มเหสีไร้ใจกับจักรพรรดิผู้สำนึกบาป•ตอนที่ 19

ความเร่าร้อนที่แปรเปลี่ยน

ผลงานโดย มิคายามวิกาล
"ฝ่าบาททรงคิดว่า สัญชาตญาณต่ำทรามของบุรุษจะซื้อความภักดีจากหม่อมฉันได้กี่ค่ำคืนกันเพคะ?" สุ้มเสียงของหลินฟางเซียนราบเรียบราวกับผิวน้ำในบึงลึก ไร้ระลอกคลื่นแห่งความโกรธเกรี้ยว และนั่นคือสิ่งที่บาดลึกเข้าสู่ขั้วหัวใจของจักรพรรดิอี้หลงยิ่งกว่าคมมีดใดๆ ในใต้หล้า ความมืดมิดภายในตำหนักบูรพาถูกขับเน้นด้วยแสงเทียนสีส้มสั่นไหว กลิ่นหอมอวลของกำยานดอกกุ้ยฮวาผสมผสานกับกลิ่นกายบุรุษ บรรยากาศรอบตัวอัดแน่นไปด้วยแรงปรารถนาที่ถูกกดทับด้วยความชิงชังและรอยแผลเป็นจากอดีต อี้หลงไม่ตอบคำถามนั้น มือหนาที่เต็มไปด้วยร่องรอยจากการจับกระบี่เอื้อมคว้าเรียวคางคางมนของนางไว้แน่นพอดี ไม่ให้หลบหนีสายตาที่เต็มไปด้วยความเวทนาและดื้อรั้น ดวงตาของโอรสสวรรค์แดงก่ำด้วยไฟราคะและความเจ็บปวด "เจ้าคิดว่าตัวเจ้าเองเป็นเพียงสินค้าที่ข้าใช้เงินซื้อมาหรือ ฟางเซียน..." น้ำเสียงของเขาแหบพร่า สั่นระริกด้วยแรงอารมณ์ที่ควบคุมแทบไม่อยู่ "เจ้ารู้ดี... ว่าสิ่งที่ข้าต้องการจากเจ้าในยามนี้ มิใช่เพียงร่างกายที่ไร้วิญญาณ" นางแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่เปี่ยมด้วยความเย้ยหยันจนน่าใจหาย เรือนร่างระหงใต้ชุดคลุมผ้าแพรบางเบาขยับถอยหลัง ทว่าแผ่นหลังกลับแนบชิดกับเสาไม้แกะสลักสลักลายมังกรจนมุม อี้หลงไม่ปล่อยให้โอกาสหลุดมือ ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาประชิด กักขังนางไว้ด้วยวงแขนและแผงอกกำยำที่สะท้อนขึ้นลงตามจังหวะลมหายใจที่กระชั้นชิด เข้มข้น ลึกซึ้ง และเต็มไปด้วยแรงดึงดูดอันตราย— ริมฝีปากหยักลึกทาบทับลงมาอย่างไร้ความปรานีในคราแรก เป็นการจูบที่เปี่ยมด้วยความหิวกระหายและอาการโหยหามาเนิ่นนาน ทว่าเมื่อเรียวปากนุ่มของนางพยายามเม้มแน่นและเบือนหนี อี้หลงกลับยิ่งใช้วิธีการตักตวงที่ร้อนแรงขึ้น ปลายลิ้นร้อนสอดแทรกผ่านกลีบปากนุ่มอย่างเอาแต่ใจ บังคับให้นางต้องเผยอปากรับสัมผัสวาบหวามที่ค่อยๆ เปลี่ยนจากความดุดัน เป็นความเว้าวอนและลึกซึ้งจนลมหายใจของทั้งคู่ขาดห้วง ฟางเซียนพยายามต้านทานความรู้สึกวาบหวามที่แผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย ความคุ้นเคยในเรือนร่างของกันและกันกลายเป็นอาวุธร้ายที่ย้อนกลับมาทำร้ายนางเอง ปลายนิ้วเรียวที่เคยจิกทึ้งลงบนลาดไหล่กว้างเพื่อระบายความแค้น บัดนี้กลับเผลอขยุ้มสาบเสื้อผ้าแพรของเขาโดยไม่รู้ตัว เมื่อฝ่ามือหนาเริ่มลูบไล้ไปตามแนวโค้งเว้าของสะโพกผาย สัมผัสอุ่นจัดทะลุผ่านเนื้อผ้าและแผดเผาผิวเนื้อจนนางสะấuสะท้าน "อื้อ..." เสียงครางประท้วงในลำคอของนางยิ่งปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบเถื่อนในตัวจักรพรรดิผู้เย่อหยิ่ง อี้หลงถอนริมฝีปากออกช้าๆ ปล่อยให้หยาดน้ำใสเชื่อมโยงระหว่างริมฝีปากของทั้งสอง นัยน์ตาคมกริบมองสำรวจใบหน้าหวานที่แดงก่ำและหอบสะั่นด้วยความปรารถนา นางเกลียดแววตาคู่นี้... แววตาที่เต็มไปด้วยความหลงใหลราวกับนางคือโลกทั้งใบของเขาในยามนี้ ทั้งที่ในอดีต เขากลับผลักไสให้นางตกนรกทั้งเป็น "เจ้าเกลียดข้าได้... ฟางเซียน" เสียงกระซิบพร่าเลือนดังชิดริมใบหู พร้อมกับสัมผัสเปียกชื้นที่ซอกคอขาวผ่อง "แต่เจ้าปฏิเสธไม่ได้ว่า ร่างกายของเจ้าจดจำสัมผัสของข้าได้ดีเพียงใด" เสื้อผ้าอาภรณ์หลุดร่วงทีละชิ้นอย่างไร้ระเบียบในความสลัวของราตรี แสงเทียนวับแวมสาดส่องกระทบเรือนร่างขาวเนียนราดด้วยหิมะของอดีตฮองเฮา ตัดกับผิวเนื้อกำยำเข้มข้นของจักรพรรดิผู้ทรงอำนาจ ความสัมพันธ์ลึกซึ้งที่เริ่มต้นจากความแค้น บัดนี้กลับถูกถักทอด้วยความผูกพันอันซับซ้อนที่ทั้งคู่ต่างหวาดกลัวที่จะยอมรับ อี้หลงปรนเปรอนางด้วยความเร่าร้อนที่เจือความทะนุถนอมอย่างประหลาด ทุกสัมผัส ทุกหยาดเหงื่อที่ผสานรินรด และจังหวะจะโคนอันหนักหน่วงแต่เปี่ยมด้วยความเว้าวอน ล้วนหลอมละลายทิฐิในใจของหญิงสาวทีละน้อย ภายในห้องบรรทมมีเพียงเสียงหอบหายใจระทวยและเสียงครางแผ่วเบาที่สะท้อนก้องความเจ็บปวดและความสุขสมที่ปะปนกันจนแยกไม่ออก ฟางเซียนหลับตาลงปล่อยให้ตัวเองจมดิ่งลงสู่ห้วงเสน่หาอันมืดมน ปล่อยให้ความอบอุ่นจากอ้อมแขนของอดีตสวามีโอบกอดรอยแผลในใจ แม้ลึกๆ จะรู้ดีว่านี่อาจเป็น "ยาพิษ" ที่หวานหอมที่สุดในชีวิตนางก็ตาม ยามรุ่งสางมาเยือนโดยที่แสงอาทิตย์ยังไม่ทันพ้นขอบฟ้า... ฟางเซียนลืมตาขึ้นในความเงียบงัน ร่างกายยังคงหลงเหลือความระบมจากบทรักอันเร่าร้อนเมื่อคืน นางขยับตัวลุกขึ้นอย่างระมัดระวังเพื่อไม่ให้ปลุกบุรุษที่นอนหลับใหลอยู่เคียงข้าง แผ่นหลังเปลือยเปล่าของอี้หลงยังมีร่องรอยเล็บข่วนจากอารมณ์ของนางเมื่อคืนประทับอยู่เด่นชัด ทว่า สายตากลับเหลือบไปเห็นกระดาษแผ่นหนึ่งที่ร่วงหล่นอยู่ใต้โต๊ะทรงอักษร ใกล้กับเสื้อคลุมตัวนอกที่อี้หลงถอดทิ้งไว้เมื่อคืน มันคือรายงานลับจากสำนักหมอหลวงที่ประทับตราประทับลับสุดยอดของวังหลวง—เอกสารที่จักรพรรดิผู้สำนึกบาปพยายามซ่อนเร้นไว้จากนางมาตลอด มือเรียวสั่นเทาหยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาคลี่อ่าน กวาดสายตาผ่านตัวอักษรไม่กี่บรรทัดที่ทำให้ลมหายใจของนางสะดุดกึก หัวใจที่เพิ่งจะอ่อนยวบลงจากค่ำคืนอันเร่าร้อนกลับถูกแช่แข็งด้วยความจริงอันน่าตกตะลึง ...ผลการวินิจฉัยอาการประชวรของอดีตฮองเฮาเมื่อสามปีก่อน: *มิได้แท้งบุตรด้วยเหตุธรรมชาติ หากแต่ถูกวางยาพิษสลายครรภ์อย่างจงใจโดยคำสั่งลับจากพระองค์เอง*— พื้นห้องใต้เท้าคล้ายกำลังหมุนคว่ำ ฟางเซียนชาหนาไปทั่วร่าง รอยยิ้มหยันผุดขึ้นที่มุมปากพร้อมกับหยาดน้ำตาที่ไหลพรั่งพรูออกมาอย่างไม่อาจกลั้น ความรู้สึกผิด บาปหนา และคำสำนึกรักที่เขาพร่ำบอกเมื่อคืน ล้วนเป็นเพียงละครตบตาเพื่อปกปิดความจริงอันโสมمนี้สินะ! ในวินาทีที่นางกำลังจะขว้างแผ่นกระดาษนั้นทิ้งด้วยความเคียดแค้น ประตูตำหนักก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับเสียงฝีเท้าคุ้นเคยที่ก้าวเข้ามาหาโดยไม่ทันตั้งตัว... "ฟางเซียน เจ้าตื่นแล้วหรื—" **ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเจ็บปวดไปกับความแค้นที่แสนหวานในครั้งนี้ด้วยกันนะคะ หวังว่าทุกท่านจะอดใจรอตอนถัดไปไม่ไหวเช่นเดียวกับมิคายามวิกาลค่ะ!**
สารจากนักเขียน (มิคายามวิกาล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มเหสีไร้ใจกับจักรพรรดิผู้สำนึกบาป นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%