มเหสีไร้ใจกับจักรพรรดิผู้สำนึกบาป•ตอนที่ 23

การเผชิญหน้าของอดีตและปัจจุบัน

ผลงานโดย มิคายามวิกาล
ลมหายใจของหลินฟางเซียนสะดุดกึก ราวกับถูกคมกระบี่น้ำแข็งแทงทะลุกลางทรวงอกในคราเดียว ความเงียบงันภายในตำหนักส่วน Meticulous ของจักรพรรดิอี้หลง หนักอึ้งเสียจนแทบได้ยินเสียงเลือดในกายสูบฉีด ร่างบางในชุดอาภรณ์หรูหราของสนิมวังหลวงยืนแข็งทื่อ ดวงตาคู่คมกริบที่เคยฉายแววเยชาชาและว่างเปล่า บัดนี้เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย—เพียงเสี้ยววินาทีเดียวเท่านั้นที่ความตื่นตระหนกวาดผ่านนัยน์ตา ก่อนที่กำแพงแห่งความเยือกเย็นจะถูกยกขึ้นมาปกป้องนางไว้อย่างรวดเร็วดั่งเดิม "เด็ก... เด็กที่ไหนกัน เจ้ากล้าดียังไงถึงพาคนนอกเข้ามาในเขตพระrฐานชั้นใน!" เสียงทุ้มต่ำของอี้หลงตวาดกร้าวด้วยความกริ้ว โทสะของจักรพรรดิผู้ทรงอำนาจแผ่ซ่านจนมหาดเล็กหน้าซีดเผือด คุกเข่าลงจนเข่ากระแทกพื้นศิลาเสียงดังสนั่น ทว่าเด็กชายตัวน้อยที่ยืนก้มหน้าอยู่เบื้องหลังกลับไม่ได้แสดงอาการหวาดกลัวแม้แต่น้อย ดวงตาสีรัตติกาลคู่นั้นช้อนขึ้นมองพระพักตร์ของจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ด้วยความนิ่งสงบอย่างน่าประหลาด โครงหน้าเรียวเล็ก จมูกโด่งรั้น และริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันอย่างดื้อรั้น... ช่างถอดแบบมาจากอี้หลงในวัยเยาว์ราวกับแกะพิมพ์ และที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้น—ในมือเล็กๆ ที่สั่นเทานั้น กำม้วนกระดาษสาชื้นเหงื่อเอาไว้แน่น เอกสารลับที่ระบุผลการตรวจสอบสายเลือด... ความลับที่นางแลกมาด้วยลมหายใจและหยาดน้ำตา ฟางเซียนขยับริมฝีปากที่แห้งผาก หัวใจของนางเต้นระรัวดั่งกลองศึก ความรู้สึกผิดบาป ความโกรธเกรี้ยว และความหวาดกลัวตีรวนกันจนปั่นป่วน หากอี้หลงก้มลงหยิบกระดาษแผ่นนั้น หรือเพียงแค่เอื้อมมือไปคว้ามันจากมือเด็กน้อย ทุกสิ่งที่นางอดทนวางแผนมาตลอดหลายปีจะพังทลายลงในพริบตาเดียว! "ฝ่าบาท..." ฟางเซียนเปล่งเสียงออกมา ทว่าน้ำเสียงกลับสั่นพร่าโดยที่นางไม่อาจควบคุม อี้หลงชะงัก สายตาที่เคยดุดันและจับจ้องไปยังมหาดเล็กผู้บุกรุก หันกลับมามองสตรีที่ตนเคยย่ำยีหัวใจอย่างไม่ใยดี ร่างสูงก้าวเข้ามาประชิดตัวนางด้วยสัญชาตญาณของการปกป้อง—หรือบางที อาจเป็นเพราะสัญชาตญาณบางอย่างที่ดลใจให้เขารู้สึกว่า... มีบางสิ่งที่สำคัญยิ่งกำลังจะหลุดมือไปตลอดกาล "ฟางเซียน เจ้าเป็นอะไรไยหน้าซีดเช่นนั้น" อี้หลงเอ่ยเสียงอ่อนลงโดยไม่รู้ตัว ปลายนายอุ่นจัดยื่นออกไปหมายจะแตะลงบนไหล่บอบบาง แต่นางกลับเบี่ยงกายหลบราวกับรังเกียจสัมผัสของเขา รังสีความเย็นชาแผ่ซ่านออกมาจากตัวนางจนน่าใจหาย "หม่อมฉันไม่ได้เป็นอะไรเพคะ... ฝ่าบาทโปรดทรงปล่อยเด็กคนนี้ไปเถอะเพคะ เขาเป็นเพียงเด็กหลงทาง ไม่สมควรต้องมารับโทษทัณฑ์จากพระเนตรพระกรรณของโอรสสวรรค์" ฟางเซียนพยายามบังคับน้ำเสียงให้ราบเรียบที่สุด ดวงตาสีหมึกจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของอี้หลง ส่งสัญญาณเตือนและอ้อนวอนในเวลาเดียวกัน ทว่า สำหรับอี้หลง... ปฏิกิริยาอันร้อนรนและแววตาที่ฉายความกังวลอย่างปิดไม่มิดของสตรีผู้ไร้หัวใจผู้นี้ กลับยิ่งจุดประกายความสงสัยให้ลุกโชนขึ้นในอก เขากวาดสายตาคมกริบมองไปยังเด็กชายตัวน้อยที่ยืนก้มหน้า ก่อนจะก้าวเท้าผ่านร่างของฟางเซียนตรงไปยังเบื้องหน้าของเด็กคนนั้น "เงยหน้าขึ้น" รับสั่งนั้นทรงอำนาจและเด็ดขาด จนเด็กชายจำต้องเงยขึ้นสบพระพักตร์ตรงๆ ในวินาทีนั้น... อี้หลงราวกับถูกสายฟ้าฟาดเข้ากลางศีรษะ โลกทั้งใบหยุดหมุน ลมหายใจของจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่สะดุดกึก ดวงตาสีรัตติกาลคู่นั้นสะท้อนภาพใบหน้าของเด็กชายที่เหมือนกับเขาจนแทบแยกไม่ออก ความจริงอันน่าตกตะลึงพุ่งชนเข้าใส่สมองจนชาหนึบ สายตาของอี้หลงเลื่อนต่ำลงไปยังมือเล็กๆ ที่กำลังกำกระดาษแผ่นนั้นแน่นยิ่งขึ้น "ในมือของเจ้า... คืออะไร" อี้หลงเอ่ยเสียงพร่า ประโยคคำถามหลุดลอดริมฝีปากที่สั่นเทาเล็กน้อย ฟางเซียนพุ่งตัวเข้ามาขวางหน้าเด็กชายไว้อย่างลืมตัว ร่างบางสั่นสะท้านด้วยความโกรธเกรี้ยวและหวาดกลัว นางเงยหน้าขึ้นจ้องอี้หลงด้วยดวงตาที่แดงก่ำเต็มไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความแค้นที่อัดอั้นมานาน "อย่าแตะต้องเขา!" นางกรีดร้องออกมาสุดเสียง น้ำตาหยดหนึ่งร่วงหล่นลงกระทบพื้นศิลา "หากท่านกล้าแตะต้องเขาแม้แต่ปลายนิ้ว... หม่อมฉันจะไม่มีวันให้อภัยท่าน ตราบชั่วกาลนาน!" อี้หลงนิ่งงัง หัวใจของเขาเจ็บปวดแปลบราวกับถูกบดขยี้ด้วยมือของนางเอง เขามองใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเคียดแค้นชิงชังของอดีตฮองเฮา สลับกับเด็กชายผู้มีใบหน้าถอดแบบมาจากตน รอยต่อของปริศนาทั้งหมดประกอบเข้าหากันในหัวสมองอย่างชัดเจน—นางไม่ได้แท้งลูกในคืนนั้น... นางซ่อนเลือดเนื้อเชื้อไขของเขาเอาไว้จากเงื้อมมือมัจจุราชของเขา! ความเงียบงันเข้าปกคลุมตำหนักอีกครั้ง ทว่ามันไม่ใช่ความเงียบที่สงบสุข แต่มันคือความเงียบก่อนพายุใหญ่จะโหมกระหน่ำซัดทำลายทุกสิ่งให้เป็นจุล อี้หลงก้าวเข้าไปใกล้ฟางเซียนอีกก้าวหนึ่ง ดวงตาคมกริบฉายแววเจ็บปวดสำนึกบาปและประกายความคลุ้มคลั่งที่น่ากลัว เขายื่นมือออกไปหวังจะดึงร่างบางเข้ามากอดแนบอก ทว่าฟางเซียนกลับถอยหลังหนี พร้อมกับชักกริชเล่มเล็กที่ซ่อนไว้ในแขนเสื้อขึ้นมาจ่อที่ลำคอของตนเองทันที! "ถอยไป!" นางคำรามเสียงต่ำ นัยน์ตาแข็งกร้าวไร้ความหวาดกลัวต่อความตาย "ถ้าท่านก้าวเข้ามาอีกก้าวเดียว... ท่านจะได้เห็นศพของหม่อมฉันและลูก พร้อมกับความจริงที่ท่านไม่มีวันได้ไถ่บาปไปชั่วนิรันดร์!" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเจ็บปวดไปพร้อมกับตัวละครในมรสุมอารมณ์นี้นะคะ พบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (มิคายามวิกาล)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มเหสีไร้ใจกับจักรพรรดิผู้สำนึกบาป นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%