มเหสีไร้ใจกับจักรพรรดิผู้สำนึกบาป•ตอนที่ 18

ภายใต้บัญชาของนาง

ผลงานโดย มิคายามวิกาล
“ลงไปคุกเข่า... ต่อหน้าข้า” เสียงราบเรียบดุจผิวน้ำในยามราตรีของหลินฟางเซียนดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันที่แผ่ซ่านไปทั่วตำหนักลับที่อบอวลด้วยกลิ่นกำยานราคาแพง จักรพรรดิอี้หลง ผู้ครองแผ่นดินที่เคยเหยียบย่ำหัวใจนางจนแหลกสลาย บัดนี้กลับยืนนิ่งงัน ร่างสูงใหญ่ในชุดฉลองพระองค์สีทองที่ดูหมองหม่นลงในสายตาของนาง ยืนสั่นสะท้านอยู่เบื้องหน้านางด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและสำนึกผิด “เจ้าต้องการให้ข้าทำเช่นนั้นจริงหรือ ฟางเซียน? แม้แต่ศักดิ์ศรีของโอรสสวรรค์... เจ้าก็ต้องการจะเหยียบย่ำมันจนจมดินเลยใช่ไหม?” อี้หลงเค้นเสียงถาม ความกดดันจากภายนอกเรื่องกองทัพแคว้นศัตรูและราชโองการลับของไทฮ่องเต้ทำให้เขาราวกับคนบ้าที่พร้อมจะพังทลาย แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าสตรีผู้นี้ เขากลับยอมก้มหัวให้แม้กระทั่งความตาย “ศักดิ์ศรี?” ฟางเซียนแค่นหัวเราะ เสียงหัวเราะที่เปรียบดั่งเข็มเงินทิ่มแทงเข้าสู่หัวใจชายหนุ่ม นางก้าวเดินช้าๆ เข้าไปใกล้เขา สัมผัสที่เย็นเยียบจากปลายนิ้วนางลากผ่านแผงอกแกร่ง “ศักดิ์ศรีของท่านคืออะไรหรือเพคะ? ในวันที่ท่านสั่งประหารตระกูลข้า... ในวันที่ท่านยัดเยียดความตายให้ลูกในไส้ของท่านเอง... ท่านวางศักดิ์ศรีไว้ที่ไหน? อ้อ... ลืมไป ท่านวางมันไว้ใต้ฝ่าเท้าของสตรีที่ท่านหลงใหลในตอนนั้นอย่างไรเล่า” อี้หลงหลับตาแน่น กรามหนาสันนูนขึ้นจากการขบฟัน “ข้าชดใช้ไม่พอหรือ? ทุกคืนที่ข้าหลับตา ข้าเห็นเลือดของพวกเขา... ข้าเห็นน้ำตาของเจ้าที่ไหลเป็นสายเลือด ข้าอยากตายเสียให้รู้แล้วรู้รอด แต่ข้ายังตายไม่ได้... เพราะข้ายังมีสิ่งที่ต้องทำเพื่อไถ่บาปให้เจ้า” “เช่นนั้นก็คุกเข่าลงเสีย...” ฟางเซียนสั่งเสียงเฉียบพลัน ดวงตาสีถ่านของนางวาวโรจน์ “หากท่านอยากให้ข้าหายโกรธ... อยากให้ข้าช่วยท่านวางแผนรับมือกับกองทัพศัตรูและองค์ชายใหญ่ ก็จงแสดงให้ข้าเห็นว่า ท่านไม่ได้เป็นจักรพรรดิที่สูงส่งอีกต่อไป แต่เป็นเพียงบุรุษที่พร้อมจะศิโรราบให้แก่ข้า... ผู้หญิงที่ท่านเคยตราหน้าว่าไร้ค่า” อี้หลงมองสบตานางอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ ทิ้งตัวลงคุกเข่าต่อหน้าสตรีที่เขาเคยขับไล่ไสส่ง เสียงหัวเข่ากระแทกพื้นดังสะท้อนก้องในความเงียบ ทันทีที่เขานั่งลง ฟางเซียนก็ใช้ปลายรองเท้าเชิดคางของจักรพรรดิผู้เกรียงไกรขึ้นมาให้นางมองถนัดตา “ดี...” นางเอ่ยเบาๆ ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไม้แกะสลักเบื้องหน้าเขา “คืนนี้... ข้าต้องการให้ท่านปรนเปรอข้า เยี่ยงทาสที่คอยปรนนิบัติเจ้าเหนือหัว หากท่านทำได้ถึงใจข้า ข้าอาจจะพิจารณาบอกทางรอดของท่านให้” ความเร่าร้อนที่ถูกกดทับไว้ระเบิดออกมาในวินาทีนั้น อี้หลงดึงรั้งร่างบางเข้าหาตัว สัมผัสของเขาหยาบกระด้างแต่แฝงไปด้วยความโหยหาอย่างบ้าคลั่ง มือหนาปลดเปลื้องอาภรณ์ของนางออกทีละชิ้นด้วยความสั่นเทา ผิวพรรณเนียนละเอียดดุจหยกขาวปรากฏแก่สายตาของจักรพรรดิผู้หิวกระหาย เขาซุกใบหน้าลงกับลำคอระหง กลิ่นกายหอมอ่อนๆ ที่เขาถวิลหามาตลอดหลายปีทำเอาสติที่เหลืออยู่น้อยนิดขาดผึง “ฟางเซียน... ข้าอยากให้เจ้า... ให้เจ้าเป็นของข้าอีกครั้ง ให้ข้าได้ยืนยันว่าเจ้ายังเป็นของข้า” เขาพึมพำขณะที่ริมฝีปากร้อนผ่าวพรมจูบไปทั่วเนินอกอวบอิ่ม สัมผัสที่จาบจ้วงแต่นุ่มนวลในเวลาเดียวกันทำให้ฟางเซียนต้องขยำกลุ่มผมของเขาแน่น ท่ามกลางแสงเทียนที่สั่นไหว ความสัมพันธ์ของทั้งสองกลับกลายเป็นสมรภูมิแห่งตัณหา อี้หลงปรนเปรอทุกส่วนสัดของนางด้วยความเชี่ยวชาญราวกับต้องการลบเลือนรอยแผลในอดีตด้วยความสุขสม ทุกจังหวะการเคลื่อนไหวที่ประสานกันคือการประกาศความเป็นเจ้าของของเขา และคือการยอมจำนนอย่างสิ้นเชิงของหัวใจที่เพิ่งรู้ตัวว่าขาดนางไม่ได้ “อ๊ะ... อี้หลง... ท่านมันคนเลว...” ฟางเซียนครวญคราง เสียงหวานบาดลึกเข้าสู่โสตประสาทของชายหนุ่มที่กำลังขับเคลื่อนความสุขสมให้แก่นาง ร่างกายของทั้งคู่สอดประสานกันดั่งคลื่นที่ถาโถมเข้าหาฝั่งครั้งแล้วครั้งเล่า ความเร่าร้อนที่ไร้การปิดบังทำให้ความแค้นในใจของนางค่อยๆ เปลี่ยนรูปเป็นความสะใจที่ได้เห็นมังกรผู้หยิ่งผยองกลายเป็นเพียงสัตว์ป่าที่คลั่งรักอยู่ใต้อาณัติของนาง เมื่อพายุอารมณ์สงบลง ทิ้งไว้เพียงเสียงหอบหายใจของทั้งคู่ในห้องที่เงียบสงัด อี้หลงกอดร่างเปลือยเปล่าของนางไว้แน่น ราวกับกลัวว่านางจะสลายกลายเป็นควันไป “บอกข้า... ข้าต้องทำอย่างไรต่อ? กองทัพขององค์ชายใหญ่กำลังจะถึงเมืองหลวงในอีกสามวัน” ฟางเซียนผละออกจากอ้อมกอดของเขา หยิบเศษกระดาษที่ซ่อนอยู่ในแขนเสื้อออกมาแล้ววางลงบนหน้าอกของเขา “อ่านเสีย... และจำไว้ให้ขึ้นใจ ว่าพระราชโองการลับของไทฮ่องเต้ที่เขามีในมือ คือสิ่งที่เขาใช้ประหารท่านได้... แต่ข้ามีสิ่งที่เหนือกว่านั้น” นางขยับกายเข้าไปใกล้ กระซิบข้างหูของเขาด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยือก “ลูกของข้า... ที่ท่านคิดว่าตายไปในกองเพลิงวันนั้น... เขายังมีชีวิตอยู่ และตอนนี้เขาคือจุดอ่อนที่สุดของท่าน... หากท่านยังอยากเห็นหน้าเขา ท่านต้องทำตามคำสั่งข้าทุกอย่าง... ไม่ว่าข้าจะสั่งให้ท่านฆ่าใคร แม้แต่ตัวท่านเองก็ตาม” อี้หลงชะงักกึก มือที่จับกระดาษสั่นเทาจนแทบทำหล่น หัวใจของเขาราวกับถูกบีบด้วยกรงเล็บเหล็กกล้า เขาเงยหน้ามองสตรีที่ตนรักสุดหัวใจด้วยความตกตะลึง ก่อนที่สายตาจะเหลือบไปเห็นจดหมายอีกฉบับที่วางอยู่ใกล้ๆ บนโต๊ะไม้... มันคือบันทึกการแพทย์ที่ระบุรายละเอียดการคลอดของนางเมื่อหลายปีก่อน พร้อมภาพวาดใบหน้าเด็กน้อยวัยห้าขวบที่ดูคล้ายเขาจนแทบจะถอดแบบกันมา ทว่า... สิ่งที่ทำให้เขาราวกับหัวใจหยุดเต้นไปชั่วขณะ ไม่ใช่เพียงแค่การมีอยู่ของทายาท แต่เป็นเงาของใครบางคนที่ยืนอยู่หน้าประตูตำหนักลับ บานประตูค่อยๆ ถูกแง้มออก เผยให้เห็นชายชุดดำผู้กุมอำนาจกองทัพลับของเขากำลังถือถาดผลไม้เข้ามา พร้อมกับรอยยิ้มที่ดูเย้ยหยันราวกับรู้เห็นทุกความลับที่ซ่อนอยู่... และในมือของชายคนนั้น คือกริชเล่มที่องค์ชายใหญ่ใช้เป็นสัญลักษณ์แห่งการทรยศ ความลับที่สั่นคลอนบัลลังก์กำลังจะปะทุขึ้นในวินาทีที่จักรพรรดิไร้ทางเลือก! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเจ็บปวดไปกับความแค้นที่แสนหวานในครั้งนี้ด้วยกันนะคะ หวังว่าทุกท่านจะอดใจรอตอนถัดไปไม่ไหวเช่นเดียวกับมิคายามวิกาลค่ะ!
สารจากนักเขียน (มิคายามวิกาล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มเหสีไร้ใจกับจักรพรรดิผู้สำนึกบาป นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%