มเหสีไร้ใจกับจักรพรรดิผู้สำนึกบาป•ตอนที่ 21

แผนซ้อนแผน

ผลงานโดย มิคายามวิกาล
ถ้วยชาเคลือบกระเบื้องหยกขาวร่วงกระทบพื้นหินอ่อนแตกละเอียดเป็นเสี่ยง ๆ น้ำชาอุ่นร้อนสีอำพันสาดกระเซ็นเปื้อนชายฉลองพระองค์สีทองอร่าม แต่มหาดเล็กและนางกำนัลรอบกายต่างพากันหมอบกราบตัวสั่นเทิ้ม ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะหายใจแรง “เจ้าว่าอย่างไรนะ… ฟางเซียนถูกลงทัณฑ์ให้คุกเข่าสำนึกผิดที่ตำหนักเย็นอย่างนั้นหรือ?” สุรเสียงของจักรพรรดิอี้หลงแหบพร่าและสั่นเทิ้ม ดวงเนตรคมกลาบแดงก่ำเต็มไปด้วยโทสะและร่องรอยความเจ็บปวดเจียนตาย พระองค์เพิ่งเสด็จกลับจากท้องพระโรงเพื่อมาหานาง ดวงใจที่เคยด้านชาบดขยี้อย่างไร้ความปรานีในอดีต บัดนี้กลับถูกบีบคั้นจนแทบแหลกสลายทุกครั้งที่ได้ยินชื่อหลินฟางเซียน ขันทีหัวหน้าฝ่ายในกราบทูลด้วยความหวาดกลัว “ท… ทูลฝ่าบาท เป็นพระสนมเอกกุ้ยเฟยที่อ้างรับสั่งปลอม ๆ และใช้อำนาจกดดันให้ฮองเฮ… อดีตฮองเฮาต้องไปรับโทษกลางลานหิมะพายุค่ะ” อี้หลงไม่อารักขามามาหรือขันทีผู้ใดอีกต่อไป พระบาทรีบสาวพระบาทก้าวพรวด ๆ ออกจากตำหนักใหญ่ด้วยความร้อนรนดั่งไฟสุมทรวง ความรู้สึกผิดที่กัดกินวิญญาณทุกค่ำคืนทำให้พระองค์แทบเป็นบ้า ภาพอดีตที่เคยผลักไสไล่ส่งนางอย่างเย็นชา วาจาเชือดเฉือนที่เคยตรรัสออกไปราวกับคมมีดกรีดแท้ง.านซ้ำแล้วซ้ำเล่า บัดนี้มันย้อนกลับมาทิ่มแทงพระองค์จนกระอักเลือด ณ ลานหิมะหน้าตำหนักเย็นอันหนาบัด ลมหนาวพัดกรรโชกจนเกล็ดหิมะโปรยปรายราวกับคมมีด ร่างบอบบางในอาภรณ์สีขาวซีดไร้เครื่องประดับใด ๆ คุกเข่าอยู่บนพื้นน้ำแข็งที่เย็นยะเยือก แผ่นหลังของหลินฟางเซียนเหยียดตรงอย่างอีโก้และทระนง แม้ความหนาวเหน็บจะกัดกินผิวเนื้อจนซีดเซียว ร่างกายสั่นเทิ้มด้วยพิษไข้ แต่นางไม่เคยแม้แต่จะก้มศีรษะลงยอมจำนน ทว่า สิ่งที่ทำให้อี้หลงหัวใจแทบหยุดเต้นไม่ใช่สภาพที่น่าเวทนานั้น… แต่เป็นรอยยิ้ม รอยยิ้มที่มุมปากของฟางเซียน นางไม่ได้กำลังร่ำไห้ ไม่ได้กำลังหวาดกลัว นางกำลังแย้มยิ้ม… รอยยิ้มที่เยียบเย็น ไร้ความรู้สึก และเต็มไปด้วยกลิ่นอายของการเอาคืนอย่างสาสม อี้หลงพุ่งเข้ามาประคองร่างที่สั่นเทานั้นอย่างลนลาน พระองค์ถอดฉลองพระองค์ขนสัตว์หนานุ่มออกคลุมให้ร่างบางทันที หยาดน้ำตาของจักรพรรดิผู้ไม่เคยหลั่งน้ำให้ผู้ใด ไหลรินอาบพระพักตร์อย่างน่าสมเพช “ฟางเซียน… เจ้าพี่มาแล้ว เจ้าลุกขึ้นเถอะ พี่ขอร้อง… พี่ขอโทษ…” ฟางเซียนช้อนสายตาขึ้นมองอดีตสวามี ภายในดวงตาคู่นั้นไม่มีความแค้นเคือง ไม่มีความรัก และไม่มีความเจ็บปวดเหลืออยู่อีกต่อไป มีเพียงความว่างเปล่าที่ลึกซึ้ง นางแย้มยิ้มหยันก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่าแต่คมกริบ “ฝ่าบาทเสด็จมาได้จังหวะเสียจริงเพคะ… หม่อมฉันกำลังแสดงละครฉากใหญ่อยู่พอดี พระองค์ไม่คิดหรือเพคะว่า การที่หม่อมฉันยอมคุกเข่าตรงนี้ จะทำให้ใครบางคนแสดงหางสุนัขออกมาได้ชัดเจนที่สุด?” อี้หลงชะงักงัน พระองค์มองลึกเข้าไปในดวงตาคู่นั้น สมองที่ชาญฉลาดในราชสำนักพลันตระหนักรู้ได้ทันที นี่ไม่ใช่การถูกรังแก… แต่นี่คือ "แผนการ" นางยอมเจ็บตัว ยอมลดศักดิ์ศรี ยอมใช้ร่างกายเข้าแลก เพื่อขุดหลุมพรางล่อให้กุ้ยเฟยและตระกูลใหญ่ก้าวเข้ามาติดกับอย่างถอนตัวไม่ขึ้น! คืนนั้น ภายในตำหนักส่วนNในที่อบอุ่น อี้หลงสั่งประหารขันทีและนางกำนัลทุกคนที่เกี่ยวข้องกับความอยุติธรรมครั้งนี้ด้วยพระหัตถ์ของตนเอง โลหิตสีแดงฉานไหลนองพื้นสะท้อนแสงไฟวับวับ ขณะที่พระองค์คุกเข่าลงแทบเท้าของฟางเซียนบนเตียงนอนกว้าง ปรนนิบัตินางด้วยความหวาดกลัวว่าจะสูญเสียนางไปชั่วกาลนาน “เจ้าทำร้ายตัวเองทำไม… ฟางเซียน เจ้าเกลียดพี่ถึงขนาดต้องเอาชีวิตมาเสี่ยงเลยหรือ?” อี้หลงกระซิบเสียงสั่นริมฝีปากแนบชิดกับเรียวขาเนียนนุ่มที่ถูกความเย็นกัดจนเป็นรอยแดง พระองค์ใช้ความอบอุ่นจากฝ่ามือและลมหายใจร้อนผ่าวลูบไล้ไปตามสรีระเว้าโค้ง เพื่อขับไล่ความหนาวเหน็บออกจากร่างบาง ฟางเซียนแค่นหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ นางเอื้อมมือเรียวไปจิกเส้นผมสีดำสนิทของจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ บังคับให้พระองค์เงยพระพักตร์ขึ้นมาสบตากับนาง แววตาของนางเร่าร้อนด้วยเพลิงโทสะและเสน่ห์อันเย้ายวนที่อันตรายถึงชีวิต “เจ็บแค่นี้เทียบไม่ได้เลยกับสิ่งที่หม่อมฉันเคยได้รับเพคะ ฝ่าบาท… หากพระองค์ทรงรักหม่อมฉันจริงอย่างที่ตรัส จงใช้ร่างกายของพระองค์ ชดใช้บาปทั้งหมดที่เคยทำไว้เสียสิเพคะ…” สิ้นคำท้าทาย อี้หลงก็ราวกับขาดสติยับยั้งชั่งใจ พระองค์พุ่งเข้าครอบครองเรียวปากอิ่มที่เผยอยิ้มเยาะอย่างกระหายหิว รสจูบในครานี้ทั้งดุดัน ร้อนแรง และเต็มไปด้วยความสำนึกผิดที่หลอมละลายรวมกับความปรารถนาอันดิบเถื่อน ลิ้นร้อนกวาดต้อนความหวานล้ำภายในโพรงปาก น기เน้นย้ำและดูดกลืนเสียงครางหวานหูที่เล็ดลอดออกมาจากลำคอระหง มือหนาลูบไล้ไปตามแผ่นหลังเนียนนุ่มที่เปลือยเปล่า ฉีกทึ้งอาภรณ์ชิ้นสุดท้ายออกอย่างไร้ความปราณี เปิดเผยสรีระเย้ายวนที่เคยเป็นของพระองค์คนเดียวและกำลังจะถูกทวงคืนด้วยไฟสวาทที่แผดเผา สัมผัสจากปลายนิ้วหยาบกร้านลูบไล้ไปตามสะโพกผายและส่วนโค้งเว้าอันคุ้นเคย ก่อนจะกดน้ำหนักกายเข้าหาอย่างแนบชิด “อ๊ะ… ฝ่าบาท…” ฟางเซียนครางระคนเสียงหอบสะท้าน เมื่อความร้อนรุ่มจากการผสานเป็นหนึ่งเดียวแผ่ซ่านไปทั่วร่าง ความเจ็บปวดในอดีตถูกบดขยี้ด้วยจังหวะรักที่ทั้งเร่าร้อน ดุดัน และเว้าวอน อี้หลงโถมกายเข้าใส่นางครั้งแล้วครั้งเล่าราวกับคนใกล้ตายที่โหยหาดื่มกินน้ำทิพย์ เสียงเนื้อกระทบกันประสานกับเสียงหอบหายใจกระชั้นชิดในความมืด อารมณ์รักและแรงแค้นหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวท่ามกลางหยาดน้ำตาแห่งความสำนึกบาปที่หยดลงบนลาดไหล่เนียน กระทั่งเมื่อบทเพลงรักอันเร่าร้อนสงบลง ร่างทั้งสองนอนหอบสะท้านเคียงข้างกันในความเงียบงัน อี้หลงสวมกอดนางไว้แนบอกราวกับกลัวว่ารุ่งอรุณจะพรากนางไปอีกครั้ง แต่ทว่า… ในขณะที่อี้หลงกำลังหลับใหลด้วยความเหนื่อยอ่อน ฟางเซียนกลับลืมตาขึ้นในความมืด แววตาของนางฉายประกายเยียบเย็น นางเอื้อมมือหยิบแผ่นกระดาษลับฉบับหนึ่งที่ซ่อนไว้ใต้หมอนขึ้นมาเปิดอ่าน มันคือรายงานลับจากหน่วยเงาหลวง… ที่สืบทอดหลักฐานการทุจริตและหลักฐานการฆาตกรรมราชตระกูลของฝ่ายตระกูลกุ้ยเฟย ซึ่งถูกรวบรวมไว้ครบถ้วนสมบูรณ์แล้ว และที่สำคัญที่สุด… บรรทัดสุดท้ายของเอกสารระบุชื่อบุคคลลึกลับที่เป็นผู้ให้เบาะแสสำคัญแก่ฝ่ายนาง ชื่อนั้น… คือองค์ชายรัชทายาทจากแคว้นศัตรูผู้ลี้ภัย ที่แอบลักลอบเข้ามาในเมืองหลวงเมื่อสามวันก่อน! ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเจ็บปวดไปกับความแค้นที่แสนหวานในครั้งนี้ด้วยกันนะคะ หวังว่าทุกท่านจะอดใจรอตอนถัดไปไม่ไหวเช่นเดียวกับมิคายามวิกาลค่ะ!
สารจากนักเขียน (มิคายามวิกาล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มเหสีไร้ใจกับจักรพรรดิผู้สำนึกบาป นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%