กลิ่นธูปหอมกรุ่นเจือกลิ่นอายอับชื้นของตำหนักเย็นยังคงติดตรึงอยู่ในปลายประสาทสัมผัสของหลินฟางเซียนราวกับมันเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวานนี้เองค่ะ
ความมืดมิดในยามวิกาลของตำหนักบูรพาไม่เคยปรานีผู้ใด และมันยิ่งโหดร้ายเป็นทวีคูณเมื่อร่างสูงใหญ่ของบุรุษผู้กุมชะตากאןแผ่นดินก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้านาง โดยมีเพียงแสงเทียนริบหรี่สาดส่องให้เห็นใบหน้าคมคายที่เต็มไปด้วยร่องรอยแห่งความสำนึกผิดระคนทรมาน
"เจ้ายังฝันถึงคืนนั้นอยู่ใช่หรือไม่... ฟางเซียน"
เสียงทุ้มต่ำที่เคยเยียบเย็นและไร้หัวใจ บัดนี้กลับสั่นพร่าและเจือไปด้วยความเวทนาอย่างน่าสมเพช จักรพรรดิอี้หลงทอดพระเนตรอดีตฮองเฮาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยหยาดน้ำตาคลอหน่วย พระองค์ยื่นพระหัตถ์หมายจะแตะต้องเรียวไหลบอบบางที่สั่นเทาเล็กน้อย แต่นางกลับเบี่ยงกายหลบอย่างไม่ใยดี ราวกับรังเกียจสัมผัสจากพระองค์ยิ่งกว่าสิ่งใด
ฟางเซียนหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความสุข
"ฝันหรือเพคะ? หม่อมฉันไม่ต้องหลับตาลงเพื่อฝันถึงมันหรอกเพคะ ฝันร้ายที่ฝังรากลึกอยู่ในทุกอณูเลือด ทุกรอยแผลเป็นบนแผ่นหลังที่ฝ่าบาททรงประทานให้ด้วยพระหัตถ์ของพระองค์เอง... มันยังคงตื่นอยู่ทุกขณะจิตต่างหาก"
คำพูดของนางเปรียบเสมือนกริชน้ำแข็งที่กรีดแทงลงกลางพระaทัยของอี้หลงจนเลือดโชก พระองค์เจ็บปวดเจียนตายจนแทบหายใจไม่ออก ความทรงจำเมื่อครั้งที่พระองค์หลงเชื่อคำยุยงของขุนนางกังฉินจนพลักไสสตรีผู้บริสุทธิ์และตั้งครรภ์ทายาทในไส้ไปสู่ขุมนรก ย้อนกลับมาลงทัณฑ์พระองค์ในทุกๆ คืน ค่ำคืนแล้วค่ำคืนเล่าที่พระองค์ต้องตื่นขึ้นมาพบกับความว่างเปล่าและความเย็นเยียบของเตียงมังกร
"เจ้ารังเกียจเราถึงเพียงนี้เชียวหรือ..." อี้หลงตรัสด้วยพระสุรเสียงแหบพร่า พระองค์ทรุดพระvองลงคุกเข่าต่อหน้านางอย่างไร้ซึ่งศักดิ์ศรีแห่งความเป็นโอรสสวรรค์ "เอาสิ! จะฆ่าจะแกงเราให้ตายตกตามกันไปเหมือนวันที่เจ้าเคยต้องทนทุกข์ทรมานในตำหนักเย็นก็ได้... ขอเพียงแค่เจ้ามองหน้าเราด้วยสายตาที่เคยมีความรักให้กันเหมือนกาลก่อน ข้าก็ยอมแลกทุกสิ่ง แม้กระทั่งบัลลังก์นี้!"
ฟางเซียนก้มลงมองอดีตสวามีผู้ทรงอำนาจที่บัดนี้กลับกลายเป็นเพียงบุรุษผู้พ่ายแพ้ต่อบาปกรรมของตนเอง รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏขึ้นบนเรียวปากอิ่มสวย
"บัลลังก์ของฝ่าบาทหรือเพคะ? สิ่งนั้นมันมีค่าอะไรในสายตาของหม่อมฉัน ในเมื่อมันถูกสร้างขึ้นบนซากศพของครอบครัวหม่อมฉันและลูกน้อยที่ยังไม่ทันได้ลืมตาดูโลก!"
ความโกรธแค้น ความเจ็บปวด และแรงปรารถนาที่จะทำลายล้างตีรวนขึ้นมาในอกจนกลายเป็นความเร่าร้อนที่แผดเผา ทันใดนั้น อี้หลงก็พุ่งเข้าประชิดร่างบาง คว้าเอวคอดกิ่วของนางเข้าหาตัวด้วยแรงทั้งหมดที่มี พระโอษฐ์ร้อนผ่าวประกบทาบทับลงบนเรียวปากนุ่มทันทีโดยไม่เปิดโอกาสให้นางได้ตั้งตัว
มันไม่ใช่จูบแห่งความอ่อนโยน แต่เป็นจูบที่เปี่ยมไปด้วยความโหยหา ความเจ็บปวด และความคลุ้มคลั่งที่ถูกกักเก็บมาเนิ่นนาน อี้หลงขบเม้มริมฝีปากของนางด้วยความระคนสำนึกผิด ลมหายใจที่ร้อนผ่าวรดรินอยู่บนพวงแก้มเนียน ฟางเซียนพยายามขัดขืน ทุบตีลงบนแวดพระอภิบาลหนาหนัก แต่ยิ่งนางดิ้นรนเท่าไหร่ อ้อมกอดที่กักขังนางไว้ก็ยิ่งแนบแน่นและเร่าร้อนมากขึ้นเท่านั้น
รสจูบที่ลึกซึ้งและดุดันเริ่มหลอมละลายเกราะป้องกันอันเย็นชาของนางลงทีละน้อย ความรู้สึกคุ้นเคยในสัมผัสที่เคยผูกพันและเจ็บปวดตอกย้ำความจริงที่ว่า ทั้งสองต่างติดอยู่ในวังวนแห่งคำสาปนี้ด้วยกันทั้งคู่ อี้หลงช้อนอุ้มร่างบางขึ้นแนบอก ก้าวตรงไปยังแท่นบรรทมอย่างมั่น
อาภรณ์เนื้อดีถูกร่นลงด้วยเรียวพระหัตถ์ที่สั่นเทา บรรยากาศภายในตำหนักอบอวลไปด้วยกลิ่นอายแห่งความเสน่หาและความเจ็บปวดที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว ผิวเนื้อแนบชิดผิวเนื้อ สัมผัสจากปลายนิ้วที่ลูบไล้ไปตามเรือนร่างระหงทำให้ฟางเซียนสะท้านเฮือก เสียงหอบหายใจกระชั้นชิดเคล้าคลอไปกับเสียงครางต่ำด้วยความทรมานของอี้หลง พระองค์พรมจูบไปทั่วลาดไหล่เนียนและรอยแผลเป็นในอดีตราวกับต้องการใช้หยาดน้ำตาและสัมผัสที่ร้อนรุ่มเพื่อไถ่ถอนความผิดบาปทั้งหมด
การสอดประสานดำเนินไปอย่างดุเดือดและลึกซึ้ง เต็มไปด้วยอารมณ์ที่หลากหลาย ทั้งความแค้น ความโหยหา และความปรารถนาที่จะครอบครอง ท่ามกลางค่ำคืนอันยาวนานและเงียบงัน ทั้งสองต่างโรมรันเข้าหากันด้วยจิตวิญญาณที่แหลกสลาย ปล่อยให้ความสุขสมทางกายเป็นเครื่องบรรเทาความเจ็บปวดในใจ แม้จะรู้ดีว่าในยามที่แสงอรุณเบื้องนอกสาดส่องเข้ามา คำสาปแห่งวังหลังนี้จะยังคงอยู่และไม่มีวันจางหายไปก็ตาม
กระทั่งลมหายใจของทั้งคู่เริ่มสงบลงในความมืด อี้หลงกอดร่างเปลือยเปล่าของนางไว้แนบอก พลางกระซิบคำว่ารักซ้ำๆ ข้างใบหูของนางอย่างเวทนา
ทว่า ในวินาทีที่ฟางเซียนกำลังจะหลับตาลงด้วยความเหนื่อยอ่อน สายตาของนางกลับเหลือบไปเห็นเงาร่างเล็กๆ สายหนึ่งกำลังแอบมองเหตุการณ์ทั้งหมดอยู่หลังม่านบังตา
เด็กชายตัวน้อยวัยราวสี่ขวบ ดวงตากลมโตคู่นั้นช่างถอดแบบมาจากจักรพรรดิอี้หลงราวกับพิมพ์เดียวกัน และในมือเล็กๆ ของเด็กน้อยคนนั้น กำลังถือหยกประจำตัวของจักรพรรดิที่นางทำหายไปเมื่อหลายวันก่อนไว้อย่างแน่นหนา!
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเจ็บปวดไปกับความแค้นที่แสนหวานในครั้งนี้ด้วยกันนะคะ หวังว่าทุกท่านจะอดใจรอตอนถัดไปไม่ไหวเช่นเดียวกับมิคายามวิกาลค่ะ!
มเหสีไร้ใจกับจักรพรรดิผู้สำนึกบาป•ตอนที่ 20
คำสาปแห่งวังหลัง
ผลงานโดย มิคายามวิกาล
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มิคายามวิกาล)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มเหสีไร้ใจกับจักรพรรดิผู้สำนึกบาป นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!