มเหสีไร้ใจกับจักรพรรดิผู้สำนึกบาป•ตอนที่ 22

หยดน้ำตาของจักรพรรดิ

ผลงานโดย มิคายามวิกาล
กลิ่นหอมเย็นของกำยานสนจันทร์ยังคงลอยอวลอยู่ในตำหนักบูรพา ทว่าบรรยากาศรอบกายกลับหนาทึบไปด้วยความอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก หลินฟางเซียนนั่งนิ่งอยู่เบื้องหน้าโต๊ะเครื่องแป้งทองเหลือง สองมือเรียวดั่งลำหักลำโค่นกำลังปลดปิ่นหยกขาวออกจากมวยผมอย่างเชื่องช้า สายตาคู่คมกริบสะท้อนภาพบุรุษผู้หนึ่งผ่านเงากระจก—บุรุษผู้ครั้งหนึ่งเคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของนางจนไม่เหลือชิ้นดี แต่ในยามนี้กลับคุกเข่าลงบนพื้นพรมขนสัตว์หนานุ่มอย่างไร้ซึ่งศักดิ์ศรีแห่งโอรสสวรรค์ "ฟางเซียน... เจ้าจะลงทัณฑ์เช่นไรก็ได้ แต่อย่าทำเมินเฉยใส่เราเช่นนี้เลย" เสียงทุ้มต่ำที่เคยประกาศิตกร้าวด้วยอำนาจ บัดนี้สั่นเครือและแหบพร่าจนน่าสมเพช จักรพรรดิอี้หลงเอื้อมมือหนาหมายจะแตะชายผ้ากระโปรงของนาง แต่แล้วก็ต้องชะงักค้างกลางอากาศ ราวกับกลัวว่าปลายนิ้วคู่นั้นจะไปสร้างรอยมลทินให้แก่นางอีกครั้ง ความสำนึกผิดที่กัดกินหัวใจตลอดหลายเดือนที่ผ่านมาทำให้พระองค์ผอมโซ พระเนตรที่เคยคมปราบแดงก่ำและเต็มไปด้วยหยดน้ำตาแห่งความระโทนระทม—หยดน้ำตาที่ในอดีต นางเคยคิดว่าบุรุษผู้นี้ไม่มีวันหลั่งมันออกมาเพื่อใคร นางแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะที่เย็นชาดั่งน้ำค้างแข็งในฤดูเหมันต์ ทำให้หัวใจของอี้หลงกระตุกวูบราวกับถูกคมมีดกรีดซ้ำ "ทรงหลั่งน้ำตาให้ผู้ใดหรือเพคะ ฝ่าบาท" ฟางเซียนค่อยๆ หันกลับมาเผชิญหน้ากับเขา ดวงตาสีรัตติกาลคู่นั้นว่างเปล่าจนน่ากลัว "น้ำตาของโอรสสวรรค์มีค่าพัน1 ตำลึงทอง ไฉนจึงนำมาละเล็งต่อหน้าสตรีที่พระองค์เคยตรัสว่าเป็นแค่ 'หมากตัวหนึ่ง' ที่ไร้ค่าเล่าเพคะ" "เราผิดไปแล้ว..." อี้หลงขยับกายเข้าไปใกล้ ร่างสูงใหญ่ยอมลดตัวลงต่ำจนหน้าผากเกือบชิดกับตักของนาง ลมหายใจอุ่นร้อนรดรินผ่านเนื้อผ้าอาภรณ์จนสั่นสะท้าน "ทุกค่ำคืนที่เราหลับตา ภาพวันที่เราสั่งประหารครอบครัวของเจ้า... ภาพวันที่เราเมินเฉยต่อคำอ้อนวอนของเจ้า มันตามมาหลอนหลอนเราจนแทบกระอักเลือด ฟางเซียน ได้โปรด... ลงโทษเราให้สาสม เอาชีวิตเราไปเสียยังดีกว่าให้เราต้องทนเห็นสายตาเย็นชาคู่นั้นของเจ้า!" นางมองดูบุรุษผู้ทรงอำนาจที่สุดในแผ่นดินกำลังซบหน้าลงร้องไห้สะอื้นอยู่บนตักของตน ความรู้สึกเจ็บปวดที่เคยกัดกินหัวใจในอดีต บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นความสะใจที่เย็นเยียบ นางยื่นมือเรียวออกไป ปลายนิ้วเรียวสวยจิกเส้นผมสีดำสนิทของเขาแล้วดึงรั้งให้เงยหน้าขึ้นบังคับให้สบตา "อยากตายหรือเพคะ..." น้ำเสียงของนางกระซิบแผ่วเบาข้างริมฝีปากเขา ราតด้วยพิษร้ายที่พร้อมแผดเผา "แต่ความตายมันง่ายดายเกินไปสำหรับบาปที่พระองค์ก่อไว้ อี้หลง... พระองค์ต้องมีชีวิตอยู่ อยู่เพื่อเห็นอาณาจักรที่พระองค์รักค่อยๆ พังทลาย และอยู่เพื่อชดใช้ความเจ็บปวดที่ข้าเคยได้รับ... ทุกค่ำคืน ทุกวินาที!" แรงอารมณ์ที่อัดอั้นมานานนับปีระเบิดออกมาในเสี้ยววินาทีนั้น อี้หลงไม่เพียงแต่ไม่โกรธเคือง ทว่าแววตาของพระองค์กลับลุกโชนด้วยไฟปรารถนาอันบ้าคลั่งที่ผสมMผสานกับความรู้สึกผิดบาป มือหนาคว้าเอวบางของนางเข้ามาประชิดแนบแน่นอย่างไร้การยินยอม ก่อนจะพลิกร่างบางให้ล้มลงไปบนเตียงนอนกว้างภายใต้เงาสลัวของราตรี "เช่นนั้นก็ลงทัณฑ์เราด้วยร่างกายของเจ้าเถอะ... ฟางเซียน" ริมฝีปากร้อนผ่าวพุ่งเข้าประทับจูบลงบนกลีบปากอิ่มที่เอาแต่กล่าวคำตัดพ้อ แรงจูบนั้นทั้งดุดัน เร่าร้อน และเต็มไปด้วยความโหยหา ราวกับคนใกล้ตายที่โหยหาน้ำทิพย์หยดสุดท้าย ฟางเซียนเบือนหน้าหนีในคราแรก แต่มือแกร่งกลับตรึงท้ายทอยของนางไว้แน่นบังคับให้รับรสสัมผัสอันวาบหวามที่พระองค์มอบให้ ลิ้นร้อนรุกล้ำเข้ามาเกี่ยวพัน ดูดดื่มความหวานล้ำที่นางจงใจปิดMตายมาเนิ่นนาน เสียงหอบหายใจกระชั้นชิดดังแข่งกับเสียงหัวใจที่เต้นรำอย่างบ้าคลั่งในอก อาภรณ์ทีละชิ้นถูกปลดเปลื้องออกท่ามกลางความมืดที่โอบล้อม ผิวเนื้อเนียนละเอียดดั่งหยกขาวกระทบกับแสงจันทร์ที่สาดส่องเข้ามาทางหน้าต่าง อี้หลงพรอมจูบไปทั่วลาดไหล่เนียน ไหปลาร้า และซอกคอหอมกรุ่น รอยสัมผัสที่พระองค์ทิ้งไว้รากับตราประทับแสดงความเป็นเจ้าของ ความหิวกระหายในเรือนร่างของนางผสมผสานกับหยาดน้ำตาที่ยังคงรินไหลอาบแก้มของจักรพรรดิผู้สำนึกบาป ทำให้บทรักในค่ำคืนนี้ไม่ได้มีเพียงแค่ความเร่าร้อน หากแต่เต็มไปด้วยหยาดหยดแห่งความเจ็บปวดทรมานที่ต่างฝ่ายต่างโถมใส่กัน "อ๊ะ... อี้หลง..." เสียงหวานหลุดอุทานออกมาเมื่อความวาบหวามพุ่งทะยานถึงขีดสุด แรงอารมณ์ที่ประสานกันราวกับคลื่นพายุที่โหมซัดสาดเข้าหากำแพงหิน นางจิกเล็บลงบนแผ่นหลังกว้างของเขาจนเกิดรอยแดงยาว เพื่อระบายความเสียวซ่านและแรงแค้นที่ยังคงค้างคาในใจ ทุกจังหวะของการเคลื่อนไหวคือการตอกย้ำว่าบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ผู้นี้ ได้ยอมจำนนแทบเท้าของนางอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว เหงื่อกาฬชุ่มโชกกาย ทั้งสองหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวท่ามกลางเสียงหอบสะท้านและแรงอารมณ์ที่ระอุร้อนจนถึงขีดสุด ปลายทางแห่งความสุขสมระเบิดออกราวกับดอกไม้ไฟในความมืด อี้หลงซบหน้าลงกับลาดไหล่นมนของนาง ร่างกายยังคงสั่นเทาขณะที่อ้อมแขนแกร่งกอดกระชับร่างบางไว้แน่นราวกับกลัวว่านางจะสลายหายไปในอากาศ ทว่า ในขณะที่ความเงียบงันกำลังเข้าปกคลุมบรรยากาศอันเร่าร้อน เสียงฝีเท้าฝีหนังก้าวเข้ามาใกล้ประตูกลับทำลายความเงียบนั้นลง "แม่ทัพ... พระองค์ทรงรับสั่งให้มาทูลเรื่องด่วนพ่ะย่ะค่ะ!" เสียงขันทีหน้าตำหนักดังแทรกขึ้น พร้อมกับเสียงเปิดประตูที่แง้มออกโดยไม่ได้รับอนุญาต อี้หลงขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจ เตรียมจะตวาดไล่ออกไป แต่ร่างของหลินฟางเซียนกลับนิ่งงันไป เมื่อสายตาของนางผ่านช่องประตูกระดาษสาไปเห็นเงาร่างเล็กๆ ของเด็กชายคนหนึ่ง ที่แอบยืนหลบอยู่ด้านหลังมหาดเล็ก—เด็กชายที่มีดวงตาสีรัตติกาลและโครงหน้าถอดแบบมาจากจักรพรรดิอี้หลงราวกับพิมพ์เดียวกัน... และในมือเล็กๆ นั้น กำลังถือเอกสารลับที่ระบุผลการตรวจสอบสายเลือดที่นางพยายามซ่อนไว้ไม่ให้ผู้ใดล่วงรู้! ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามและร่วมเจ็บปวดไปกับความแค้นอันแสนหวานนี้นะคะ!
สารจากนักเขียน (มิคายามวิกาล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มเหสีไร้ใจกับจักรพรรดิผู้สำนึกบาป นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%