำตาจางๆ
อี้หลงตัวแข็งทื่อ ลลมหายใจของเขาสะดุดกึก ราวกับถูกสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางกระหม่อมในยามวิกาล ดวงเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงระคนหวาดหวั่นอย่างถึงที่สุด เมื่อความจริงอันน่าสะพรึงกลัวค่อยๆ ปะติดปะต่อขึ้นในหัว
"นี่มัน... ของฮองเฮาผู้ล่วงลับ... เหตุใดจึงมาอยู่กับเจ้า ฟางเซียน?"
****************************************
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมติดตามและหัวใจสลายไปพร้อมกับความลับที่กำลังจะถูกเปิดเผยนะคะ พบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ - **มิคายามวิกาล**
มเหสีไร้ใจกับจักรพรรดิผู้สำนึกบาป•ตอนที่ 25
หลักฐานชิ้นสำคัญ
ผลงานโดย มิคายามวิกาล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิคายามวิกาล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มเหสีไร้ใจกับจักรพรรดิผู้สำนึกบาป นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!